การแทรกและการจัดรูปแบบโค้ดเขตข้อมูลใน Word

เขตข้อมูลใน Microsoft Office Word จะใช้เป็นตัวยึดสำหรับข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงในเอกสารและใช้สำหรับการสร้างฟอร์มจดหมายและป้ายชื่อในเอกสารจดหมายเวียน เขตข้อมูลชนิดดังกล่าวยังมีชื่อเรียกว่าโค้ดเขตข้อมูล และโค้ดเขตข้อมูลนี้จะแตกต่างจากชนิดของเขตข้อมูลที่ใช้ในการใส่ข้อมูล เช่น ฟอร์ม สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มเขตข้อมูลฟอร์มลงในเอกสาร ให้ดูที่ สร้างฟอร์มสำหรับพิมพ์สร้างฟอร์มซึ่งผู้ใช้กรอกข้อมูลใน Word หรือ ทำรายการตรวจสอบใน Word

Word จะแทรกเขตข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อคุณใช้คำสั่งเฉพาะ อย่างเช่น เมื่อคุณแทรกหมายเลขหน้า เมื่อคุณแทรกแบบเอกสารสำเร็จรูป เช่น หน้าปก หรือเมื่อคุณสร้างสารบัญ คุณยังสามารถแทรกเขตข้อมูลได้ด้วยตนเองเพื่อทำให้ลักษณะต่างๆ ในเอกสารของคุณเป็นไปโดยอัตโนมัติ เช่น ข้อมูลการผสานจากแหล่งข้อมูลหรือการดำเนินการคำนวณ เป็นต้น

ใน Microsoft Office Word 2007 มีความจำเป็นที่จะต้องแทรกเขตข้อมูลด้วยตนเองอยู่น้อย เนื่องจากคำสั่งที่มีอยู่แล้วภายในและตัวควบคุมเนื้อหามีความสามารถเช่นที่เขตข้อมูลส่วนใหญ่มีอยู่ใน Word หลายรุ่น จึงเป็นไปได้ที่คุณจะพบกับเขตข้อมูลในเอกสารที่สร้างขึ้นใน Word รุ่นก่อนหน้า คุณสามารถใช้ข้อมูลในบทความนี้เพื่อทำความเข้าใจและทำงานกับเขตข้อมูล

ความปลอดภัย  เนื่องจากทุกคนสามารถเห็นโค้ดเขตข้อมูลได้เมื่ออ่านเอกสารของคุณ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่คุณวางไว้ในโค้ดเขตข้อมูลไม่ใช่ข้อมูลที่คุณต้องการเก็บเป็นความลับ

 หมายเหตุ   ข้อมูลในบทความนี้จะนำไปใช้กับโค้ดเขตข้อมูลใดๆ ใน Word สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับโค้ดเขตข้อมูลเฉพาะ ให้ค้นหาในวิธีใช้ Word เพื่อดูชื่อของโค้ดเขตข้อมูลแต่ละอัน เช่น IF

คุณต้องการทำสิ่งใด


เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเขตข้อมูล

คุณสามารถแทรกเขตข้อมูล หากคุณต้องการทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

ในกรณีอื่นๆ จะทำได้ง่ายขึ้นด้วยการใช้คำสั่งและตัวเลือกที่จัดไว้ให้ใน Word เพื่อเพิ่มข้อมูลที่คุณต้องการ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถแทรกการเชื่อมโยงหลายมิติ (การเชื่อมโยงหลายมิติ: ข้อความที่มีสีและขีดเส้นใต้ หรือรูปภาพที่คุณคลิกเพื่อไปยังแฟ้ม ตำแหน่งในแฟ้ม เว็บเพจบนเวิลด์ไวด์เว็บ หรือเว็บเพจบนอินทราเน็ต การเชื่อมโยงหลายมิติสามารถไปยังกลุ่มข่าว และไปยังไซต์ Gopher, Telnet และ FTP ได้)ด้วยการใช้เขตข้อมูล HYPERLINK โดยที่คุณสามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วยการใช้คำสั่ง การเชื่อมโยงหลายมิติ ในกลุ่ม การเชื่อมโยง บนแท็บ แทรก คุณยังสามารถแทรกข้อมูลเกี่ยวกับเอกสาร เช่น ชื่อผู้สร้างหรือชื่อเรื่องของเอกสาร ด้วยการใช้เขตข้อมูล AUTHOR หรือเขตข้อมูล TITLE อย่างไรก็ตาม คุณสามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วยการแทรกตัวควบคุมเนื้อหา คุณสมบัติ จากเมนู ส่วนประกอบด่วน เพื่อทำสิ่งนี้

 หมายเหตุ   คุณจะไม่สามารถแทรกวงเล็บเหลี่ยมของโค้ดเขตข้อมูลด้วยการพิมพ์อักขระวงเล็บเหลี่ยมบนแป้นพิมพ์ เมื่อต้องการแทรกวงเล็บเหลี่ยมของโค้ดเขตข้อมูล ให้กด CTRL+F9

ไวยากรณ์โค้ดเขตข้อมูล

โค้ดเขตข้อมูลจะปรากฏระหว่างวงเล็บปีกกา ( { } ) เขตข้อมูลต่างๆ จะทำงานเช่นเดียวกับสูตรใน Microsoft Office Excel โค้ดเขตข้อมูลจึงเหมือนกับสูตร และผลลัพธ์เขตข้อมูลเหมือนกับค่าที่ได้จากสูตร คุณสามารถสลับระหว่างการแสดงโค้ดเขตข้อมูลและผลลัพธ์ในเอกสารของคุณได้ด้วยการกด ALT+F9

