มีอะไรใหม่ใน SharePoint Designer 2010

ด้วย SharePoint Designer 2010 คุณจะสามารถสร้างโปรแกรมประยุกต์ที่เน้นกระบวนการทำงานที่สมบูรณ์ นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และเพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะต่างๆ บนแพลตฟอร์มของ SharePoint ซึ่งผสานการใช้ข้อมูลภายนอกไว้ด้วย SharePoint Designer 2010 ทำให้คุณสามารถสร้างโปรแกรมประยุกต์ที่สร้างขึ้นจากส่วนประกอบต่างๆ ด้วยการกำหนดค่าหรือออกแบบคอมโพเนนต์ เช่น แหล่งข้อมูล รายการ ชนิดเนื้อหา มุมมอง ฟอร์ม เวิร์กโฟลว์ และชนิดเนื้อหาภายนอกได้โดยที่ไม่ต้องเขียนโค้ดใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้ SharePoint Designer 2010 ยังมีเครื่องมือสำหรับคอมโพเนนต์ที่สำคัญๆ ทั้งหมดในโซลูชัน SharePoint “คุณไม่จำเป็นต้องออกจาก SharePoint Designer เพื่อสร้างโซลูชันของคุณ”

ในบทความนี้


การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่

ส่วนติดต่อผู้ใช้ของ SharePoint Designer 2010 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อ “ใส่ ‘SharePoint’ ไว้ใน SharePoint Designer” ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถพบคอมโพเนนต์ที่สำคัญๆ ทั้งหมดในไซต์หรือในโซลูชันได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นรายการและชนิดเนื้อหา มุมมองและฟอร์ม เวิร์กโฟลว์ แหล่งข้อมูลและชนิดเนื้อหาภายนอก หรือเค้าโครงเพจและเพจต้นแบบ และผู้ใช้ยังสามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคอมโพเนนต์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณดูเพจสรุปของรายการ คุณจะเห็นมุมมอง ฟอร์ม เวิร์กโฟลว์ ชนิดเนื้อหา และการกระทำแบบกำหนดเองทั้งหมดของรายการนั้นอย่างง่ายดาย

แท็บ แฟ้ม

เมื่อคุณเริ่มต้น SharePoint Designer 2010 แท็บ แฟ้ม ใหม่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นทำงานได้อย่างง่ายดาย คุณสามารถใช้แท็บนี้เปิดไซต์ที่มีอยู่หรือสร้างไซต์ใหม่ คุณยังสามารถเปิดเพจหรือไซต์ที่คุณทำงานล่าสุด และเพิ่มคอมโพเนนต์ใหม่เช่น รายการและเวิร์กโฟลว์ลงในไซต์ปัจจุบันได้

เพจข้อมูลสรุปสำหรับไซต์

ไซต์ทุกไซต์จะมีเพจสรุปที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าหรือจัดการลักษณะต่างๆ ของไซต์ของคุณได้ ตัวอย่างเช่น ขณะนี้คุณสามารถจัดการสิทธิ์ได้โดยตรงจาก SharePoint Designer 2010 และเช่นเดียวกับเพจสรุปอื่นๆ เพจสรุปของไซต์จะแสดงคอมโพเนนต์ที่เกี่ยวข้องกัน ตัวอย่างเช่น ในเพจนี้ คุณสามารถดูและนำทางไปยังไซต์ย่อยทั้งหมดในไซต์ปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย

บานหน้าต่างนำทาง

บานหน้าต่างนำทางช่วยให้คุณค้นหาและเรียกใช้คอมโพเนนต์ที่สำคัญๆ ทั้งหมดในไซต์ซึ่งคุณใช้ในการสร้างโซลูชันได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณกำลังกำหนดรูปแบบข้อมูลของคุณและจำเป็นต้องทำงานกับรายการและชนิดเนื้อหา หรือคุณกำลังออกแบบเวิร์กโฟลว์เพื่อเพิ่มตรรกะที่จะ “ผสาน” โซลูชันของคุณเข้าด้วยกัน คุณจะสามารถพบคอมโพเนนต์ที่คุณต้องการได้ในบานหน้าต่างนำทาง

เพจแกลเลอรี

เพจแกลเลอรีช่วยให้คุณค้นหาและแก้ไขคอมโพเนนต์ที่สำคัญใดๆ ของโซลูชันของคุณได้อย่างง่ายดาย ในบานหน้าต่างนำทาง การคลิกคอมโพเนนต์ใดๆ จะแสดงแกลเลอรีของคอมโพเนนต์นั้นทั้งหมดในไซต์ปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น คุณสามารถดูเวิร์กโฟลว์หรือรายการทั้งหมดในไซต์ได้อย่างง่ายดาย บนเพจแกลเลอรี ให้คลิกคอมโพเนนต์ใดๆ เพื่อแก้ไข

เพจสรุป

เพจสรุปจะแสดงมุมมองแบบสรุปรวมหรือพอร์ทัลที่นำไปสู่องค์ประกอบทั้งหมดที่ประกอบเป็นคอมโพเนนต์หนึ่งๆ ตัวอย่างเช่น เพจสรุปของชนิดเนื้อหาหนึ่งจะแสดงฟอร์มและเวิร์กโฟลว์ของชนิดเนื้อหานั้น เพจสรุปของรายการจะแสดงมุมมอง ฟอร์ม ชนิดเนื้อหา การกระทำแบบกำหนดเอง และเวิร์กโฟลว์ของรายการนั้น จากเพจสรุป คุณสามารถแก้ไขการตั้งค่าสำหรับคอมโพเนนต์นั้น เช่น ชื่อหรือสิทธิ์ หรือคุณสามารถแก้ไขคอมโพเนนต์นั้นเองก็ได้

