กำหนดวิธีการฝังเวิร์กบุ๊ก Excel ของคุณเอง

เมื่อคุณวางโค้ดฝังตัวที่คุณคัดลอกจากหน้า Excel Online ลงในเว็บเพจของคุณ เฟรมบนเว็บเพจของคุณจะแสดงสิ่งที่คุณกำหนดค่าไว้บนหน้า Excel Online ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงการแสดงผลบนเว็บเพจของคุณหลังจากที่คุณวางโค้ดฝังตัวแล้ว คุณสามารถแก้ไข HTML บนเว็บเพจของคุณได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเปลี่ยนขนาดของเฟรม ให้แสดงเฉพาะบางส่วนของเวิร์กบุ๊ก หรือให้มีความสามารถบางอย่าง เช่น การเรียงลำดับหรือแม้กระทั่งการพิมพ์ลงในเวิร์กบุ๊กนั้น

คุณต้องการทำอะไร


อนุญาตความสามารถในการโต้ตอบ

ถ้าจะดูว่าสิ่งนี้ทำงานอย่างไร ให้เริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนแบบง่ายๆ คือ เปิดความสามารถในการโต้ตอบสำหรับเวิร์กบุ๊กที่ฝังตัว

ในมาร์กอัป ให้มองหาเครื่องหมายอัญประกาศที่ตามหลัง src จากนั้นให้ค้นหาสตริง wdAllowInteractivity= False แทนที่ False ด้วย True เพื่อให้โค้ดมีลักษณะดังนี้

&wdAllowInteractivity=True

ถ้าเวิร์กบุ๊กของคุณมี PivotTable หรือตารางที่สามารถเรียงลำดับและกรองได้ ผู้เยี่ยมชมเว็บเพจของคุณก็สามารถเรียงลำดับ กรอง และขยายหรือยุบข้อมูลในเวิร์กบุ๊กได้

 หมายเหตุ    คุณสามารถใช้ 0 และ 1 แทน False และ True ได้ตามลำดับ

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

อนุญาตการพิมพ์

ตามค่าเริ่มต้น ไม่อนุญาตให้พิมพ์ลงในเซลล์ของเวิร์กบุ๊กที่ฝังตัวของคุณ ถ้าคุณต้องการอนุญาตให้พิมพ์ได้ ก่อนอื่นให้เปิดความสามารถในการโต้ตอบโดยกำหนด AllowInteractivity ให้เป็น True ตามที่อธิบายด้านบน จากนั้น เพิ่มพารามิเตอร์ AllowTyping=True ลงภายในโค้ด src ตอนนี้โค้ดของคุณจะมีลักษณะดังนี้

&AllowInteractivity=True&AllowTyping=True

การเปลี่ยนแปลงที่ทำในเซลล์ของเวิร์กบุ๊กที่ฝังตัวของคุณจะไม่ถูกบันทึกลงในเวิร์กบุ๊กต้นฉบับแต่อย่างใด ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสร้างโปรแกรมคำนวณการจำนองอย่างง่าย คุณอาจต้องการเปิดใช้งานการพิมพ์เพื่อให้ผู้อื่นสามารถกรอกระยะเวลาการกู้ จำนวนเงินกู้ และตัวแปรอื่นๆ ได้

 หมายเหตุ    คุณสามารถใช้ 0 และ 1 แทน False และ True ได้ตามลำดับ

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

แสดงรายการที่ระบุ

ถ้าเวิร์กบุ๊กของคุณมีแผนภูมิ, ตาราง, PivotTable หรือช่วงที่มีชื่อ และคุณต้องการแสดงเฉพาะรายการนั้นในเว็บเพจของคุณ ให้ใช้พารามิเตอร์ Item เพื่อระบุรายการดังกล่าว สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับช่วงที่มีชื่อและรายการที่มีชื่อในเวิร์กบุ๊ก Excel ให้ดูที่ การกำหนดและใช้ชื่อในสูตร

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะแสดงทั้งเวิร์กบุ๊กของคุณ คุณอาจต้องการแสดงเฉพาะแผนภูมิที่ชื่อ ScoreChart คุณก็จะเพิ่มพารามิเตอร์ Item=ScoreChart ลงในโค้ด src สมมติว่าคุณใช้ค่าเริ่มต้น (False) สำหรับพารามิเตอร์ AllowInteractivity โค้ดของคุณจะมีลักษณะดังนี้

&Item=ScoreChart&AllowInteractivity=False

 หมายเหตุ    ถ้าชื่อมีอักขระพิเศษ ให้เขียนอักขระพิเศษโดยใช้การเข้ารหัส URL เช่น เมื่อต้องการระบุตารางที่ชื่อ P&LTable ให้คุณเขียนเป็น P%26LTable