เมื่อคุณแสดงโค้ดเขตข้อมูลในเอกสารของคุณ ไวยากรณ์จะมีลักษณะดังนี้

{ ื่อเขตข้อมูล คุณสมบัติ สวิตช์เพิ่มเติม }

  • ชื่อเขตข้อมูล     คือชื่อที่ปรากฏในรายการของชื่อเขตข้อมูลในกล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล
  • คุณสมบัติ     คือคำสั่งหรือตัวแปรใดๆ ที่ถูกใช้ในเขตข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่ใช่เขตข้อมูลทั้งหมดที่มีพารามิเตอร์ และในบางเขตข้อมูลอาจจะมีพารามิเตอร์หรือไม่ก็ได้ แทนที่จะจำเป็นต้องมีทุกเขตข้อมูล
  • สวิตช์เพิ่มเติม    คือการตั้งค่าเพิ่มเติมต่างๆ ที่พร้อมใช้งานสำหรับเขตข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่ใช้เขตข้อมูลทั้งหมดที่จะสามารถใช้งานสวิตช์ได้ นอกจากเขตข้อมูลที่ควบคุมการจัดรูปแบบผลลัพธ์เขตข้อมูล

ตัวอย่าง

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถวางชื่อเรื่องของเอกสารของคุณในตำแหน่งใดก็ได้ในเอกสารโดยการวางเขตข้อมูล TITLE ลงในเอกสาร (ชื่อเรื่องของเอกสารของคุณอยู่ในกล่อง ชื่อเรื่อง ใน แผงข้อมูลคุณสมบัติเอกสาร ซึ่งมองเห็นได้เมื่อคุณคลิก คุณสมบัติ ในกลุ่ม แสดง/ซ่อน บนแท็บ มุมมอง)

 หมายเหตุ   เขตข้อมูล TITLE ที่แสดงไว้นี้เป็นตัวอย่างของไวยากรณ์โค้ดเขตข้อมูล ทั้งนี้ วิธีที่ง่ายกว่าในการวางชื่อเรื่องของเอกสารลงในเอกสารของคุณคือ ให้ไปที่ ส่วนประกอบด่วน บนแท็บ แทรก แล้วชี้ไปที่ คุณสมบัติ จากนั้นให้คลิก ชื่อเรื่อง

ไวยากรณ์สำหรับโค้ดเขตข้อมูล TITLE มีลักษณะดังนี้

{ TITLE ["ชื่อเรื่องใหม่"] }

คุณสมบัติชื่อเรื่องใหม่เป็นคุณสมบัติที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ซึ่งถูกระบุโดยวงเล็บ ( [] ) ถ้าคุณปล่อยให้คุณสมบัตินี้ว่าง ผลลัพธ์เขตข้อมูลจะแสดงชื่อเอกสารปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณพิมพ์คำว่า รายงานรายไตรมาส ลงในคุณสมบัติชื่อเรื่องใหม่ กล่อง ชื่อเรื่อง ใน ผังข้อมูลเอกสาร จะได้รับการปรับปรุงเป็น รายงานรายไตรมาส และผลลัพธ์ของเขตข้อมูล TITLE เมื่อคุณกด ALT+F9 จะแสดงขึ้นเป็น รายงานรายไตรมาส เช่นกัน

เขตข้อมูล TITLE ไม่มีสวิตช์เพิ่มเติม

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การแทรกเขตข้อมูล

  1. คลิกตำแหน่งที่คุณต้องการจะแทรกเขตข้อมูล
  2. บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม ข้อความ ให้คลิก ส่วนประกอบด่วน แล้วคลิก เขตข้อมูล

รูป Ribbon ของ Word

  1. ในรายการ ประเภท ให้เลือกประเภท
  2. ในรายการ ชื่อเขตข้อมูล ให้เลือกชื่อเขตข้อมูล
  3. เลือกคุณสมบัติหรือตัวเลือกที่คุณต้องการ

 หมายเหตุ 

  • ถ้าคุณต้องการเห็นโค้ดสำหรับเขตข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในกล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล ให้คลิก โค้ดเขตข้อมูล
  • เมื่อต้องการซ้อนเขตข้อมูลภายในเขตข้อมูลอื่น อันดับแรกให้แทรกเขตข้อมูลภายนอกหรือคอนเทนเนอร์ด้วยการใช้กล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล จากนั้นในเอกสารของคุณ ให้วางจุดแทรกภายในโค้ดเขตข้อมูลในตำแหน่งที่คุณต้องการแทรกเขตข้อมูลภายใน แล้วใช้กล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล เพื่อแทรกเขตข้อมูลภายใน

 เคล็ดลับ   ถ้าคุณทราบโค้ดเขตข้อมูลสำหรับเขตข้อมูลที่คุณต้องการแทรก คุณสามารถพิมพ์โค้ดลงในเอกสารของคุณได้โดยตรงเช่นกัน อันดับแรกให้กด CTRL+F9 จากนั้นให้พิมพ์โค้ดภายในวงเล็บเหลี่ยม

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การแก้ไขเขตข้อมูล

  1. คลิกขวาในเขตข้อมูล แล้วคลิก แก้ไขเขตข้อมูล

 หมายเหตุ   สำหรับบางเขตข้อมูล คุณต้องแสดงโค้ดเขตข้อมูลเพื่อที่จะแก้ไขเขตข้อมูล เมื่อต้องการทำเช่นนี้ ให้คลิกเขตข้อมูล แล้วกด SHIFT+F9 หรือเมื่อต้องการแสดงโค้ดเขตข้อมูลทั้งหมดในเอกสาร ให้กด ALT+F9

  1. เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติเขตข้อมูลและตัวเลือก สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและตัวเลือกที่มีไว้สำหรับเขตข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง ให้ค้นหาบนชื่อเขตข้อมูลในวิธีใช้

แสดงถ้ามีการแสดงคุณสมบัติเขตข้อมูลและตัวเลือกของเขตข้อมูล

ให้เลือกคุณสมบัติและตัวเลือกใหม่ที่คุณต้องการ ถ้าคุณต้องการทำงานในโค้ดเขตข้อมูลโดยตรงแต่คุณมองไม่เห็น ให้คลิก โค้ดเขตข้อมูล เพื่อแสดงโค้ด จากนั้นคลิก ตัวเลือก เพื่อเพิ่มสวิตช์เขตข้อมูลหรือตัวเลือกอื่นๆ