ตัวแก้ไขรายการและชนิดเนื้อหา

ด้วย SharePoint Designer 2010 คุณจะสามารถแก้ไขคอมโพเนนต์ที่สำคัญๆ ทั้งหมดที่ประกอบเป็นโซลูชัน SharePoint ได้ ซึ่งรวมถึงรายการและชนิดเนื้อหาต่างๆ คุณจะใช้รายการและชนิดเนื้อหาเพื่อกำหนดรูปแบบข้อมูลของคุณ ดังนั้น คอมโพเนนต์เหล่านี้จึงมักจะเป็นส่วนหลักของโซลูชัน และขณะนี้ SharePoint Designer 2010 มีตัวแก้ไขแบบเต็มหน้าสำหรับทั้งรายการและชนิดเนื้อหา คุณสามารถแก้ไขคอลัมน์และการตั้งค่าต่างๆ ของรายการหรือชนิดเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วในที่เดียว โดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างเพจเหมือนเช่นในเบราว์เซอร์

แถบนำทาง

เมื่อคุณนำทางไปยังคอมโพเนนต์ต่างๆ ในไซต์ แถบนำทางจะช่วยให้คุณรู้ว่ากำลังอยู่ที่จุดใดในไซต์ และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างคอมโพเนนต์ต่างๆ แถบนำทางจะแสดงรายทางที่แสดงตำแหน่งที่คุณอยู่ในลำดับชั้นของไซต์ นอกจากนี้ยังมีปุ่ม ไปข้างหน้า และ ย้อนกลับ มีเมนูแบบหล่นลง เพจล่าสุด ที่แสดงประวัติการนำทางล่าสุดของคุณ และเมนูแบบหล่นลงสำหรับแต่ละโหนดที่แสดงลูกทั้งหมดของเพจหรือคอมโพเนนต์ใดๆ ในลำดับชั้น

Ribbon

Ribbon จะทำให้คุณใช้งาน SharePoint Designer 2010 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลดียิ่งขึ้น เนื่องจาก Ribbon จะนำคุณลักษณะสำคัญๆ ทั้งหมดตามบริบทที่เหมาะสมกับงานที่คุณกำลังทำอยู่ มาปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังทำงานกับมุมมองข้อมูลในตัวแก้ไขเพจ แท็บตามบริบทจะปรากฏขึ้นบน Ribbon ซึ่งจะมีเครื่องมือและตัวเลือกทั้งหมดสำหรับการทำงานกับมุมมองข้อมูล เช่น การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข การกรองและเรียงลำดับ การเพิ่มหรือเอาคอลัมน์ออก การปรับปรุงแบบอะซิงโครนัส และอีกมากมาย ซึ่งคุณเรียกใช้ได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว

การย่อ/ขยายไปที่เนื้อหา

เพจ SharePoint อาจประกอบด้วยตัวแทนเนื้อหา, โซน Web Part, ตัวควบคุม และองค์ประกอบเพจอื่นๆ หลายรายการ เมื่อคุณทำงานกับเพจ SharePoint คุณมักต้องการจะเน้นการทำงานที่องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง เช่น PlaceHolderMain หรือโซน Web Part หรือมุมมองข้อมูล ขณะนี้ คุณสามารถเลือกองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเหล่านั้นได้ แล้วคลิก ย่อ/ขยายไปที่เนื้อหา บน Ribbon หลังจากคุณย่อ/ขยายไปที่เนื้อหา ทั้งมุมมองออกแบบและมุมมองโค้ดจะแสดงเฉพาะองค์ประกอบที่คุณต้องการทำงาน เพื่อที่คุณจะไม่ไขว้เขวไปกับองค์ประกอบหรือโค้ดอื่นๆ ที่ปรากฏในเพจ

มุมมองแฟ้มทั้งหมด

ส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ใน SharePoint Designer 2010 จะมุ่งเน้นไปที่การนำคอมโพเนนต์ที่สำคัญทั้งหมดในโซลูชัน SharePoint มาปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน ถ้าคุณใช้ รายการโฟลเดอร์ ใน SharePoint Designer รุ่นก่อนๆ คุณจะยังสามารถทำงานกับแฟ้มและโฟลเดอร์ในไซต์ได้เช่นเดิมโดยใช้มุมมองแฟ้มทั้งหมด

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

เวิร์กโฟลว์

SharePoint Designer 2010 มีการปรับปรุงที่สำคัญเกี่ยวกับเวิร์กโฟลว์ ขณะนี้ คุณสามารถออกแบบเวิร์กโฟลว์ที่ช่วยให้ความสะดวกกับกระบวนการทางธุรกิจและกระบวนการของผู้ใช้ที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว และแบบเอกสารสำเร็จรูปใหม่ๆ มากมายทำให้เวิร์กโฟลว์มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม รวมทั้งสามารถนำไปใช้ออกแบบตรรกะและกระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้

เวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้

ด้วย SharePoint Designer 2010 คุณจะสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างง่ายดาย คุณสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ในไซต์ระดับบนสุดในไซต์คอลเลกชัน และเวิร์กโฟลว์นั้นจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในทุกระดับ หมายความว่าผู้ใช้จะสามารถกำหนดความสัมพันธ์เวิร์กโฟลว์นั้นกับรายการหรือไลบรารีใดๆ ก็ได้ในไซต์คอลเลกชัน นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ในไซต์ย่อยใดๆ ในไซต์คอลเลกชัน ซึ่งเวิร์กโฟลว์นี้จะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เฉพาะในไซต์ย่อยนั้น

การส่งออกเวิร์กโฟลว์

ขณะนี้ คุณสามารถส่งออกเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้จากไซต์คอลเลกชันหนึ่ง จากนั้นอัปโหลดและเปิดใช้งานเวิร์กโฟลว์นั้นในไซต์คอลเลกชันอื่น SharePoint Designer 2010 สนับสนุนการส่งออกเวิร์กโฟลว์เป็นโซลูชันแพคเกจหรือแฟ้ม .wsp

คอลัมน์ความสัมพันธ์

ถ้าเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ของคุณจำเป็นต้องให้มีบางคอลัมน์ในรายการหรือไลบรารีที่เวิร์กโฟลว์นั้นสัมพันธ์อยู่ คุณสามารถเพิ่มคอลัมน์เหล่านั้นเป็นคอลัมน์ความสัมพันธ์ได้ คอลัมน์ความสัมพันธ์จะถูกเพิ่มโดยอัตโนมัติลงในรายการหรือไลบรารี เมื่อมีการกำหนดความสัมพันธ์ของเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้กับรายการหรือไลบรารีนั้น