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ระบุเซลล์ที่ใช้งานอยู่

ถ้าคุณต้องการให้เซลล์ใดเซลล์หนึ่งเป็นเซลล์ที่ใช้งานอยู่ (เซลล์ที่เลือก) เมื่อเว็บเพจเปิดขึ้น คุณสามารถระบุเซลล์นั้นได้ด้วยเครื่องหมายแบบ A1 หรือด้วยชื่อ

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการเน้นเซลล์ B4 คุณอาจเพิ่มพารามิเตอร์ ActiveCell=B4 ลงในโค้ด src

ถ้าเซลล์ที่คุณต้องการเน้นอยู่บนเวิร์กชีตอื่นที่ไม่ใช่เวิร์กชีตปัจจุบัน ให้ใส่ชื่อของเวิร์กชีตนั้นลงในเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว โดยมีเครื่องหมายอัศเจรีย์อยู่ระหว่างชื่อเวิร์กชีตกับการอ้างอิงเซลล์ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการให้ A1 บน Sheet 2 เป็นเซลล์ที่ใช้งานอยู่ โค้ดของคุณจะมีลักษณะดังนี้

&ActiveCell=’Sheet2’!A1

 หมายเหตุ    คุณสามารถระบุให้ทั้ง ActiveCell และ Item ตั้งค่าส่วนที่เลือกภายในช่วงที่มีชื่อได้ การตั้งค่า ActiveCell ภายนอกพารามิเตอร์ Item ที่ระบุจะไม่ได้รับการสนับสนุน

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ซ่อนเส้นตาราง

คุณสามารถซ่อนเส้นตารางของเวิร์กชีตเพื่อให้ดูสะอาดตาได้ เพิ่ม &wdHideGridlines=True ลงในโค้ด src (หรือ &wdHideGridlines=1) ถ้าคุณเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา ก็ให้สลับพารามิเตอร์ไปเป็น False (หรือ 0)

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ซ่อนส่วนหัวของคอลัมน์

เมื่อต้องการซ่อนส่วนหัวของคอลัมน์ ให้เพิ่ม &wdHideHeaders=True ลงในโค้ด src เมื่อต้องการแสดงส่วนหัวของคอลัมน์ ให้สลับพารามิเตอร์ไปเป็น False

 หมายเหตุ    คุณสามารถใช้ 0 และ 1 แทน False และ True ได้ตามลำดับ

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ปรับขนาดเฟรม

คุณสามารถปรับขนาดของเฟรมที่จะแสดงเวิร์กบุ๊กบนเว็บเพจของคุณได้ ให้มองหาค่าสำหรับความกว้างและความสูง ใกล้กับส่วนท้ายสุดของแท็ก iframe ค่าจะเป็นพิกเซล โดยค่าเริ่มต้นคือ กว้าง 402 พิกเซล และสูง 346 พิกเซล

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีแผนภูมิขนาดเล็กสำหรับแสดงบนบล็อกของคุณ คุณสามารถกำหนดให้เฟรมมีขนาดครึ่งเดียวของขนาดเริ่มต้นโดยการระบุความกว้างเป็น 201 และความสูงเป็น 173 โค้ดของคุณจะมีลักษณะดังนี้

<iframe width="201" height="173" frameborder="0" scrolling="no"

เฟรมมีองค์ประกอบที่ไม่สามารถกำหนดเองได้ โดยไม่สามารถเอาแถบด้านล่างออก และไม่สามารถปรับเปลี่ยนลิงก์ แต่ก็สามารถเพิ่มปุ่ม ดาวน์โหลด ได้

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

เพิ่มปุ่ม ดาวน์โหลด

ถ้าคุณต้องการให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดสำเนาเวิร์กบุ๊กของตนเองได้ ให้เพิ่มปุ่ม ดาวน์โหลด ลงไป ซึ่งจะไปปรากฏบนแถบด้านล่างของเฟรม

ปุ่ม ดาวน์โหลด

เมื่อต้องการเพิ่มปุ่ม ดาวน์โหลด ให้เพิ่ม &wdDownloadButton=True ลงในโค้ด src แต่ถ้าคุณไม่ต้องการให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดสำเนาได้ ก็ให้สลับพารามิเตอร์ไปเป็น False

 หมายเหตุ    คุณสามารถใช้ 0 และ 1 แทน False และ True ได้ตามลำดับ

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

 
 
นำไปใช้กับ:
Office 2013