แสดงถ้ามีการแสดงเฉพาะคุณสมบัติขั้นสูงสำหรับเขตข้อมูล (โค้ดเขตข้อมูล)

คุณสามารถทำงานในโค้ดเขตข้อมูลได้โดยตรงเพื่อแก้ไขเขตข้อมูลนั้น หรือคุณสามารถคลิก ตัวเลือก เพื่อเพิ่มสวิตช์เขตข้อมูลหรือตัวเลือกอื่นๆ

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การแสดงผลลัพธ์เขตข้อมูล

ตามค่าเริ่มต้นแล้ว Word จะแสดงผลลัพธ์เขตข้อมูลอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับเนื้อหาในเอกสารของคุณเพื่อที่ผู้อ่านจะไม่ทราบว่าส่วนนั้นของเนื้อหาอยู่ในเขตข้อมูล อย่างไรก็ตาม เขตข้อมูลยังสามารถถูกแสดงด้วยพื้นหลังแบบแรเงาเพื่อให้มองเห็นเขตข้อมูลในเอกสารได้ชัดเจนขึ้น

คุณสามารถทำให้ผลลัพธ์เขตข้อมูลไล่ระดับสีเดียวกับเนื้อหาเอกสารด้วยการปิดใช้งานตัวเลือกที่ให้แสดงเขตข้อมูลด้วยพื้นหลังเงาและด้วยการจัดรูปแบบผลลัพธ์เขตข้อมูล

ถ้าคุณต้องการให้ผู้อ่านสนใจเขตข้อมูล คุณสามารถแสดงเขตข้อมูลโดยมีพื้นหลังแรเงาอยู่ตลอดเวลาหรือเฉพาะเมื่อเขตข้อมูลถูกเลือกก็ได้

คุณสามารถจัดรูปแบบผลลัพธ์เขตข้อมูลด้วยการนำการจัดรูปแบบข้อความมาใช้กับเขตข้อมูล หรือด้วยการเพิ่มสวิตช์ (สวิตช์: คำสั่งพิเศษที่ทำให้มีแอคชันอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อคุณทำงานกับเขตข้อมูล โดยทั่วไปแล้วจะมีการเพิ่มสวิตช์ไปยังเขตข้อมูลเพื่อปรับเปลี่ยนผลลัพธ์)การจัดรูปแบบให้กับโค้ดเขตข้อมูล

การเปลี่ยนพื้นหลังแรเงาของเขตข้อมูล

  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม แล้วคลิก ตัวเลือกของ Word
  1. คลิก ขั้นสูง
  2. ภายใต้ แสดงเนื้อหาของเอกสาร ในรายการ การแรเงาเขตข้อมูล ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • เมื่อต้องการทำให้เขตข้อมูลโดดเด่นกว่าเนื้อหาที่เหลือของเอกสาร ให้เลือก เสมอ
    • เมื่อต้องการทำให้เขตข้อมูลไล่ระดับสีเดียวกับเนื้อหาเอกสารอย่างต่อเนื่อง ให้เลือก ไม่
    • เมื่อต้องการทำให้ผู้ใช้ Word ทราบว่าได้คลิกในเขตข้อมูลแล้ว ให้เลือก เมื่อเลือก

 หมายเหตุ   เมื่อตัวเลือกการแรเงาเขตข้อมูลถูกตั้งค่าเป็น เมื่อเลือก เขตข้อมูลจะแสดงพื้นหลังสีเทาเมื่อคุณคลิกภายในเขตข้อมูลนั้น อย่างไรก็ตาม การแรเงาสีเทาไม่ได้แสดงว่าเขตข้อมูลนั้นถูกเลือก เมื่อคุณเลือกเขตข้อมูลด้วยการคลิกสองครั้งหรือด้วยการลากเมาส์ การเน้นที่แสดงถึงการเลือกจะถูกเพิ่มในการแรเงาสีเทา

การนำการจัดรูปแบบข้อความไปใช้กับเขตข้อมูล

  • เลือกเขตข้อมูลที่คุณต้องการจัดรูปแบบ แล้วนำการจัดรูปแบบไปใช้โดยใช้คำสั่งในกลุ่ม แบบอักษร บนแท็บ หน้าแรก

รูป Ribbon ของ Word

ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการขีดเส้นใต้ชื่อที่ถูกแทรกโดยเขตข้อมูล AUTHOR ให้เลือกโค้ดเขตข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งวงเล็บเหลี่ยม (หรือเลือกผลลัพธ์เขตข้อมูลทั้งหมด) แล้วคลิก ขีดเส้นใต้รูปปุ่ม ในกลุ่ม แบบอักษร บนแท็บ หน้าแรก

 หมายเหตุ   ถ้าคุณปรับปรุงเขตข้อมูล การจัดรูปแบบใดๆ ที่คุณนำมาใช้กับผลลัพธ์เขตข้อมูลอาจจะสูญหาย เมื่อต้องการเก็บรักษาการจัดรูปแบบนั้นไว้ ให้รวมสวิตช์ \* MERGEFORMAT ไว้ในโค้ดเขตข้อมูลด้วย เมื่อคุณแทรกเขตข้อมูลด้วยการใช้กล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล สวิตช์ \* MERGEFORMAT จะถูกรวมไว้ตามค่าเริ่มต้น

การเพิ่มสวิตช์การจัดรูปแบบในโค้ดเขตข้อมูล

  1. คลิกขวาที่เขตข้อมูล แล้วคลิก แก้ไขเขตข้อมูล 
  2. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ถ้า คุณสมบัติเขตข้อมูล และ ตัวเลือกของเขตข้อมูล แสดงอยู่ ให้เลือกตัวเลือกการจัดรูปแบบที่คุณต้องการ
    • ถ้ามีเฉพาะโค้ดเขตข้อมูลแสดงอยู่ ให้คลิก ตัวเลือก จากนั้นเลือกตัวเลือกการจัดรูปแบบที่คุณต้องการ

ถ้าปุ่ม ตัวเลือก ปรากฏเป็นสีจาง ตัวเลือกการจัดรูปแบบเพิ่มเติมอาจไม่สามารถใช้งานได้

