โค้ดเขตข้อมูล: เขตข้อมูล = (สูตร)

{ = สูตร [ที่คั่นหน้า ] [\# รูปแบบตัวเลข ] }

คำนวณตัวเลขโดยใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ ซึ่งสามารถใช้คำสั่ง สูตร (บนเมนู ตาราง) หรือกดแป้น CTRL+F9 เพื่อแทรกเขตข้อมูล  ไว้ในตารางหรือในข้อความปกติ

ถ้าคุณมีโปรแกรมประยุกต์กระดาษคำนวณ อย่างเช่น Microsoft Excel ก็ควรจะทำการฝัง (ฝัง: การแทรกข้อมูลที่สร้างในโปรแกรมหนึ่ง เช่น แผนภูมิ หรือสมการ ลงไปในโปรแกรมอีกโปรแกรมหนึ่ง หลังจากที่ฝังวัตถุ ข้อมูลจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกสาร การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำกับวัตถุจะมีผลต่อเอกสารนั้นด้วย)กระดาษคำนวณทั้งหมดหรือบางส่วนลงในเอกสารแทนการใช้เขตข้อมูล = (สูตร) ในตาราง

คำสั่ง

แสดงสูตร

นิพจน์ (นิพจน์: การรวมกันของตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์หรือทางตรรกศาสตร์ ค่าคงที่ ฟังก์ชัน และชื่อของเขตข้อมูล ตัวควบคุม และคุณสมบัติต่างๆ ซึ่งจะประเมินออกมาให้ได้เพียงค่าเดียว นิพจน์สามารถใช้ในการคำนวณ การจัดการตัวอักขระ หรือการทดสอบข้อมูล) ที่อาจจะประกอบด้วยการผสมกันของตัวเลขที่คั่นหน้า (ที่คั่นหน้าเว็บ: ตำแหน่งที่ตั้งหรือข้อความที่เลือกในแฟ้มที่คุณได้ตั้งชื่อขึ้นเพื่อใช้อ้างอิง ที่คั่นหน้าเว็บจะระบุตำแหน่งภายในแฟ้มของคุณเพื่อที่คุณจะสามารถอ้างอิงถึงหรือเชื่อมโยงไปถึงได้ในภายหลัง)ที่อ้างถึงตัวเลข เขตข้อมูลที่มีผลลัพธ์เป็นตัวเลข ตลอดจนตัวดำเนินการ (ตัวดำเนินการ: เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ระบุชนิดของการคำนวณที่จะทำภายในนิพจน์ ซึ่งตัวดำเนินการที่มีใช้ ได้แก่ ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ ตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์ และตัวดำเนินการอ้างอิง) และฟังก์ชันที่มีอยู่ โดยสามารถอ้างถึงค่าต่างๆ ในตาราง และค่าต่างๆ ที่ส่งกลับคืนจากฟังก์ชันได้

เรียนรู้เกี่ยวกับ

แสดงตัวดำเนินการ

ในเขตข้อมูล = (สูตร) นั้น คุณสามารถใช้การผสมกันของค่าและตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์เชิงสัมพันธ์ต่อไปนี้ได้

+
การบวก
การลบ
*
การคูณ
/
การหาร
%
จำนวนร้อยละ
^
เลขยกกำลังและราก
=
เท่ากับ
<
น้อยกว่า
< =
น้อยกว่าหรือเท่ากับ
>
มากกว่า
> =
มากกว่าหรือเท่ากับ
< >
ไม่เท่ากับ

แสดงฟังก์ชัน

เขตข้อมูล = (สูตร) สามารถใช้ค่าต่างๆ ที่ส่งคืนจากฟังก์ชันต่อไปนี้ได้ โดยฟังก์ชันต่างๆ ที่มีวงเล็บว่างเปล่าสามารถรับค่าตัวเลขของอาร์กิวเมนต์ (อาร์กิวเมนต์: ค่าที่ให้ข้อมูลกับการกระทำ เหตุการณ์ วิธีการ คุณสมบัติ ฟังก์ชัน หรือกระบวนงาน)ที่คั่นด้วยจุลภาค (,) หรืออัตภาค (;) ได้ตราบใดที่คุณยังใช้ตัวคั่นรายการตัวเดียวกับที่กำหนดไว้ในการตั้งค่าภูมิภาคใน Control Panel ของ Microsoft Windows อาร์กิวเมนต์อาจจะเป็นตัวเลข สูตร หรือชื่อที่คั่นหน้าก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใส่การอ้างอิงกับเซลล์ตารางเป็นอาร์กิวเมนต์ลงในฟังก์ชัน AVERAGE() COUNT() MAX() MIN() PRODUCT() และ SUM() ได้อีกด้วย

