ฟังก์ชัน SUMIF

บทความนี้จะอธิบายถึงไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน SUMIF ฟังก์ชัน (ฟังก์ชัน: สูตรที่เขียนไว้ล่วงหน้าที่จะใช้ค่าหนึ่งหรือหลายค่า ดำเนินการต่างๆ และส่งกลับค่าหนึ่งหรือหลายค่า ใช้ฟังก์ชันเพื่อทำให้สูตรบนแผ่นงานสั้นลงและไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสูตรที่ใช้ในการคำนวณที่ยาวหรือซับซ้อน) ใน Microsoft Office Excel

คำอธิบาย

คุณใช้ฟังก์ชัน SUMIF เพื่อหาผลรวมของค่าต่างๆ ใน ช่วง (ช่วง: เซลล์อย่างน้อยสองเซลล์ขึ้นไปบนแผ่นงาน โดยเซลล์ที่อยู่ในช่วงเดียวกันอาจจะอยู่ติดกันหรือไม่ติดกันก็ได้) ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่คุณระบุ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าในคอลัมน์หนึ่งที่มีตัวเลขต่างๆ คุณต้องการหาผลรวมเฉพาะค่าที่มากกว่า 5 คุณสามารถใช้สูตรดังต่อไปนี้

=SUMIF(B2:B25,">5")

ในตัวอย่างนี้ เกณฑ์นี้ถูกนำไปใช้กับค่าที่เท่ากันที่กำลังหาผลรวม คุณสามารถนำเกณฑ์นี้ไปใช้กับช่วงหนึ่ง แล้วหาผลรวมของค่าที่ตรงกันในช่วงอื่นได้ถ้าต้องการ ตัวอย่างเช่น สูตร =SUMIF(B2:B5, "John", C2:C5) หาผลรวมเฉพาะค่าในช่วง C2:C5 โดยที่เซลล์ที่ตรงกันในช่วง B2:B5 มีค่าเท่ากับ "John"

 หมายเหตุ   เมื่อต้องการหาผลรวมของเซลล์ต่างๆ ซึ่งยึดตามเกณฑ์หลายเกณฑ์ ให้ดู ฟังก์ชัน SUMIFS

ไวยากรณ์

SUMIF(range, criteria, [sum_range])

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน SUMIF มีอาร์กิวเมนต์ (อาร์กิวเมนต์: ค่าที่ให้ข้อมูลกับแอคชัน เหตุการณ์ วิธีการ คุณสมบัติ ฟังก์ชัน หรือกระบวนงาน)ดังต่อไปนี้

  • ช่วง    ต้องมี คือ ช่วงของเซลล์ที่คุณต้องการให้ประเมินตามเกณฑ์ เซลล์ในแต่ละช่วงต้องเป็นตัวเลขหรือชื่อ อาเรย์ หรือการอ้างอิงซึ่งประกอบด้วยตัวเลข ค่าว่างและข้อความจะถูกละเว้น
  • เกณฑ์    ต้องมี คือ เกณฑ์ในรูปแบบของตัวเลข นิพจน์ การอ้างอิงเซลล์ ข้อความ หรือฟังก์ชันที่กำหนดว่าจะเพิ่มเซลล์ใด ตัวอย่างเช่น อาจแสดงเกณฑ์เป็น 32, ">32", B5, 32, "32", "apples" หรือ TODAY()

 สิ่งสำคัญ    เกณฑ์ของข้อความหรือเกณฑ์ใดๆ ที่มีสัญลักษณ์ทางตรรกะหรือทางคณิตศาสตร์ต้องอยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ (") ถ้าเกณฑ์เป็นตัวเลข ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องหมายอัญประกาศ

  • sum_range    มีหรือไม่มีก็ได้ คือ เซลล์จริงที่จะเพิ่ม ถ้าคุณต้องการที่จะเพิ่มเซลล์อื่นนอกเหนือจากเซลล์ที่ระบุไว้ในอาร์กิวเมนต์ช่วง ถ้าอาร์กิวเมนต์ sum_range ถูกละเว้น Excel จะเพิ่มเซลล์ต่างๆ ที่ถูกระบุในอาร์กิวเมนต์ ช่วง (เซลล์ต่างๆ ที่เหมือนกันที่นำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้)

 หมายเหตุ 

  • อาร์กิวเมนต์ sum_range ไม่จำเป็นต้องมีขนาดและรูปร่างเดียวกับอาร์กิวเมนต์ ช่วง เซลล์จริงที่ถูกเพิ่มเข้าไปจะถูกกำหนดโดยใช้เซลล์บนซ้ายสุดใน sum_range เป็นเซลล์เริ่มต้น แล้วจึงรวมเซลล์ที่มีขนาดและรูปร่างสอดคล้องกับอาร์กิวเมนต์ ช่วง ตัวอย่างเช่น
ถ้าช่วงเท่ากับ แล้ว sum_range เป็น เซลล์จริงก็จะเป็น
A1:A5 B1:B5 B1:B5
A1:A5 B1:B3 B1:B5
A1:B4 C1:D4 C1:D4
A1:B4 C1:C2 C1:D4
  • คุณสามารถใช้อักขระตัวแทน  เครื่องหมายคำถาม (?) และเครื่องหมายดอกจัน (*)  เป็นอาร์กิวเมนต์ เกณฑ์ ได้ เครื่องหมายคำถามจะตรงกับอักขระเดี่ยวใดๆ เครื่องหมายดอกจันจะตรงกับชุดอักขระใดๆ ถ้าคุณต้องการค้นหาเครื่องหมายคำถามหรือเครื่องหมายดอกจันจริงๆ ให้พิมพ์เครื่องหมายตัวหนอน (~) หน้าอักขระนั้น