คุณสามารถใช้สวิตช์การจัดรูปแบบสามแบบต่อไปนี้เพื่อจัดรูปแบบผลลัพธ์เขตข้อมูล

สวิตช์รูปแบบ

สวิตช์เขตข้อมูลรูปแบบ (\*) จะกำหนดวิธีการแสดงผลลัพธ์เขตข้อมูล คำสั่งรูปแบบจะกำหนดสิ่งต่อไปนี้

นอกจากนี้ สวิตช์รูปแบบยังเก็บรักษาการจัดรูปแบบของผลลัพธ์เขตข้อมูลไว้ เมื่อเขตข้อมูลได้รับการปรับปรุง

แสดงรูปแบบการทำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่

รายการต่อไปนี้คือรายการสวิตช์และรายการที่สวิตช์ทำให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่

  • \*Caps    สวิตช์นี้ทำให้อักษรแรกของแต่ละคำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวอย่างเช่น { FILLIN "พิมพ์ชื่อของคุณ:" \* Caps } จะแสดง Luis Alverca แม้ว่าจะพิมพ์ชื่อเป็นตัวพิมพ์เล็กก็ตาม

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก ขึ้นต้นคำด้วยตัวพิมพ์ใหญ่

  • \*FirstCap    สวิตช์นี้ทำให้อักษรแรกของคำแรกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวอย่างเช่น { COMMENTS \* FirstCap } จะแสดง Weekly report on sales

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก ทำอักษรตัวแรกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่

  • \*Upper    สวิตช์นี้ทำให้อักษรทั้งหมดเป็นต้วพิมพ์ใหญ่ ตัวอย่างเช่น { QUOTE "word" \* Upper } จะแสดง WORD

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก ตัวพิมพ์ใหญ่

  • \*Lower    สวิตช์นี้ไม่ทำให้ผลลัพธ์ใดเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ อักษรทั้งหมดจะเป็นตัวพิมพ์เล็ก ตัวอย่างเช่น { FILENAME \* Lower } จะแสดง weekly sales report.doc

 หมายเหตุ   สวิตช์นี้จะไม่ส่งผลใดๆ ถ้าทั้งเขตข้อมูลที่มีสวิตช์ถูกจัดรูปแบบเป็นตัวพิมพ์เล็ก

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก ตัวพิมพ์เล็ก

แสดงรูปแบบตัวเลข

รายการต่อไปนี้คือรายการสวิตช์สำหรับตัวเลขและผลลัพธ์ของสวิตช์ดังกล่าว

  • \*alphabetic    สวิตช์นี้แสดงผลลัพธ์เป็นอักขระพยัญชนะ ผลลัพธ์จะมีตัวพิมพ์แบบเดียวกับคำ "alphabetic" ในโค้ดเขตข้อมูล ตัวอย่างเช่น { SEQ appendix \* ALPHABETIC } จะแสดง B (แทนที่จะเป็น 2) และ { SEQ appendix \* alphabetic } จะแสดง b

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก a, b, c,

  • \*Arabic    สวิตช์นี้แสดงผลลัพธ์เป็นจำนวนตัวเลขอาระบิก ตัวอย่างเช่น { PAGE \* Arabic } จะแสดง 31

 หมายเหตุ 

  • ถ้าการตั้งค่า รูปแบบตัวเลข ในกล่องโต้ตอบ รูปแบบหมายเลขหน้า ไม่เป็นตัวเลขอาระบิก สวิตช์นี้จะไปแทนที่การตั้งค่า รูปแบบตัวเลข
  • เฉพาะหมายเลขหน้าเท่านั้นที่มีรูปแบบ ArabicDash ซึ่งจะแสดงผลลัพธ์เป็นจำนวนตัวเลขอาระบิกที่ล้อมด้วยอักขระยัติภังค์ ตัวอย่างเช่น { PAGE \* ArabicDash } จะแสดง - 31 -

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก 1, 2, ,3, ...

  • \*CardText    สวิตช์นี้แสดงผลลัพธ์เป็นข้อความเชิงการนับ ผลลัพธ์จะถูกจัดรูปแบบเป็นอักษรตัวพิมพ์เล็กนอกจากว่าคุณได้เพิ่มสวิตช์รูปแบบเพื่อระบุเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ที่ต่างไป ตัวอย่างเช่น { = SUM(A1:B2) \* CardText } จะแสดง seven hundred ninety และ { = SUM(A1:B2) \* CardText \* Caps } จะแสดง Seven Hundred Ninety

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก One, Two, Three

  • \*DollarText    สวิตช์นี้แสดงผลลัพธ์เป็นข้อความเชิงการนับ Word จะแทรกคำว่า and ที่จุดทศนิยมและแสดงทศนิยมสองตำแหน่งแรก (ที่ปัดเศษ) เป็นจำนวนเศษที่เป็นเลขอาระบิกต่อจำนวนเต็ม 100 ผลลัพธ์จะถูกจัดรูปแบบเป็นอักษรตัวพิมพ์เล็กนอกจากว่าคุณได้เพิ่มสวิตช์รูปแบบเพื่อระบุเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ที่ต่างไป ตัวอย่างเช่น { = 9.20 + 5.35 \* DollarText \* Upper } จะแสดง FOURTEEN AND 55/100

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก ข้อความดอลลาร์

  • \*Hex    สวิตช์นี้แสดงผลลัพธ์เป็นเลขฐานสิบหก ตัวอย่างเช่น { QUOTE "458" \* Hex } จะแสดง 1CA

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก hex ...

  • \*OrdText    สวิตช์นี้แสดงผลลัพธ์เป็นข้อความแสดงลำดับ ผลลัพธ์จะถูกจัดรูปแบบเป็นอักษรตัวพิมพ์เล็กเว้นแต่ว่าคุณได้เพิ่มสวิตช์รูปแบบเพื่อระบุเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ที่ต่างไป ตัวอย่างเช่น { DATE \@ "d" \* OrdText } จะแสดง twenty-first และ { DATE \@ "d" \* OrdText \* FirstCap } จะแสดง Twenty-first

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก First, Second, Third, ...