ABS(x)
ส่งคืนค่าบวกของตัวเลขหรือสูตร ไม่ว่าค่าบวกและค่าลบที่แท้จริงจะเป็นแบบใดก็ตาม
AND(x,y)
ส่งคืนค่า 1 หากนิพจน์ทางตรรก x และ y มีค่าเป็นจริงทั้งคู่ หรือส่งคืนค่า 0 (ศูนย์) หากนิพจน์ตัวใดตัวหนึ่งมีค่าเป็นเท็จ
AVERAGE( )
ส่งคืนค่าเฉลี่ยของรายการค่า
COUNT( )
ส่งคืนค่าตัวเลขแสดงจำนวนข้อมูลในรายการ
DEFINED(x)
ส่งคืนค่า 1 (จริง) หากนิพจน์ x มีค่าถูกต้อง หรือส่งคืนค่า 0 (เท็จ) หากนิพจน์มีค่าไม่ถูกต้อง
เท็จ
ส่งคืนค่า 0 (ศูนย์)
INT(x)
ส่งคืนค่าตัวเลขทางซ้ายของจุดทศนิยมในค่าหรือสูตร x
MIN( )
ส่งคืนค่าน้อยสุดในรายการ
MAX( )
ส่งคืนค่ามากสุดในรายการ
MOD(x,y)
ส่งคืนค่าเศษที่เหลือจากการหารค่า x ด้วยค่า y เป็นจำนวนครั้งที่นับได้
NOT(x)
ส่งคืนค่า 0 (ศูนย์) (เท็จ) หากนิพจน์ทางตรรก x มีค่าเป็นจริง หรือส่งคืนค่า 1 (จริง) หากนิพจน์มีค่าเป็นเท็จ
OR(x,y)
ส่งคืนค่า 1 (จริง) หากนิพจน์ทางตรรก x และ y ตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งสองตัวมีค่าเป็นจริง หรือส่งคืนค่า 0 (ศูนย์) (เท็จ) หากนิพจน์ทั้งสองตัวมีค่าเป็นเท็จ
PRODUCT( )
ส่งคืนค่าผลลัพธ์ของการคูณค่าต่างๆ ตัวอย่างเช่น ฟังก์ชัน {= PRODUCT (1,3,7,9) } ส่งคืนค่า 189
ROUND(x,y)
ส่งคืนค่า x ที่ปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนตำแหน่งทศนิยม y ตามที่ระบุไว้ โดยค่า x อาจจะเป็นตัวเลขหรือผลลัพธ์จากสูตรก็ได้
SIGN(x)
ส่งคืนค่า 1 หาก x เป็นค่าบวก หรือส่งคืนค่า –1 หาก x เป็นค่าลบ
SUM( )
ส่งคืนค่าผลรวมของค่าต่างๆ หรือสูตรต่างๆ
TRUE
ส่งคืนค่า 1

แสดงการอ้างอิงตาราง

เมื่อมีการทำการคำนวณในตาราง ก็จะต้องมีการอ้างอิงเซลล์ (เซลล์: ช่องที่เกิดขึ้นจากการตัดกันของแถวและคอลัมน์ในแผ่นงานหรือตารางที่คุณใส่ข้อมูลเข้าไป) ตาราง (ตาราง: แถวของเซลล์อย่างน้อยหนึ่งแถวที่ปกติจะใช้เพื่อแสดงตัวเลขและรายการอื่นๆ สำหรับการอ้างอิงและการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว รายการในตารางจะถูกจัดระเบียบเป็นแถวและคอลัมน์) เป็น A1, A2, B1, B2 และอื่นๆ ด้วยตัวอักษรที่แสดงถึงคอลัมน์และตัวเลขที่แสดงถึงแถว โดยการอ้างอิงเซลล์ใน Microsoft Word (ไม่เหมือนกับการอ้างอิงเซลล์ใน Microsoft Excel) มักจะเป็นการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ (การอ้างอิงเซลล์แบบสัมบูรณ์: ในสูตรคำนวณ ตำแหน่งแน่นอนของเซลล์โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งของเซลล์ที่ประกอบด้วยสูตรคำนวณ การอ้างอิงเซลล์แบบสัมบูรณ์มีรูปแบบ $A$1)เสมอ และไม่มีการใส่เครื่องหมายดอลลาร์ ตัวอย่างเช่น การอ้างอิงเซลล์เป็น A1 ใน Word มีความหมายเหมือนกับการอ้างอิงเซลล์เป็น $A$1 ใน Excel