ตัวอย่างที่ 1

ถ้าคัดลอกตัวอย่างไปใส่ไว้ในแผ่นงานว่างเปล่าจะทำให้อ่านตัวอย่างได้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

แสดงฉันจะคัดลอกตัวอย่างได้อย่างไร

  1. เลือกตัวอย่างในบทความนี้ ถ้าคุณกำลังคัดลอกตัวอย่างใน Excel Web App ให้คัดลอกและวางทีละเซลล์

 สิ่งสำคัญ   ไม่ต้องเลือกส่วนหัวแถวหรือคอลัมน์

การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้

การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้
  1. กดปุ่ม CTRL+C
  2. สร้างสมุดงานหรือแผ่นงานเปล่า
  3. ในแผ่นงาน ให้เลือกเซลล์ A1 แล้วกดปุ่ม CTRL+V ถ้าคุณกำลังทำงานใน Excel Web App ให้ทำซ้ำการคัดลอกและการวางสำหรับแต่ละเซลล์ในตัวอย่าง

 สิ่งสำคัญ   เพื่อให้ตัวอย่างทำงานอย่างถูกต้อง คุณต้องวางลงในเซลล์ A1 ของแผ่นงาน

  1. ในการสลับการแสดงผลระหว่างผลลัพธ์และสูตรการคำนวณ ให้กดปุ่ม CTRL+` (ตัวกำกับเสียงเกรฟ) หรือไปบนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ตรวจสอบสูตร ให้คลิก ปุ่ม แสดงสูตร

หลังจากที่คุณคัดลอกตัวอย่างไปยังแผ่นงานเปล่าแล้ว คุณสามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้


 
1
2
3
4
5
6

7

8


9


10
A B C
มูลค่าทรัพย์ ค่านายหน้า ข้อมูล
100,000 7,000 250,000
200,000 14,000
300,000 21,000
400,000 28,000
สูตร คำอธิบาย ผลลัพธ์
=SUMIF(A2:A5,">160000",B2:B5) ผลรวมของค่านายหน้าสำหรับมูลค่าทรัพย์ที่มากกว่า 160,000 63,000
=SUMIF(A2:A5,">160000") ผลรวมของมูลค่าทรัพย์ที่มากกว่า 160,000 (63,000) 900,000
=SUMIF(A2:A5,300000,B2:B3) ผลรวมของค่านายหน้าสำหรับมูลค่าทรัพย์ที่เท่ากับ 300,000 (21,000) 21,000
=SUMIF(A2:A5,">" & C2,B2:B3) ผลรวมของค่านายหน้าสำหรับมูลค่าทรัพย์ที่มากกว่าค่าใน C2 49,000

ตัวอย่างที่ 2

ถ้าคัดลอกตัวอย่างไปใส่ไว้ในแผ่นงานว่างเปล่าจะทำให้อ่านตัวอย่างได้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

แสดงฉันจะคัดลอกตัวอย่างได้อย่างไร

  1. เลือกตัวอย่างในบทความนี้ ถ้าคุณกำลังคัดลอกตัวอย่างใน Excel Web App ให้คัดลอกและวางทีละเซลล์

 สิ่งสำคัญ   ไม่ต้องเลือกส่วนหัวแถวหรือคอลัมน์

การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้

การเลือกตัวอย่างจากวิธีใช้
  1. กดปุ่ม CTRL+C
  2. สร้างสมุดงานหรือแผ่นงานเปล่า
  3. ในแผ่นงาน ให้เลือกเซลล์ A1 แล้วกดปุ่ม CTRL+V ถ้าคุณกำลังทำงานใน Excel Web App ให้ทำซ้ำการคัดลอกและการวางสำหรับแต่ละเซลล์ในตัวอย่าง

 สิ่งสำคัญ   เพื่อให้ตัวอย่างทำงานอย่างถูกต้อง คุณต้องวางลงในเซลล์ A1 ของแผ่นงาน

  1. ในการสลับการแสดงผลระหว่างผลลัพธ์และสูตรการคำนวณ ให้กดปุ่ม CTRL+` (ตัวกำกับเสียงเกรฟ) หรือไปบนแท็บ สูตร ในกลุ่ม ตรวจสอบสูตร ให้คลิก ปุ่ม แสดงสูตร

หลังจากที่คุณคัดลอกตัวอย่างไปยังแผ่นงานเปล่าแล้ว คุณสามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้


 
1
2
3
4
5
6
7
8

9

10


11


12
A B C
ประเภท อาหาร การขาย
ผัก มะเขือเทศ 2300
ผัก ผักชี 5500
ผลไม้ ส้ม 800
เนย 400
ผัก แครอท 4200
ผลไม้ แอปเปิ้ล 1200
สูตร คำอธิบาย ผลลัพธ์
=SUMIF(A2:A7,"Fruits",C2:C7) ผลรวมของยอดขายอาหารทั้งหมดในหมวด "Fruits" 2000
=SUMIF(A2:A7,"Vegetables",C2:C7) ผลรวมของยอดขายอาหารทั้งหมดในหมวด "Vegetables" 12000
=SUMIF(B2:B7,"*es",C2:C7) ผลรวมของยอดขายอาหารทั้งหมดที่ลงท้ายด้วย "es" (เช่น Tomatoes, Oranges และ Apples) 4300
=SUMIF(A2:A7,"",C2:C7) ผลรวมของยอดขายอาหารทั้งหมดที่ไม่มีการระบุหมวดไว้ 400
 
 
นำไปใช้กับ:
Excel 2007