การกำหนดความสัมพันธ์เวิร์กโฟลว์กับชนิดเนื้อหา

เมื่อคุณสร้างเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ คุณสามารถเลือกที่จะกรองเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ของคุณโดยคัดเฉพาะชนิดเนื้อหาที่ต้องการ จากนั้นในเบราว์เซอร์ คุณจะสามารถกำหนดความสัมพันธ์ของเวิร์กโฟลว์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้กับชนิดเนื้อหาเฉพาะนั้น หรือกับชนิดเนื้อหาใดๆ ที่สืบทอดจากชนิดเนื้อหานั้นก็ได้ ถ้าคุณกำหนดความสัมพันธ์เวิร์กโฟลว์กับชนิดเนื้อหาหนึ่งของไซต์ จะเท่ากับว่าคุณทำให้เวิร์กโฟลว์นั้นสามารถใช้งานได้กับข้อมูลทั้งหมดของชนิดเนื้อหานั้นในรายการและไลบรารีทั้งหมดที่มีการเพิ่มชนิดเนื้อหาไซต์นั้นเข้าไป

เวิร์กโฟลว์ของไซต์

เวิร์กโฟลว์ของไซต์เปรียบได้กับกระบวนการทั่วไปที่ใช้ได้ทั่วทั้งไซต์ เวิร์กโฟลว์ของไซต์จะถูกกำหนดความสัมพันธ์กับไซต์ ไม่ใช่กับรายการ ไลบรารี หรือชนิดเนื้อหา ดังนั้น เวิร์กโฟลว์ของไซต์จึงไม่ทำงานบนข้อมูลรายการอันใดอันหนึ่ง ซึ่งต่างจากเวิร์กโฟลว์ส่วนใหญ่ ในเบราว์เซอร์ คุณสามารถเริ่มเวิร์กโฟลว์ของไซต์หรือดูสถานะของเวิร์กโฟลว์ของไซต์ที่ทำงานอยู่ได้โดยการคลิก เวิร์กโฟลว์ของไซต์ บนเมนู การกระทำในไซต์

การแก้ไขเวิร์กโฟลว์ที่รวมอยู่ใน SharePoint Server

เวิร์กโฟลว์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสามอันดับแรกใน SharePoint Server ซึ่งได้แก่ เวิร์กโฟลว์การอนุมัติ เวิร์กโฟลว์รวบรวมคำติชม และเวิร์กโฟลว์เก็บรวบรวมลายเซ็น ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดให้เป็นเวิร์กโฟลว์แบบประกาศค่า หมายความว่าผู้ใช้จะสามารถกำหนดเวิร์กโฟลว์เหล่านี้ได้เองอย่างเต็มที่ใน SharePoint Designer 2010 เวิร์กโฟลว์เหล่านี้จะทำงานตามเหตุการณ์ และเหตุการณ์ที่สำคัญทั้งหมดในเวิร์กโฟลว์จะปรากฏให้เห็นชัดเจนในตัวแก้ไขเวิร์กโฟลว์ ทั้งสำหรับแต่ละงานในกระบวนการหรือสำหรับทั้งกระบวนการ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเพิ่มเงื่อนไขและการกระทำได้อย่างง่ายดาย เพื่อกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่องานแต่ละงานได้รับการมอบหมาย หมดอายุ หรือเสร็จสมบูรณ์แล้ว

การออกแบบกระบวนการอนุมัติแบบกำหนดเอง

SharePoint Designer 2010 มีการกระทำการอนุมัติใหม่สามอย่าง ได้แก่ กำหนดรายการสำหรับการอนุมัติ กำหนดรายการเพื่อขอผลตอบสนอง และกระบวนการของงานทั่วไป “สามเวิร์กโฟลว์หลัก” ที่มีอยู่ใน SharePoint Server 2010 คือ เวิร์กโฟลว์การอนุมัติ รวบรวมคำติชม และเก็บรวบรวมลายเซ็น ถูกสร้างขึ้นด้วยการกระทำเหล่านี้ การกระทำการอนุมัติจะนำเหตุการณ์ที่สำคัญทั้งหมดในกระบวนการอนุมัติมาปรากฏให้เห็นชัดเจน ซึ่งช่วยให้คุณออกแบบกระบวนการเวิร์กโฟลว์ของผู้ใช้ซึ่งเป็นเวิร์กโฟลว์ที่มีผู้ใช้หลายคนโต้ตอบหรือทำงานร่วมกันบนเอกสารใดเอกสารหนึ่งได้อย่างง่ายดาย

ขั้นตอนการเลียนแบบ

ใน SharePoint Designer รุ่นก่อนหน้า เวิร์กโฟลว์จะเลียนแบบตัวตนของผู้ใช้ที่เริ่มเวิร์กโฟลว์ และทำงานด้วยสิทธิ์ของผู้ใช้นั้นเสมอ ขณะนี้ ใน SharePoint Designer 2010 คุณสามารถใช้ขั้นตอนการเลียนแบบเพื่อให้เวิร์กโฟลว์ดำเนินการกระทำต่างๆ ได้ด้วยการเลียนแบบตัวตนของผู้สร้างเวิร์กโฟลว์แทนการเลียนแบบผู้เริ่มเวิร์กโฟลว์ ขั้นตอนการเลียนแบบจะมีประโยชน์มากในสถานการณ์การอนุมัติและการประกาศ ซึ่งผู้ที่ส่งเนื้อหาเพื่อขออนุมัติและผู้ที่อนุมัติเนื้อหามีสิทธิ์ที่แตกต่างกัน

การผนวก Visio

สมมติว่าองค์กรของคุณมีนักวิเคราะห์ธุรกิจที่มีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับกระบวนการที่ต้องการนำมาสร้างเป็นเวิร์กโฟลว์ ด้วย SharePoint Designer 2010 และ Visio Professional 2010 นักวิเคราะห์ธุรกิจจะสามารถร่างภาพเวิร์กโฟลว์ใน Visio ได้ Visio Professional 2010 มีแม่แบบเวิร์กโฟลว์ Microsoft SharePoint ซึ่งประกอบด้วยรูปร่างต่างๆ สำหรับเงื่อนไขและการกระทำของเวิร์กโฟลว์ทั้งหมด คุณสามารถเริ่มการทำงานใน Visio แล้วส่งออกไปยัง SharePoint Designer หรือคุณสามารถเริ่มใน SharePoint Designer แล้วส่งออกไปยัง Visio หรือคุณสามารถออกแบบเวิร์กโฟลว์ทีละขั้นตอนพร้อมสลับไปมาระหว่างสองโปรแกรมได้โดยไม่สูญเสียการตั้งค่าใดๆ ของเวิร์กโฟลว์