  • \*Ordinal    สวิตช์นี้แสดงผลลัพธ์เป็นตัวเลขอาระบิกแสดงลำดับ ตัวอย่างเช่น { DATE \@ "d" \* Ordinal } จะแสดง 30th

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก 1st, 2nd, 3rd

  • \*Roman    สวิตช์นี้แสดงผลลัพธ์เป็นเลขโรมัน โดยผลลัพธ์จะมีลักษณะตัวพิมพ์เหมือนคำว่า "roman" ในโค้ดเขตข้อมูล ตัวอย่างเช่น { SEQ CHAPTER \* roman } จะแสดง xi และ { SEQ CHAPTER \* ROMAN } จะแสดง XI

เมื่อต้องการเลือกตัวเลือกนี้ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของเขตข้อมูล ให้คลิก I, II, III,

แสดงรูปแบบอักขระและการป้องกันรูปแบบที่ใช้ก่อนหน้า

รายการต่อไปนี้คือสวิตช์การจัดรูปแบบอักขระและผลลัพธ์จากการใช้สวิตช์นั้น

  • \*Charformat    สวิตช์นี้นำการจัดรูปแบบอักษรแรกของชื่อเขตข้อมูลมาใช้กับผลลัพธ์ทั้งหมด ผลลัพธ์ของตัวอย่างต่อไปนี้จะมีการจัดรูปแบบตัวหนาเนื่องจาก R ใน REF เป็นตัวหนา

{ REF chapter2_title \* Charformat } จะแสดง Whales of the Pacific เป็นตัวหนา

 หมายเหตุ   เมื่อต้องการเพิ่มสวิตช์นี้ ให้พิมพ์ในโค้ดเขตข้อมูลในกล่อง โค้ดเขตข้อมูล ในกล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล

  • \*MERGEFORMAT      สวิตช์นี้นำการจัดรูปแบบของผลลัพธ์ก่อนหน้ามาใช้กับผลลัพธ์ใหม่ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเลือกชื่อที่แสดงโดยเขตข้อมูล { AUTHOR \* MERGEFORMAT } และนำการจัดรูปแบบตัวหนามาใช้ Word จะยังคงรักษาการจัดรูปแบบตัวหนาไว้เมื่อเขตข้อมูลถูกปรับปรุงเพื่อแสดงชื่อผู้สร้างใหม่

 หมายเหตุ    เมื่อคุณแทรกเขตข้อมูลด้วยการใช้กล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล สวิตช์ \*MERGEFORMAT จะถูกรวมตามค่าเริ่มต้น คุณสามารถปิดตัวเลือกนี้ด้วยการล้างกล่องกาเครื่องหมาย รักษาการจัดรูปแบบขณะปรับปรุง ในกล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล

กลับไปยังสวิตช์การจัดรูปแบบ

สวิตช์รูปแบบตัวเลข

สวิตช์รูปแบบตัวเลข (\#) จะระบุการแสดงผลลัพธ์แบบตัวเลข

ตัวอย่างเช่น สวิตช์ \# $#,##0.00 ใน { = SUM(ABOVE) \# $#,##0.00 } จะแสดงผลลัพธ์เช่น "$4,455.70" หากผลลัพธ์ของเขตข้อมูลไม่ใช่ตัวเลข สวิตช์จะไม่มีผลใดๆ

 หมายเหตุ   ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องหมายอัญประกาศล้อมรอบรูปแบบตัวเลขแบบธรรมดาที่ไม่มีช่องว่าง ตัวอย่างเช่น { MarchSales \# $#,##0.00 } สำหรับรูปแบบตัวเลขที่ซับซ้อนมากขึ้นและรูปแบบตัวเลขที่มีข้อความหรือช่องว่างอยู่ด้วย ให้ใส่รูปแบบตัวเลขในเครื่องหมายอัญประกาศ ตามที่แสดงในตัวอย่างต่อไปนี้ Word จะเพิ่มเครื่องหมายอัญประกาศในสวิชต์รูปแบบตัวเลขถ้าคุณแทรกเขตข้อมูลด้วยการใช้กล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล หรือคำสั่ง สูตร ในกลุ่ม ข้อมูล ของแท็บ เค้าโครง (แท็บบริบท เครื่องมือตาราง)

รวมรายการรูปแบบต่อไปนี้เพื่อสร้างสวิตช์รูปแบบตัวเลข

  • 0 (ศูนย์)    รายการรูปแบบนี้จะระบุตำแหน่งตัวเลขที่ต้องการให้แสดงในผลลัพธ์ ถ้าผลลัพธ์ไม่มีตัวเลขอยู่ในตำแหน่งนั้น Word จะแสดง 0 (ศูนย์) ตัวอย่างเช่น { = 4 + 5 \# 00.00 } จะแสดง 09.00
  • #    รายการรูปแบบนี้จะระบุตำแหน่งตัวเลขที่ต้องการให้แสดงในผลลัพธ์ ถ้าผลลัพธ์ไม่มีตัวเลขในตำแหน่งนั้น Word จะแสดงด้วยช่องว่าง ตัวอย่างเช่น { = 9 + 6 \# $### } จะแสดง $ 15
  • x    รายการรูปแบบนี้จะตัดตัวเลขที่อยู่ทางด้านซ้ายของตัวยึด "x" ออก ถ้าตัวยึดอยู่ทางด้านขวาของจุดทศนิยม Word จะปัดเศษผลลัพธ์ในตำแหน่งนั้น ตัวอย่าง:
    { = 111053 + 111439 \# x## } จะแสดง 492
    { = 1/8 \# 0.00x } จะแสดง 0.125
    { = 3/4 \# .x } จะแสดง .8
  • .(จุดทศนิยม)    รายการรูปแบบนี้จะกำหนดตำแหน่งจุดทศนิยม ตัวอย่างเช่น { = SUM(ABOVE) \# $###.00 } จะแสดง $495.47