ตารางแสดงการอ้างอิงเซลล์

แสดงอ้างอิงแต่ละเซลล์

เมื่อต้องใส่การอ้างอิงเซลล์ต่างๆ ไว้ในสูตร ให้ใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างการอ้างอิงแต่ละเซลล์ และใช้เครื่องหมายจุดคู่ (:) คั่นเซลล์แรกกับเซลล์สุดท้ายของช่วงที่กำหนดไว้ ดังที่แสดงอยู่ในตัวอย่างต่อไปนี้

การหาค่าเฉลี่ยของเซลล์เหล่านี้

ตารางที่มีช่วงของเซลล์ถูกเลือกไว้
=average(b:b) หรือ =average(b1:b3)
ตารางที่มีช่วงของเซลล์ถูกเลือกไว้
=average(a1:b2)
ตารางที่มีช่วงของเซลล์ถูกเลือกไว้
=average(a1:c2) หรือ =average(1:1,2:2)
ตารางที่มีช่วงของเซลล์ถูกเลือกไว้
=average(a1,a3,c2)

แสดงอ้างอิงทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์ 

คุณสามารถอ้างอิงทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์เพื่อใช้ในการคำนวณได้ดังวิธีต่อไปนี้

  • ใช้ช่วงที่มีเฉพาะตัวอักษรหรือตัวเลขที่แสดงถึงตัวอักษรหรือตัวเลขนั้น  ตัวอย่างเช่น ใช้ 1:1 เพื่ออ้างอิงแถวแรกในตาราง การกำหนดเช่นนี้ทำให้การคำนวณใช้ทุกเซลล์ในแถวนั้นโดยอัตโนมัติ กรณีที่คุณตัดสินใจจะเพิ่มเซลล์อื่นๆ อีกในภายหลัง
  • ใช้ช่วงที่มีเซลล์ที่ระบุ  ตัวอย่างเช่น ใช้ a1:a3 เพื่ออ้างอิงหนึ่งคอลัมน์ที่มีสามแถว การกำหนดเช่นนี้ทำให้การคำนวณใช้เฉพาะเซลล์ที่ระบุเหล่านั้น ถ้าคุณเพิ่มเซลล์อื่นๆ ในภายหลัง และคุณต้องการให้การคำนวณใช้เซลล์เหล่านั้นด้วย คุณต้องแก้ไขการคำนวณ

แสดงอ้างอิงเซลล์ต่างๆ ในตารางอื่น 

เมื่อต้องการอ้างอิงเซลล์ต่างๆ ในตารางอื่น หรือต้องการอ้างอิงเซลล์ใดเซลล์หนึ่งที่อยู่ภายนอกตาราง ให้ระบุที่คั่นหน้า (ที่คั่นหน้าเว็บ: ตำแหน่งที่ตั้งหรือข้อความที่เลือกในแฟ้มที่คุณได้ตั้งชื่อขึ้นเพื่อใช้อ้างอิง ที่คั่นหน้าเว็บจะระบุตำแหน่งภายในแฟ้มของคุณเพื่อที่คุณจะสามารถอ้างอิงถึงหรือเชื่อมโยงไปถึงได้ในภายหลัง)สำหรับตารางนั้น ตัวอย่างเช่น เขตข้อมูล { =average(Table2 b:b) } หาค่าเฉลี่ยของคอลัมน์ B ในตารางที่ถูกระบุเป็นที่คั่นหน้า Table2