การแสดงภาพเวิร์กโฟลว์

คุณสามารถดูสถานะของเวิร์กโฟลว์ใดๆ ที่ทำงานอยู่ได้บนเพจสถานะเวิร์กโฟลว์ ด้วยการแสดงข้อมูลของเวิร์กโฟลว์ ไดอะแกรม Visio ของเวิร์กโฟลว์ของคุณจะถูกสร้างและแสดงขึ้นโดยอัตโนมัติใน Web Part สำหรับ Visio บนเพจสถานะเวิร์กโฟลว์ การแสดงข้อมูลของเวิร์กโฟลว์จะแสดงมุมมองแบบ “ในขณะนั้น” เพื่อให้เห็นตำแหน่งปัจจุบันที่เวิร์กโฟลว์อยู่ การแสดงข้อมูลของเวิร์กโฟลว์จำเป็นต้องใช้ Visio Professional 2010 ที่ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ และต้องมี Visio Graphics Services ที่ทำงานอยู่บนเซิร์ฟเวอร์

ฟอร์ม InfoPath

ถ้าเซิร์ฟเวอร์ของคุณใช้ SharePoint Server 2010 (ไม่ใช่ SharePoint Foundation 2010 เพียงอย่างเดียว) ฟอร์มเวิร์กโฟลว์ทั้งหมด ได้แก่ ฟอร์มความสัมพันธ์ ฟอร์มการเริ่มต้น และฟอร์มงาน ขณะนี้จะกลายเป็นฟอร์ม InfoPath 2010 การเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏและเค้าโครงของฟอร์ม InfoPath ทำได้อย่างง่ายดาย และคุณสามารถเพิ่มกฎการตรวจสอบลงในฟอร์ม InfoPath ได้ เมื่อต้องการแก้ไขฟอร์มเวิร์กโฟลว์ใน InfoPath 2010 เพียงแค่คลิกฟอร์มนั้น และ InfoPath จะเปิดขึ้นโดยตรงจาก SharePoint Designer 2010

ขั้นตอนย่อยและการกระทำเวิร์กโฟลว์ใหม่

SharePoint Designer 2010 มีแบบเอกสารสำเร็จรูปใหม่ๆ มากมาย เช่น ขั้นตอนย่อย และการกระทำเวิร์กโฟลว์ใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าเวิร์กโฟลว์ของคุณสัมพันธ์กับไลบรารีเอกสาร หรือถูกกรองเฉพาะชนิดเนื้อหาเอกสารนั้น กลุ่มการกระทำ ชุดเอกสาร ตามบริบทจะปรากฏขึ้น ชุดเอกสารเป็นคุณลักษณะใหม่ใน SharePoint Server 2010 ซึ่งจะปฏิบัติต่อกลุ่มของเอกสารเสมือนว่ารวมกันเป็นหนึ่งหน่วย ดังนั้น การกระทำเวิร์กโฟลว์สำหรับชุดเอกสารหนึ่งจะดำเนินการซ้ำกับทุกรายการภายในชุดเอกสารนั้น การกระทำเวิร์กโฟลว์ใหม่อื่นๆ ได้แก่ การกระทำอรรถประโยชน์เพื่อจัดการสตริงและวันที่, การกระทำเชิงสัมพันธ์แบบใหม่ที่ใช้ Active Directory ในการค้นหาผู้จัดการของผู้ใช้ และการกระทำรายการใหม่ๆ ที่เวิร์กโฟลว์สามารถใช้เพื่อกำหนดสิทธิ์บนข้อมูลในรายการ

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

มุมมองและฟอร์ม

SharePoint รุ่นนี้เปิดตัวความสามารถใหม่ที่สำคัญซึ่งเกี่ยวกับฟอร์มและมุมมองสำหรับรายการ ซึ่งได้แก่ Web Part สำหรับมุมมองรายการ XSLT และฟอร์ม InfoPath คุณจะสามารถเลือกวิธีที่บุคคลโต้ตอบกับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบกว่าที่เคยโดยใช้มุมมองและฟอร์มในโซลูชันของคุณ

Web Part สำหรับมุมมองรายการ XSLT

ขณะนี้ มุมมองรายการมาตรฐานทั้งหมดใน SharePoint 2010 Products จะกลายเป็นมุมมองข้อมูล โดยเฉพาะ Web Part สำหรับมุมมองรายการ XSLT (XLV) ซึ่งจะทำให้คุณสามารถกำหนดมุมมองรายการมาตรฐานใดๆ ใน SharePoint Designer 2010 ได้เองโดยง่ายดาย ตัวอย่างเช่น ขณะนี้คุณสามารถเพิ่มการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขให้กับมุมมองรายการใดๆ ก็ได้ และหลังจากที่คุณกำหนดมุมมองรายการใน SharePoint Designer 2010 เองแล้ว คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองนั้นได้โดยใช้ตัวเลือกทั้งหมดในเบราว์เซอร์ เช่น การเพิ่มหรือเอาคอลัมน์ออก หรือการกรองและการเรียงลำดับ คุณสามารถกำหนด XLV ได้เองอย่างเต็มที่ทั้งใน SharePoint Designer และในเบราว์เซอร์

แม่แบบ XSLT ที่ใช้ร่วมกันทำให้โค้ดเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพดีขึ้น