 หมายเหตุ   ใช้เครื่องหมายทศนิยมที่ถูกระบุเป็นส่วนหนึ่งของ 'การตั้งค่าภูมิภาค' (Regional Settings) ใน 'แผงควบคุม' (Control Panel)

  • , (เครื่องหมายคั่นตัวเลข)    รายการรูปแบบนี้จะแยกชุดตัวเลขชุดละสามตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น { = NetProfit \# $#,###,### } จะแสดง $2,456,800

 หมายเหตุ   ใช้เครื่องหมายคั่นตัวเลขที่ถูกระบุเป็นส่วนหนึ่งของ 'การตั้งค่าภูมิภาค' ใน 'แผงควบคุม'

  • - (เครื่องหมายลบ)    รายการรูปแบบนี้จะเพิ่มเครื่องหมายลบในผลลัพธ์ที่เป็นลบ หรือเพิ่มช่องว่างในกรณีที่ผลลัพธ์เป็นบวกหรือ 0 (ศูนย์) ตัวอย่างเช่น { = 10 - 90 \# -## } จะแสดง -80
  • + (เครื่องหมายบวก)    รายการรูปแบบนี้จะเพิ่มเครื่องหมายบวกในผลลัพธ์ที่เป็นบวก เพิ่มเครื่องหมายลบในผลลัพธ์ที่เป็นลบ หรือเพิ่มช่องว่างถ้าผลลัพธ์เป็น 0 (ศูนย์) ตัวอย่างเช่น { = 100 - 90 \# +## } จะแสดง +10 และ { = 90 - 100 \# +## } จะแสดง -10
  • %, $, * และอื่นๆ    รายการรูปแบบนี้จะรวมอักขระที่ระบุไว้ในผลลัพธ์ไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น { = netprofit \# "##%" } จะแสดง 33%
  • "ตัวอย่างการจัดรูปแบบสำหรับค่าบวก ค่าลบ"    รายการรูปแบบนี้จะระบุรูปแบบตัวเลขที่ต่างกันสำหรับผลลัพธ์ที่เป็นบวกและลบซึ่งคั่นด้วยเครื่องหมายอัฒภาค ตัวอย่างเช่น ถ้าที่คั่นหน้า (ที่คั่นหน้า: ตำแหน่งที่ตั้งหรือข้อความที่เลือกในแฟ้มที่คุณได้ตั้งชื่อขึ้นเพื่อใช้อ้างอิง ที่คั่นหน้าจะระบุตำแหน่งภายในแฟ้มของคุณเพื่อที่คุณจะสามารถอ้างอิงถึงหรือเชื่อมโยงไปถึงได้ในภายหลัง) Sales95 เป็นค่าบวก เขตข้อมูล { Sales95 \# "$#,##0.00;-$#,##0.00" } จะแสดงค่าด้วยการจัดรูปแบบปกติ อย่างเช่น "$1,245.65" ส่วนค่าลบจะถูกแสดงด้วยการจัดรูปแบบตัวหนาและเครื่องหมายลบ อย่างเช่น -$ 345.56
  • "ตัวอย่างการจัดรูปแบบสำหรับค่าบวก ค่าลบ และ ศูนย์ "    รายการรูปแบบนี้จะระบุรูปแบบตัวเลขที่ต่างกันสำหรับผลลัพธ์ที่เป็นบวก ผลลัพธ์ที่เป็นลบ และผลลัพธ์ที่เป็น 0 (ศูนย์) ซึ่งคั่นด้วยเครื่องหมายอัฒภาค ตัวอย่างเช่น ขึ้นอยู่กับค่าของที่คั่นหน้า Sales95 { Sales95 \# "$#,##0.00;($#,##0.00);$0" } จะแสดงค่าบวก ลบ และ 0 (ศูนย์) ดังนี้ $1,245.65, ($ 345.56), $0
  • 'ข้อความ'    รายการรูปแบบนี้จะเพิ่มข้อความลงในผลลัพธ์ โดยให้ใส่ข้อความไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว ตัวอย่างเช่น { = { ราคา } *8.1% \# "$##0.00 'เป็นภาษีขาย' " } จะแสดง $347.44 เป็นภาษีขาย
  • `รายการลำดับเลข`    รายการรูปแบบนี้จะแสดงลำดับเลขของรายการที่อยู่ก่อนหน้าซึ่งคุณทำเป็นลำดับเลขด้วยการใช้คำสั่ง คำอธิบายภาพ (แท็บ การอ้างอิง กลุ่ม คำอธิบายภาพ) หรือด้วยการแทรกเขตข้อมูล SEQ โดยให้ใส่ตัวระบุรายการ เช่น "ตาราง" หรือ "รูปภาพ" ใน Grave Accents (`) เลขลำดับจะแสดงเป็นตัวเลขอาระบิก ตัวอย่างเช่น { = SUM(A1:D4) \# "##0.00 'เป็นผลรวมของตาราง' `ตาราง`" } จะแสดง 456.34 เป็นผลรวมของตาราง 2

กลับไปยังสวิตช์การจัดรูปแบบ

สวิชต์รูปแบบวันที่-เวลา

สวิตช์รูปแบบวันที่-เวลา (\@) จะระบุการแสดงวันที่หรือเวลา

ตัวอย่างเช่น สวิตช์ \@ "dddd, MMMM d, yyyy" ในเขตข้อมูล { DATE \@ "dddd, MMMM d, yyyy" } จะแสดง "Friday, November 23, 2007" ให้รวมคำสั่งวันที่และเวลาต่อไปนี้ ซึ่งประกอบด้วย วัน (d) เดือน (M) และปี (y) ชั่วโมง (h) และ นาที (m) เพื่อสร้างรูปแบบวันที่-เวลา คุณยังสามารถรวมข้อความ เครื่องหมายวรรคตอน และช่องว่างไว้ได้ด้วย

คำสั่งเกี่ยวกับวันที่

แสดงเดือน (M)