แสดงที่คั่นหน้า

ชื่อของที่คั่นหน้า (ที่คั่นหน้าเว็บ: ตำแหน่งที่ตั้งหรือข้อความที่เลือกในแฟ้มที่คุณได้ตั้งชื่อขึ้นเพื่อใช้อ้างอิง ที่คั่นหน้าเว็บจะระบุตำแหน่งภายในแฟ้มของคุณเพื่อที่คุณจะสามารถอ้างอิงถึงหรือเชื่อมโยงไปถึงได้ในภายหลัง)ที่อ้างถึงค่าตั้งแต่หนึ่งค่าขึ้นไป

แสดง\# รูปแบบตัวเลข

ระบุรูปแบบการแสดงผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลข โดยสวิตช์นี้มีชื่อเรียกว่า สวิตช์ "รูปแบบ" เนื่องจากจะใช้สัญลักษณ์ในการแสดงถึงรูปแบบของผลลัพธ์เขตข้อมูล (ผลลัพธ์เขตข้อมูล: ข้อความหรือกราฟิกที่แทรกอยู่ในเอกสารเมื่อ Microsoft Word ดำเนินการตามคำสั่งของเขตข้อมูล เมื่อคุณพิมพ์เอกสารหรือซ่อนโค้ดเขตข้อมูล ผลลัพธ์เขตข้อมูลจะแทนที่โค้ดเขตข้อมูล)

ตัวอย่างเช่น สวิตช์ \# $#,##0.00 ใน { = SUM(ABOVE) \# $#,##0.00 } จะแสดงผลลัพธ์ เช่น "$4,455.70" ในกรณีที่ผลลัพธ์ของเขตข้อมูลไม่ใช่ตัวเลข สวิตช์นี้ก็จะไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ  รูปแบบตัวเลขปกติที่ไม่มีช่องว่างรวมอยู่ไม่จำเป็นต้องคร่อมด้วยเครื่องหมายอัญประกาศ ตัวอย่างเช่น { MarchSales \# $#,##0.00 } แต่ถ้าเป็นรูปแบบตัวเลขที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและมีข้อความหรือช่องว่างรวมอยู่ด้วย ให้ใส่เครื่องหมายอัญประกาศคร่อมรูปแบบตัวเลขนี้ ดังที่แสดงอยู่ในตัวอย่างรายการรูปแบบต่อไปนี้ โดย Microsoft Word จะเพิ่มเครื่องหมายอัญประกาศให้กับสวิตช์รูปแบบตัวเลขด้วยหากคุณแทรกเขตข้อมูลด้วยการใช้คำสั่ง เขตข้อมูล (บนเมนู แทรก) หรือคำสั่ง สูตร (บนเมนู ตาราง)

ผสมผสานรายการรูปแบบต่อไปนี้เข้าด้วยกันเพื่อสร้างสวิตช์รูปแบบตัวเลข

แสดงรายการรูปแบบ

0 (ศูนย์)
ระบุตำแหน่งตัวเลขที่ต้องการแสดงในผลลัพธ์ ถ้าผลลัพธ์ไม่มีตัวเลขอยู่ในตำแหน่งนั้น Word ก็จะแสดงเลข 0 (ศูนย์) ตัวอย่างเช่น { = 4 + 5 \# 00.00 } แสดงผลลัพธ์เป็น "09.00"
#
ระบุตำแหน่งตัวเลขที่ต้องการแสดงในผลลัพธ์ ถ้าผลลัพธ์ไม่มีตัวเลขอยู่ในตำแหน่งนั้น Word ก็จะแสดงช่องว่าง ตัวอย่างเช่น { = 9 + 6 \# $### } แสดงผลลัพธ์เป็น "$ 15"
x
วางตัวเลขไว้ทางซ้ายของตัวยึดตำแหน่ง "x" ถ้าตำแหน่งวางอยู่ทางขวาของจุดทศนิยม Word ก็จะปัดค่าผลลัพธ์ขึ้นเป็นตำแหน่งนั้น ตัวอย่างเช่น
{ = 111053 + 111439 \# x## } แสดงผลลัพธ์เป็น "492"
{ = 1/8 \# 0.00x } แสดงผลลัพธ์เป็น "0.125"
และ { = 3/4 \# .x } แสดงผลลัพธ์เป็น ".8"
. (จุดทศนิยม)
กำหนดตำแหน่งจุดทศนิยม ตัวอย่างเช่น { = SUM(ABOVE) \# $###.00 } แสดงผลลัพธ์เป็น "$495.47"