Web Part สำหรับมุมมองรายการ XSLT (XLV) จะใช้สไตล์ชีต XSLT แบบใช้ร่วมกัน ซึ่งอยู่ในไดเรกทอรี _layouts บนเซิร์ฟเวอร์ ทั้งนี้ มุมมองรายการมาตรฐานทั้งหมดทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์จะใช้แม่แบบ XSLT ชุดเดียวกันร่วมกัน โดย XLV จะใช้แม่แบบหนึ่งในการจัดรูปแบบแต่ละเขตข้อมูล (หรือคอลัมน์) แม่แบบหนึ่งในการจัดรูปแบบแถว และอีกแม่แบบหนึ่งในการจัดรูปแบบตาราง เมื่อคุณกำหนดลักษณะที่ปรากฏของ XLV เอง จะเท่ากับว่าคุณสร้างแม่แบบ XSL ที่ใช้แทนขึ้นเฉพาะสำหรับแม่แบบที่คุณปรับเปลี่ยนนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเน้นเขตข้อมูลหนึ่ง จะเท่ากับว่าคุณสร้าง XSLT ที่ใช้แทนเฉพาะแม่แบบที่ใช้ร่วมกันสำหรับเขตข้อมูลนั้นเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า การทำงานกับ XLV ในมุมมองโค้ดนั้นง่ายดายยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อมีการแสดงเพจนี้ในเบราว์เซอร์

ยกเลิกการกำหนดเองได้อย่างง่ายดายโดยการแปลง XSLT กลับ

ถ้าคุณกำหนด Web Part สำหรับมุมมองรายการ XSLT เอง และต่อมาตัดสินใจว่าต้องการจะเลิกทำการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น หรือคุณพบข้อผิดพลาดใน XSL ที่คุณไม่สามารถแก้ไขได้ คุณสามารถแปลง XLV กลับไปยังจุดเริ่มต้นก่อนที่คุณจะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ตลอดเวลา เมื่อคุณแปลง XSLT กลับสำหรับ XLV หนึ่งๆ XLV นั้นจะกลับไปใช้แม่แบบ XSLT ที่ใช้ร่วมกันบนเซิร์ฟเวอร์ คุณสามารถเลือกที่จะแปลงกลับทั้งมุมมอง หรือเฉพาะแม่แบบ XSLT บางแม่แบบ เช่น แม่แบบรายการ ก็ได้

การสร้างมุมมองข้อมูลจาก Ribbon

มุมมองข้อมูลเป็นคุณลักษณะที่มีประสิทธิภาพในการดูและแก้ไขข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย รวมถึงข้อมูลทั้งที่อยู่ในรายการ SharePoint และข้อมูลที่อยู่นอก SharePoint Ribbon ช่วยให้คุณแทรกมุมมองข้อมูลได้อย่างง่ายดายด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง จากนั้น คุณจะสามารถกำหนดมุมมองข้อมูลของคุณเองได้เพิ่มเติมโดยใช้ตัวเลือกทั้งหมดภายใต้ เครื่องมือมุมมองรายการ (สำหรับ XLV) หรือ เครื่องมือมุมมองข้อมูล (สำหรับ Web Part สำหรับฟอร์มข้อมูล) บน Ribbon

การนำการจัดรูปแบบจาก Ribbon ไปใช้

การจัดรูปแบบตามเงื่อนไขสามารถสร้างความน่าสนใจให้กับมุมมองข้อมูลของคุณได้มากขึ้นโดยการเน้นข้อมูลที่สำคัญต่อทีมของคุณ ขณะนี้ คุณสามารถนำกฎการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขไปใช้กับมุมมองข้อมูลของคุณได้โดยตรงจาก Ribbon

การใช้ลักษณะมุมมองร่วมกันและนำลักษณะนั้นไปใช้จาก Ribbon

คุณสามารถใช้ลักษณะแบบกำหนดเองสำหรับมุมมองรายการ (XLV) ของคุณร่วมกับผู้อื่นได้อย่างง่ายดายในไซต์คอลเลกชัน โดยการอัปโหลดลักษณะ (แฟ้ม .XSL) ไปยังไลบรารี ลักษณะ ในไซต์ระดับบนสุดในไซต์คอลเลกชัน ผู้ใดก็ตามที่มีสิทธิ์ที่เหมาะสมจะสามารถใช้ SharePoint Designer 2010 เพื่อนำลักษณะแบบกำหนดเองเหล่านี้ไปใช้กับมุมมองรายการของตนเองได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว

มุมมองข้อมูลที่สนับสนุน AJAX

มุมมองข้อมูลมีคุณลักษณะมากมายที่ช่วยให้ทำงานกับข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่น การแบ่งหน้า การกรองและการเรียงลำดับบนส่วนหัวของคอลัมน์ และการแก้ไขแบบอินไลน์ ขณะนี้ คุณสามารถเปิดการปรับปรุงแบบอะซิงโครนัสสำหรับแต่ละมุมมอง เพื่อให้คุณลักษณะทั้งหมดเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้การฟื้นฟูแบบเต็มหน้าในเบราว์เซอร์อีกต่อไป แต่จะฟื้นฟูเฉพาะ มุมมองข้อมูล เท่านั้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถระบุช่วงเวลาที่จะฟื้นฟูข้อมูลในมุมมองโดยอัตโนมัติ หรือคุณสามารถเพิ่มปุ่มลงใน มุมมองข้อมูล ซึ่งผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อฟื้นฟูมุมมองด้วยตนเองได้

มุมมองรายการที่เกี่ยวข้อง

SharePoint Designer 2010 ช่วยสร้างเพจชนิดแดชบอร์ดซึ่งจะแสดงข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับรายการใดรายการหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ที่ผ่านมา คุณจะใช้คอลัมน์ค้นหาเพื่อสร้างความสัมพันธ์แบบแม่-ลูกระหว่างข้อมูลในรายการสองรายการที่แตกต่างกัน แต่ขณะนี้ ใน SharePoint 2010 Products คุณสามารถใช้ตัวเลือกต่างๆ สำหรับคอลัมน์ค้นหาในการบังคับให้มี Referential Integrity ระหว่างรายการเหล่านั้น เพื่อไม่ให้มีข้อมูลลูกที่คงอยู่โดยไม่มีข้อมูลแม่ได้ จากนั้น ใน Ribbon ของ SharePoint Designer 2010 คุณจะสามารถสร้างมุมมองข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันได้อย่างง่ายดายเพื่อแสดงข้อมูลลูกทั้งหมดในรายการหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลแม่ข้อมูลหนึ่งในอีกรายการหนึ่งได้

