การคำนวณคะแนนความยากง่ายในการอ่าน

บางเนื้อหาในหัวข้อนี้อาจไม่สามารถใช้กับบางภาษาได้

เมื่อ Microsoft Word ทำการตรวจสอบการสะกดและไวยากรณ์เสร็จสิ้นลง Microsoft Word ก็สามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับระดับความยากง่ายในการอ่านของเอกสาร รวมทั้งแสดงการคำนวณคะแนนความยากง่ายในการอ่านต่อไปนี้ ระดับคะแนนความยากง่ายในการอ่านแต่ละระดับวัดจากค่าเฉลี่ยของจำนวนพยางค์ต่อคำ และจำนวนคำต่อประโยค

หมายเหตุ  สำหรับภาษา European บางภาษาที่อยู่ในเอกสารภาษาอังกฤษ Word แสดงเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการนับคำและค่าเฉลี่ย ไม่สามารถคำนวณความยากง่ายในการอ่านได้

แสดงคะแนนความยากง่ายในการอ่านแบบ Flesch

จัดอันดับข้อความโดยแบ่งออกเป็น 100 คะแนน ยิ่งได้คะแนนสูงเท่าไหร่ หมายถึงเอกสารนั้นง่ายต่อการเข้าใจมากขึ้น สำหรับเอกสารมาตรฐานส่วนใหญ่ ควรจะได้คะแนนประมาณ 60 ถึง 70

สูตรที่ใช้ในการคำนวณความยากง่ายในการอ่านแบบ Flesch คือ

206.835 - (1.015 x ASL) - (84.6 x ASW)

โดยที่

ASL = ค่าเฉลี่ยความยาวของประโยค (จำนวนคำหารด้วยจำนวนประโยค)

ASW = ค่าเฉลี่ยของจำนวนพยางค์ต่อคำ (จำนวนพยางค์หารด้วยจำนวนคำ)

แสดงคะแนนตามระดับชั้นการศึกษาแบบ Flesch-Kincaid

จัดอันดับข้อความตามระดับชั้นการศึกษาของโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่น คะแนน 8.0 หมายความว่านักเรียนที่อยู่เกรด 8 จะเข้าใจเอกสารได้ สำหรับเอกสารมาส่วนใหญ่ ควรจะได้คะแนนประมาณ 7.0 ถึง 8.0

สูตรที่ใช้ในการคำนวณคะแนนตามระดับชั้นการศึกษาแบบ Flesch-Kincaid คือ

(.39 x ASL) + (11.8 x ASW) - 15.59

โดยที่

ASL = ค่าเฉลี่ยความยาวของประโยค (จำนวนคำหารด้วยจำนวนประโยค)

ASW = ค่าเฉลี่ยของจำนวนพยางค์ต่อคำ (จำนวนพยางค์หารด้วยจำนวนคำ)

 
 
นำไปใช้กับ:
Office 2003, Word 2003, Word