หมายเหตุ  ใช้สัญลักษณ์ทศนิยมที่ระบุไว้ของการตั้งค่าภูมิภาค ใน Control Panel ของ Microsoft Windows

, (สัญลักษณ์การจัดกลุ่มตัวเลข)
แยกกลุ่มของตัวเลขสามหลัก ตัวอย่างเช่น { = NetProfit \# $#,###,### } แสดงผลลัพธ์เป็น "$2,456,800"

หมายเหตุ  ใช้สัญลักษณ์การจัดกลุ่มตัวเลขที่ระบุไว้ของการตั้งค่าภูมิภาค ใน Control Panel ของ Windows

- (เครื่องหมายลบ)
เพิ่มเครื่องหมายลบให้กับผลลัพธ์ที่เป็นลบ หรือเพิ่มช่องว่างถ้าผลลัพธ์นั้นเป็นบวก หรือ 0 (ศูนย์) ตัวอย่างเช่น { = 10 - 90 \# -## } แสดงผลลัพธ์เป็น "-80"
+ (เครื่องหมายบวก)
เพิ่มเครื่องหมายบวกให้กับผลลัพธ์ที่เป็นบวก เพิ่มเครื่องหมายลบให้กับผลลัพธ์ที่เป็นลบ หรือเพิ่มช่องว่างถ้าผลลัพธ์นั้นเป็น 0 (ศูนย์) ตัวอย่างเช่น { = 100 - 90 \# +## } แสดงผลลัพธ์เป็น "+10" และ { = 90 - 100 \# +## } แสดงผลลัพธ์เป็น "-10"
%, $, * และอื่นๆ
ใส่อักขระที่ระบุไว้ในผลลัพธ์ ตัวอย่างเช่น { = netprofit \# "##%" } แสดงผลลัพธ์เป็น "33%"
"ค่าบวก; ค่าลบ"
ระบุรูปแบบตัวเลขเป็นแบบอื่นให้กับผลลัพธ์ที่เป็นค่าบวกและค่าลบ ตัวอย่างเช่น ถ้าที่คั่นหน้า (ที่คั่นหน้าเว็บ: ตำแหน่งที่ตั้งหรือข้อความที่เลือกในแฟ้มที่คุณได้ตั้งชื่อขึ้นเพื่อใช้อ้างอิง ที่คั่นหน้าเว็บจะระบุตำแหน่งภายในแฟ้มของคุณเพื่อที่คุณจะสามารถอ้างอิงถึงหรือเชื่อมโยงไปถึงได้ในภายหลัง) Sales95 เป็นค่าบวก เขตข้อมูล { Sales95 \# "$#,##0.00;-$#,##0.00" } จะแสดงผลลัพธ์เป็นค่าที่มีการจัดรูปแบบปกติ ตัวอย่างเช่น "$1,245.65" แต่ถ้าเป็นค่าลบก็จะแสดงการจัดรูปแบบตัวหนาพร้อมด้วยเครื่องหมายลบ ตัวอย่างเช่น "-$ 345.56"
"ค่าบวก; ค่าลบ; ศูนย์"
ระบุรูปแบบตัวเลขที่แตกต่างกันสำหรับผลลัพธ์ที่เป็นบวก ผลลัพธ์ที่เป็นลบ และผลลัพธ์ที่เป็น 0 (ศูนย์) ตัวอย่างเช่น { Sales95 \# "$#,##0.00;($#,##0.00);$0" } จะแสดงค่าบวก ลบ และ 0 (ศูนย์) ดังต่อไปนี้คือ $1,245.65, ($ 345.56), $0 ซึ่งขึ้นอยู่กับค่าของที่คั่นหน้า Sales95 ด้วย
'ข้อความ'
เพิ่มข้อความให้กับผลลัพธ์ โดยใส่ข้อความไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว ตัวอย่างเช่น { = { ราคา } *8.1% \# "$##0.00 'คือภาษีขาย' " } จะแสดงผลลัพธ์เป็น "$347.44 คือภาษีขาย"
`ลำดับเลขของรายการ`
แสดงลำดับเลขให้กับของรายการที่นำหน้า ซึ่งเป็นลำดับเลขจากการใช้คำสั่ง คำอธิบายเฉพาะ (บนเมนู แทรก ให้เลือกเมนูย่อย การอ้างอิง) หรือจากการแทรกเขตข้อมูล SEQ โดยให้ใส่เครื่องหมายเน้นเสียง (`) คร่อมตัวระบุชนิดรายการด้วย เช่น "ตาราง" หรือ "ภาพ" ซึ่งจะแสดงลำดับเลขในรูปแบบเลขอาระบิก ตัวอย่างเช่น { = SUM(A1:D4) \# "##0.00 'คือผลรวมของตาราง' `ลำดับเลขของตาราง`" } จะแสดงผลลัพธ์เป็น "456.34 คือผลรวมของตาราง 2"