อักษร M ต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างเดือนกับนาที

  • M    รายการรูปแบบนี้แสดงเดือนเป็นตัวเลขโดยไม่มี 0 (ศูนย์) นำหน้าสำหรับเดือนที่เป็นตัวเลขเดี่ยว อย่างเช่น เดือนกรกฎาคม (July) จะเป็น 7
  • MM    รายการรูปแบบนี้แสดงเดือนเป็นตัวเลขโดยมี 0 (ศูนย์) นำหน้าสำหรับเดือนที่เป็นตัวเลขเดี่ยว อย่างเช่น เดือนกรกฎาคม (July) จะเป็น 07
  • MMM    รายการรูปแบบนี้แสดงเดือนเป็นตัวย่อสามตัวอักษร อย่างเช่น เดือนกรกฎาคม (July) จะเป็น Jul
  • MMMM    รายการรูปแบบนี้แสดงเดือนเป็นชื่อเต็มของเดือนนั้น

แสดงวัน (d)

อักษร d จะแสดงวันของเดือน หรือวันของสัปดาห์ อักษร d สามารถเป็นได้ทั้งตัวพิมพ์ใหญ่หรือตัวพิมพ์เล็ก

  • d    รายการรูปแบบนี้แสดงวันของสัปดาห์หรือเดือนเป็นตัวเลขโดยไม่มี 0 (ศูนย์) นำหน้าสำหรับวันที่เป็นตัวเลขเดี่ยว อย่างเช่น วันที่หกของเดือนจะแสดงเป็น 6
  • dd    รายการรูปแบบนี้แสดงวันของสัปดาห์หรือเดือนเป็นตัวเลขโดยมี 0 (ศูนย์) นำหน้าสำหรับวันที่เป็นตัวเลขเดี่ยว อย่างเช่น วันที่หกของเดือนจะแสดงเป็น06
  • ddd    รายการรูปแบบนี้แสดงวันของสัปดาห์หรือเดือนเป็นตัวย่อสามตัวอักษร อย่างเช่น วันอังคาร (Tuesday) จะแสดงเป็น Tue
  • dddd    รายการรูปแบบนี้แสดงวันของสัปดาห์หรือเดือนเป็นชื่อเต็มของวันนั้น

แสดงปี (y)

อักษร y จะแสดงปีเป็นตัวเลขสองหลักหรือสี่หลัก ตัวอักษร y สามารถเป็นได้ทั้งตัวพิมพ์ใหญ่หรือตัวพิมพ์เล็ก

  • yy    รายการรูปแบบนี้แสดงปีเป็นตัวเลขสองหลักโดยมี 0 (ศูนย์) นำหน้าสำหรับปี 01 ถึง 09 อย่างเช่น 1999 จะแสดงเป็น 99 และ 2006 จะแสดงเป็น 06
  • yyyy    รายการรูปแบบนี้แสดงปีเป็นตัวเลขสี่หลัก

คำสั่งเกี่ยวกับเวลา

แสดงชั่วโมง (h)

อักษร h ตัวพิมพ์เล็กจะยึดเวลาตามแบบ 12 ชั่วโมง อักษร H ตัวพิมพ์ใหญ่จะยึดเวลาตามแบบ 24 ชั่วโมง หรือเวลาทางทหาร ตัวอย่างเช่น 17 น. (5 P.M.) จะแสดงเป็น 17

  • h หรือ H    รายการรูปแบบนี้แสดงชั่วโมงโดยไม่มี 0 (ศูนย์) นำนห้าสำหรับชั่วโมงที่เป็นตัวเลขเดี่ยว อย่างเช่น เวลา 9 น. (9 A.M.) จะแสดงเป็น 9
  • hh หรือ HH    รายการรูปแบบนี้แสดงชั่วโมงโดยมี 0 (ศูนย์) นำหน้าสำหรับชั่วโมงที่เป็นตัวเลขเดี่ยว อย่างเช่น เวลา 9 น. (9 A.M.) จะแสดงเป็น 09

แสดงนาที (m)

อักษร m ต้องเป็นตัวพิมพ์เล็กเพื่อแยกความแตกต่างระหว่างนาทีกับเดือน

  • m    รายการรูปแบบนี้แสดงนาทีโดยไม่มี 0 (ศูนย์) นำหน้าสำหรับนาทีที่เป็นมีตัวเลขเดี่ยว อย่างเช่น { TIME \@ "m" } จะแสดง 2
  • mm    รายการรูปแบบนี้แสดงนาทีโดยมี 0 (ศูนย์) นำหน้าสำหรับนาทีที่เป็นตัวเลขเดี่ยว อย่างเช่น { TIME \@ "mm" } จะแสดง 02

แสดงA.M. และ P.M. (AM/PM)

รายการนี้จะแสดง A.M. และ P.M. เมื่อต้องการเปลี่ยนสัญลักษณ์ A.M. และ P.M. สำหรับ Microsoft Windows ให้เปลี่ยน 'การตั้งค่าภูมิภาค' ใน 'แผงควบคุม'

  • am/pm หรือ AM/PM    รายการรูปแบบนี้แสดง A.M. และ P.M. ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ อย่างเช่น { TIME \@ "h AM/PM" } และ { TIME \@ "h am/pm" } จะแสดง 9 AM หรือ 5 PM.

ข้อความ และเครื่องหมายวรรคตอนอื่นๆ

  • 'ข้อความ'    รายการรูปแบบนี้แสดงข้อความที่ระบุไว้ในวันที่หรือเวลา ให้ใส่ข้อความในเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว ตัวอย่างเช่น { TIME \@ "HH:mm 'เวลามาตรฐานกรีนิช' " } จะแสดง 12:45 เวลามาตรฐานกรีนิช
  • อักขระ    รายการรูปแบบนี้รวมอักขระที่ระบุไว้ในวันที่หรือเวลา เช่น : (จุดคู่) - (เครื่องหมายยัติภังค์) * (เครื่องหมายดอกจันทร์) หรือ ช่องว่าง ตัวอย่างเช่น { DATE \@ "HH:mm MMM-d, 'yy" } จะแสดง 11:15 Nov-6, '99
  • `รายการลำดับเลข`    รายการรูปแบบนี้รวมลำดับเลขของรายการที่อยู่ก่อนหน้าไว้ในวันที่หรือเวลา ซึ่งคุณทำเป็นลำดับเลขด้วยการใช้คำสั่ง คำอธิบายภาพ ในกลุ่ม คำอธิบายภาพ (แท็บ การอ้างอิง ) หรือด้วยการแทรกเขตข้อมูล SEQ ให้ใส่ตัวระบุรายการ เช่น ตาราง หรือ รูปภา ใน Grave Accents (`) Word จะแสดงเลขลำดับเป็นตัวเลขอาระบิก ตัวอย่างเช่น { PRINTDATE \@ "'Table' `table` 'was printed on' M/d/yy" } จะแสดง ตาราง 2 ถูกพิมพ์เมื่อ 9/25/02