การกระทำแบบกำหนดเอง

ด้วย SharePoint Designer 2010 คุณสามารถช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบการกระทำที่สำคัญๆ ที่พวกเขาอาจต้องดำเนินการกับข้อมูลหนึ่งๆ ได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเพิ่มการกระทำแบบกำหนดเองลงในเมนูข้อมูลในรายการของรายการใดๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเริ่มเวิร์กโฟลว์ได้โดยตรงจากเมนูบนข้อมูลในรายการนั้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่มการกระทำแบบกำหนดเองเป็นปุ่มบน Ribbon สำหรับเพจฟอร์มและเพจมุมมองของรายการได้ การกระทำแบบกำหนดเอง ช่วยให้ผู้ใช้ใช้โซลูชันได้ง่ายขึ้นโดยการจัดเตรียมการกระทำที่เหมาะสมกับบริบทการทำงาน

ฟอร์ม InfoPath

ใน SharePoint Server 2010 ขณะนี้รายการต่างๆ สามารถใช้ฟอร์ม InfoPath สำหรับฟอร์มสร้างรายการ ฟอร์มแสดงรายการ และฟอร์มแก้ไขรายการได้ InfoPath ช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลงเค้าโครงและลักษณะที่ปรากฏทั้งหมดของฟอร์มได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้น ฟอร์ม InfoPath ยังมีคุณลักษณะต่างๆ ที่มีประโยชน์อย่างมาก เช่น กฎการจัดรูปแบบและกฎการตรวจสอบ และคุณยังมีทางเลือกมากมายเนื่องจากชนิดเนื้อหาทุกชนิดที่สัมพันธ์กับรายการหนึ่งๆ สามารถมีชุดฟอร์มของตัวเองได้ เมื่อคุณต้องการออกแบบฟอร์มใน InfoPath คุณสามารถเปิดใช้ InfoPath 2010 ได้โดยตรงจาก Ribbon ใน SharePoint Designer 2010

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ชนิดเนื้อหาภายนอกและ Business Connectivity Services

SharePoint 2010 Products และ Office 2010 มีความสามารถใหม่ๆ สำหรับการผสานข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจภายนอกเข้ากับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ใน Office และ SharePoint ได้อย่างลงตัว ความสามารถเหล่านี้ประกอบด้วยคุณลักษณะ บริการ และเครื่องมือใหม่ๆ ในแพลตฟอร์มของ SharePoint เมื่อใช้ Business Connectivity Services (BCS) คุณจะสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภายนอกได้จาก Microsoft SQL Server, บริการเว็บ หรือแอสเซมบลี .NET และยังสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภายนอกนี้ได้จากไคลเอ็นต์หรือเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ และคุณสามารถสร้าง อ่าน ปรับปรุง และลบข้อมูลในแหล่งข้อมูลภายนอกเหล่านั้นได้

ชนิดเนื้อหาภายนอก

ใน SharePoint รุ่นก่อนหน้า จะมีแนวคิดเรื่อง เอนทิตีของข้อมูลธุรกิจ ซึ่งเป็นข้อมูลธุรกิจภายนอกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในแค็ตตาล็อกข้อมูลธุรกิจ ตัวอย่างเช่น เอนทิตีอาจได้แก่ ลูกค้า หรือ คำสั่งซื้อ โดยในรุ่นนี้จะเรียกเอนทิตีว่า ชนิดเนื้อหาภายนอก (ECT) ชนิดเนื้อหาใน SharePoint อาจมีลักษณะการทำงาน เช่น เวิร์กโฟลว์หรือนโยบาย สัมพันธ์อยู่ด้วย เช่นเดียวกัน ชนิดเนื้อหาภายนอกก็อาจมีลักษณะการทำงานที่เรียกว่าการดำเนินการสัมพันธ์อยู่ การดำเนินการไม่ใช่เวิร์กโฟลว์หรือนโยบาย แต่การดำเนินการจะกำหนดว่าผู้ใช้สามารถสร้าง อ่าน ปรับปรุง ลบ หรือค้นหาอินสแตนซ์ของชนิดเนื้อหาภายนอกนั้นได้หรือไม่ ดังนั้น ชนิดเนื้อหาและชนิดเนื้อหาภายนอกจะมีลักษณะร่วมอยู่หนึ่งประการ คือ ชนิดเนื้อหาทั้งสองไม่ได้กำหนดเฉพาะ Schema ของข้อมูล (เขตข้อมูลและชนิดเขตข้อมูล) แต่ยังกำหนดลักษณะการทำงานหรือการดำเนินการที่สัมพันธ์กับข้อมูลด้วย

การสร้างชนิดเนื้อหาภายนอก ใน SharePoint Designer 2010

ในรุ่นก่อนหน้า SharePoint ไม่สนับสนุนการเขียนแก้ข้อกำหนดโปรแกรมประยุกต์ในแค็ตตาล็อกข้อมูลธุรกิจ ขณะนี้ SharePoint Designer 2010 มีเครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อไปยังข้อมูลภายนอก สำหรับสร้างชนิดเนื้อหาภายนอก สำหรับประกาศชนิดเนื้อหาภายนอกเหล่านั้นไปยังแค็ตตาล็อกข้อมูลธุรกิจบนเซิร์ฟเวอร์ และสำหรับสร้างทั้งรายการภายนอกและฟอร์มทั้งหมดที่รายการภายนอกนั้นต้องการโดยอัตโนมัติ ด้วย SharePoint Designer 2010 คุณสามารถนำข้อมูลภายนอกจากระบบตามสายธุรกิจ เช่น SAP หรือ Siebel มาแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนใน SharePoint ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว

รายการภายนอก

รายการภายนอก คือ แบบเอกสารสำเร็จรูปที่สำคัญสำหรับโซลูชัน BCS โดยรายการภายนอกจะมีลักษณะหน้าตาและการทำงานเหมือนกับรายการ SharePoint แต่จะมีข้อมูลจากแหล่งภายนอก รายการภายนอกช่วยให้ผู้ใช้อ่านและเขียนข้อมูลภายนอกได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้งานรายการ SharePoint ที่คุ้นเคย คุณสามารถสร้างรายการภายนอกและฟอร์มของรายการได้โดยตรงจาก SharePoint Designer 2010 นอกจากนี้ การสร้างรายการภายนอกยังสร้างมุมมอง (โดยใช้ Web Part สำหรับมุมมองรายการ XSLT) และฟอร์ม (โดยใช้ Web Part สำหรับฟอร์มรายการ XSLT) สำหรับเบราว์เซอร์ และฟอร์ม Outlook 2010 ที่กำหนดเองได้ รวมถึงฟอร์ม InfoPath 2010 ผู้ใช้สามารถใช้ฟอร์ม InfoPath แทนมุมมองและฟอร์ม XSLT เริ่มต้น เพื่อดูและแก้ไขข้อมูลในรายการภายนอกได้ในเบราว์เซอร์ และสามารถใช้ฟอร์ม Outlook เพื่อแสดงข้อมูลภายนอกใน Outlook 2010 ได้

รายการภายนอกใน SharePoint Workspace

หลังจากคุณสร้างรายการภายนอก คุณเพียงแค่คลิกปุ่ม เชื่อมต่อไปยัง SharePoint Workspace บน Ribbon ของเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้สามารถใช้รายการภายนอกนั้นใน SharePoint Workspace 2010 ได้ ใน SharePoint Workspace คุณสามารถดูและแก้ไขข้อมูลภายนอกได้โดยตรงจากไคลเอ็นต์ ไม่ว่าคุณจะเชื่อมต่อหรือออฟไลน์อยู่ก็ตาม BCS มีกลไกแคชและการทำข้อมูลให้ตรงกันที่ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์ไคลเอ็นต์ ซึ่งจะทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลล่าสุดและตรงกับระบบ Back-end อยู่เสมอ นอกจากนี้ SharePoint Workspace ยังมีการแก้ปัญหาข้อผิดพลาดและข้อขัดแย้งด้วย เมื่อคุณเชื่อมต่อรายการภายนอกกับ SharePoint Workspace ฟอร์ม InfoPath 2010 สำหรับการดูและแก้ไขข้อมูลใน SharePoint Workspace จะถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ

รายการภายนอก ใน Outlook

คุณยังสามารถเชื่อมต่อรายการภายนอกกับ Outlook 2010 ได้อีกด้วย เมื่อคุณสร้างชนิดเนื้อหาภายนอกใน SharePoint Designer 2010 คุณสามารถแมปชนิดเนื้อหานั้นเข้ากับชนิดรายการ Office ดั้งเดิม เช่น ที่ติดต่อหรืองานเพื่อให้ข้อมูลภายนอกมีลักษณะหน้าตาและการทำงานเหมือนกับรายการที่ติดต่อหรืองานใน Outlook ได้ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าข้อมูลภายนอกของคุณ คือ รายชื่อลูกค้าและคุณต้องการแสดงข้อมูลภายนอกนั้นใน Outlook เนื่องจากข้อมูลสำหรับลูกค้ามีความใกล้เคียงกับที่ติดต่อใน Outlook คุณสามารถแมปชนิดเนื้อหาภายนอกนั้นเข้ากับรายการที่ติดต่อใน Outlook ได้ หลังจากคุณเชื่อมต่อรายการภายนอกกับ Outlook แล้ว คุณจะสามารถสร้าง ปรับปรุง และลบข้อมูลภายนอกได้โดยตรงจาก Outlook ในลักษณะเดียวกับที่คุณสร้างและปรับปรุงที่ติดต่อใน Outlook เอง

คอลัมน์ข้อมูลธุรกิจ เวิร์กโฟลว์ และ Word

หลังจากคุณสร้างชนิดเนื้อหาภายนอก คุณจะสามารถเพิ่มคอลัมน์ ข้อมูลธุรกิจ ลงในรายการหรือไลบรารีได้ โดยคอลัมน์ ข้อมูลธุรกิจ จะสัมพันธ์กับเนื้อหาภายนอกชนิดหนึ่งและแสดงถึงเขตข้อมูลจากชนิดเนื้อหาภายนอกนั้น ถ้าไลบรารีเอกสารใช้เอกสาร Word เป็นแม่แบบ คุณจะสามารถแก้ไขแม่แบบนั้นได้ใน Word โดยการเพิ่มส่วนประกอบด่วน ซึ่งก็คือ ตัวควบคุมเนื้อหาที่ผูกอยู่กับคอลัมน์ ข้อมูลธุรกิจ เมื่อผู้ใช้สร้างเอกสารใหม่โดยยึดตามแม่แบบ Word นั้น ข้อมูลภายนอกจะแสดงขึ้นภายในเอกสารนั้นในตัวควบคุมเนื้อหา ตัวควบคุมเนื้อหาจะเปิดใช้หน้าที่การทำงานการเลือกและการแก้ไขสำหรับข้อมูลภายนอกนั้นโดยอัตโนมัติ ด้วย SharePoint Designer 2010 คุณยังสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์ที่สัมพันธ์กับไลบรารีเอกสารนี้ ซึ่งจะอ่านและเขียนข้อมูลในรายการภายนอกนั้นอีกด้วย ใน SharePoint Designer การกระทำรายการของเวิร์กโฟลว์มาตรฐานได้รับการปรับปรุงขึ้นเพื่อให้ใช้งานได้กับข้อมูลภายนอก

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การควบคุมตำแหน่งและวิธีการที่บุคคลต่างๆ สามารถใช้ SharePoint Designer 2010

ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ซึ่งดูแลระบบ SharePoint ให้กับองค์กรของคุณ คุณจะสามารถปรับใช้ SharePoint Designer 2010 ได้ในวงกว้าง และมั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถควบคุมตำแหน่งและวิธีการที่บุคคลในองค์กรของคุณจะใช้ SharePoint Designer ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น ตามค่าเริ่มต้นแล้ว วิธีการแก้ไขเพจแบบใหม่ใน SharePoint Designer 2010 ยังทำให้ การกำหนดเพจเอง (หรือที่เรียกว่าการ “Unghost”) ไม่สามารถทำได้และไม่มีความจำเป็น สำหรับการสร้างเพจและแดชบอร์ดที่มีประสิทธิภาพ