แสดงตัวอย่าง

ตัวอย่างที่ 1

เขตข้อมูลต่อไปนี้หักออกจากค่าของที่คั่นหน้า (ที่คั่นหน้าเว็บ: ตำแหน่งที่ตั้งหรือข้อความที่เลือกในแฟ้มที่คุณได้ตั้งชื่อขึ้นเพื่อใช้อ้างอิง ที่คั่นหน้าเว็บจะระบุตำแหน่งภายในแฟ้มของคุณเพื่อที่คุณจะสามารถอ้างอิงถึงหรือเชื่อมโยงไปถึงได้ในภายหลัง) GrossSales โดยสวิตช์รูปแบบตัวเลข (สวิตช์รูปแบบตัวเลข (\#): เป็นตัวที่ใช้ระบุให้ Microsoft Word แสดงลักษณะที่ปรากฏของผลลัพธ์ตัวเลขของเขตข้อมูล สวิตช์นี้เรียกว่า "สวิตช์รูปแบบ" เพราะว่าคุณใช้สัญลักษณ์นี้เพื่อแสดงลักษณะที่ปรากฏของผลลัพธ์เขตข้อมูลที่คุณต้องการ)จะแสดงผลลัพธ์พร้อมด้วยสัญลักษณ์สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น $14,786.17

{ = GrossSales-29,897.62 \# "$#,##0.00" }

ตัวอย่างที่ 2

เขตข้อมูล = (สูตร) ต่อไปนี้คำนวณจำนวนหน้าทั้งหมดในเอกสารซึ่งเริ่มที่หน้า 47 ผลลัพธ์ที่ได้คือ "หน้า 51จาก 92"

หน้า { PAGE } จาก { = (47 - 1) + { NUMPAGES } }

ตัวอย่างที่ 3

ตัวอย่างต่อไปนี้อ้างถึงค่าต่างๆ ในตาราง โดยการอ้างอิงเซลล์ในตัวอย่างอ้างถึงเซลล์ต่างๆ ในตารางที่มีเขตข้อมูล = (สูตร) หากเขตข้อมูลไม่อยู่ในตารางที่อ้างถึง ให้ทำเครื่องหมายตารางด้วยที่คั่นหน้า แล้วระบุการอ้างอิงเซลล์ต่อท้ายที่คั่นหน้านั้น

{ = SUM(ABOVE) } (แทรกลงในเซลล์ตาราง)

ผลรวมของเซลล์จากเซลล์ที่อยู่เหนือเขตข้อมูลไปจนถึงบนสุดของคอลัมน์ หรือถึงเซลล์แรกที่ว่างหรือเซลล์ที่มีค่าไม่ถูกต้อง

{ = SUM(Table3 C3) }

เนื้อหาของเซลล์ในคอลัมน์ที่สามของแถวที่สามในตารางที่ทำเครื่องหมายด้วยที่คั่นหน้า "Table3"

{ = MIN(Table3 A3:D3) }

ค่าที่น้อยที่สุดในสี่เซลล์แรกในแถวที่สามของตารางที่ทำเครื่องหมายด้วยที่คั่นหน้า "Table3"

 
 
นำไปใช้กับ:
Office 2003, Word 2003, Word