 หมายเหตุ   ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องหมายอัญประกาศล้อมรอบรูปแบบวันที่-เวลาแบบธรรมดาที่ไม่มีช่องว่างหรือข้อความ ตัวอย่างเช่น { DATE \@ MM/yy } สำหรับรูปแบบวันที่-เวลาที่ซับซ้อนมากขึ้น และรูปแบบที่มีช่องว่างหรือข้อความอยู่ด้วย ให้ใส่รูปแบบวันที่-เวลาทั้งหมดในเครื่องหมายอัญประกาศ ตัวอย่างเช่น { DATE \ @ "dddd MMMM d, yyyy', ณ' h:mm" } Word จะเพิ่มเครื่องหมายอัญประกาศในสวิชต์รูปแบบวันที่-เวลา ถ้าคุณแทรกเขตข้อมูลด้วยการใช้คำสั่ง วันที่และเวลา ในกลุ่ม ข้อความ ของแท็บ แทรก หรือกล่องโต้ตอบ เขตข้อมูล

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การควบคุมวิธีการปรับปรุงเขตข้อมูล

ตามค่าเริ่มต้นแล้ว Word จะปรับปรุงเขตข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อเอกสารถูกเปิด ด้วยวิธีดังกล่าวทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลล่าสุดเสมอ อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์คุณอาจไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น อย่างเช่น คุณอาจต้องการให้วันที่ในหัวกระดาษเป็นวันที่ที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าให้มีการปรับปรุงวันที่ปัจจุบันโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิด

เขตข้อมูลสามารถได้รับการปรับปรุงด้วยการคลิกขวาที่เขตข้อมูล จากนั้นให้คลิก ปรับปรุงเขตข้อมูล หรือโดยการคลิกในเขตข้อมูล แล้วกด F9 ก็ได้เช่นเดียวกัน

 หมายเหตุ   เมื่อต้องการปรับปรุงเขตข้อมูลทั้งหมดในเนื้อความหลักของเอกสารด้วยตนเอง ให้กด CTRL+A จากนั้นกด F9 ทั้งนี้ เขตข้อมูลในหัวกระดาษ ท้ายกระดาษ หรือกล่องข้อความต้องถูกปรับปรุงแยกกัน ให้คลิกภายในหัวกระดาษ ท้ายกระดาษ หรือกล่องข้อความ จากนั้นกด CTRL+A แล้วกด F9

คุณยังสามารถล็อกเขตข้อมูลเพื่อป้องกันการปรับปรุงเขตข้อมูลโดยอัตโนมัติหรือโดยไม่ได้ตั้งใจได้

การล็อกหรือยกเลิกการล็อกเขตข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง

ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • เมื่อต้องการล็อกเขตข้อมูลเพื่อไม่ให้ผลลัพธ์เขตข้อมูลถูกปรับปรุง ให้คลิกเขตข้อมูลนั้น แล้วกด CTRL+F11
  • เมื่อต้องการยกเลิกการล็อกเขตข้อมูลเพื่อให้ผลลัพธ์เขตข้อมูลถูกปรับปรุง ให้คลิกเขตข้อมูลนั้น แล้วกด CTRL+SHIFT+F11

การล็อกผลลัพธ์ของเขตข้อมูล BOOKMARK, INCLUDETEXT, และ REF

สวิชต์เขตข้อมูลผลลัพธ์การล็อก (\!) ช่วยป้องกันเขตข้อมูลที่ถูกรวมในผลลัพธ์ของเขตข้อมูล BOOKMARK, INCLUDETEXT, หรือ REF จากการถูกปรับปรุง เว้นแต่ว่าผลลัพธ์เขตข้อมูลที่อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งดั้งเดิมมีการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีสวิตช์นี้ Word จะปรับปรุงเขตข้อมูลที่ถูกรวมในผลลัพธ์เขตข้อมูลเมื่อใดก็ตามที่เขตข้อมูล BOOKMARK, INCLUDETEXT, หรือ REF ถูกปรับปรุง

ตัวอย่างเช่น เขตข้อมูล { INCLUDETEXT C:\\Sales\Qtr4 Sales.doc \! } จะแทรกเนื้อหาของเอกสาร "Qtr4 Sales.doc," ที่ประกอบด้วยเขตข้อมูล DATE และเขตข้อมูล EMBED ถ้าคุณปรับปรุงเขตข้อมูล INCLUDETEXT สวิตช์ \! จะป้องกัน Word ไม่ให้ทำการปรับปรุงเขตข้อมูล DATE และ EMBED ในข้อความที่รวมไว้นอกจากว่าเขตข้อมูลทั้งคู่ได้รับการปรับปรุงในเอกสารต้นฉบับ ("Qtr4 Sales.doc") ก่อนแล้ว สวิตช์ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อความที่ถูกแทรกด้วยเขตข้อมูล INCLUDETEXT จะตรงกับข้อความในเอกสารดั้งเดิม

เมื่อต้องการปรับปรุงเขตข้อมูล DATE และเขตข้อมูล EMBED ในทั้งสองตำแหน่ง ให้ปรับปรุงเขตข้อมูลในเอกสารต้นฉบับ (Qtr4 Sales.doc) ก่อนจากนั้นจึงปรับปรุงเขตข้อมูล INCLUDETEXT

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

 
 
นำไปใช้กับ:
Word 2007