เพจการดูแลสำหรับโปรแกรมประยุกต์บนเว็บและไซต์คอลเลกชัน

ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ คุณจะมีเพจใหม่ใน การดูแลจากศูนย์กลาง ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการตั้งค่าของ SharePoint Designer 2010 ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลไซต์คอลเลกชัน คุณจะมีเพจที่คล้ายกันนี้ใน การตั้งค่าไซต์ ของไซต์ระดับบนสุดในไซต์คอลเลกชัน สำหรับโปรแกรมประยุกต์บนเว็บหรือไซต์คอลเลกชันต่างๆ ขณะนี้ คุณมีตัวเลือกที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ใช้ SharePoint Designer, กำหนดเพจเอง, กำหนดเพจต้นแบบและเค้าโครงเพจเอง และใช้มุมมองแฟ้มทั้งหมดได้

การกำหนดเพจเองต้องใช้สิทธิ์ที่สูงขึ้นโดยค่าเริ่มต้น

ขณะนี้ การกำหนดเพจเอง (หรือที่เรียกว่าการ “Unghost”) ต้องการสิทธิ์ที่สูงกว่าในรุ่นก่อนหน้า ตามค่าเริ่มต้นแล้ว เฉพาะผู้ดูแลไซต์คอลเลกชันเท่านั้นที่สามารถกำหนดเพจ เพจต้นแบบ และเค้าโครงเพจเอง หรือใช้มุมมองแฟ้มทั้งหมดได้ ซึ่งหมายความว่า ในบานหน้าต่างนำทาง ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นโหนดสำหรับเพจต้นแบบ เค้าโครงเพจ และแฟ้มทั้งหมด แต่ผู้ใช้จะสร้างโซลูชันโดยการสร้างและเก็บเพจของ Web Part ไว้ในไลบรารีเพจไซต์ ดังนั้น คุณจะสามารถรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และเค้าโครงที่สอดคล้องกันทั่วทั้งโปรแกรมประยุกต์บนเว็บหรือไซต์คอลเลกชันของคุณได้อย่างง่ายดาย

ประสบการณ์ใหม่ในการแก้ไขเพจ: โหมดเริ่มต้นเทียบกับ โหมดขั้นสูง

ใน SharePoint Designer 2010 จะเน้นการสร้างและการกำหนดค่าคอมโพเนนต์ต่างๆ เช่น มุมมองข้อมูล ฟอร์ม และเวิร์กโฟลว์ และจะไม่เน้นการแก้ไข HTML และงานอื่นๆ ของนักออกแบบเว็บ ดังนั้น โหมดเริ่มต้นสำหรับการแก้ไขเพจของ Web Part จึงใช้งานได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จนเกือบจะเหมือนการเพิ่มเนื้อหาลงในเพจ Wiki ผู้ใช้สามารถแทรกมุมมองข้อมูลและฟอร์ม พิมพ์ข้อความ และเพิ่มเนื้อหาอื่นๆ ภายในตัวแทนเนื้อหาหลัก (PlaceHolderMain) ได้ แต่ส่วนที่เหลือของเพจจะถูกล็อกไม่ให้แก้ไข ในโหมดนี้ เนื้อหาแบบกำหนดเองทั้งหมดจะอยู่ภายใน Web Part ที่ซ่อนอยู่ ดังนั้น ในโหมดเริ่มต้น ผู้ใช้จะไม่สามารถกำหนดเพจเอง (“Unghost”) ได้ ในทางกลับกัน ในโหมดขั้นสูง คุณสามารถกำหนดเพจเองได้อย่างเต็มที่โดยการแก้ไขรายการใดก็ได้บนเพจ ซึ่งโดยค่าเริ่มต้น เฉพาะผู้ดูแลไซต์คอลเลกชันเท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขเพจในโหมดขั้นสูงได้

เพจไซต์

ในรุ่นก่อนหน้า คุณอาจกังวลว่าผู้ใช้จะบันทึกแฟ้มลงในรากของไซต์หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโฟลเดอร์ของไซต์ ใน SharePoint Designer 2010 ตามค่าเริ่มต้นแล้ว ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงมุมมองแฟ้มทั้งหมดในไซต์ได้ โดยเพจใหม่ทั้งหมดที่สร้างขึ้นในไซต์จะอยู่ในไลบรารีเอกสาร เพจไซต์ ไลบรารี เพจไซต์ ให้วิธีการที่ง่ายดายและราบรื่นแก่ผู้ใช้ในการสร้างและเก็บแฟ้มที่จำเป็นสำหรับโซลูชันของผู้ใช้

การแปลงเพจไซต์กลับเป็นรุ่นก่อนหน้าอย่างง่ายดาย

ไลบรารี เพจไซต์ จะใช้การกำหนดรุ่น ดังนั้น ถ้าคุณทำให้เพจเสียหายโดยไม่ตั้งใจ คุณสามารถย้อนกลับไปยังรุ่นก่อนหน้าได้อย่างง่ายดาย ใน SharePoint Designer 2010 เพจ SharePoint ทุกเพจจะมีเพจสรุปที่แสดงประวัติรุ่นของเพจนั้น บนเพจสรุป คุณสามารถคืนค่ารุ่นก่อนหน้าได้จาก Ribbon โดยตรง

ต่อไปนี้จะปรับรุ่นได้ง่ายขึ้น

เพจแบบกำหนดเองอาจทำให้กระบวนการปรับรุ่นมีความซับซ้อนขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อปรับรุ่นเป็น Office SharePoint Server 2007 เพจแบบกำหนดเองจะไม่นำลักษณะแบบใหม่ที่แสดงมาใช้โดยอัตโนมัติ และคุณมักจะต้องทำการกำหนดเองให้กับเพจรุ่นใหม่นั้นซ้ำด้วยตนเอง ด้วย SharePoint Designer 2010 ผู้ใช้จะสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมดในการสร้างและกำหนดโปรแกรมประยุกต์เองของโปรแกรมได้โดยไม่ต้องกำหนดเพจใดๆ เอง (“Unghost”) ดังนั้น คุณจึงสามารถปรับใช้ SharePoint Designer 2010 ได้ในวงกว้าง และมั่นใจได้ว่าการปรับรุ่น SharePoint ในอนาคตจะไม่ยุ่งยากจากการมีเพจแบบกำหนดเองเป็นจำนวนมาก

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

 
 
นำไปใช้กับ:
SharePoint Designer 2010