การสร้างสูตร

สูตร คือสมการที่ใช้ดำเนินการกับข้อมูลบนแผ่นงาน สูตรจะขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายเท่ากับ (=) ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการหาผลลัพธ์ของ 2 คูณ 3 บวก 5

=5+2*3

แสดงการสร้างสูตรอย่างง่าย =128+345

สูตรต่อไปนี้จะประกอบด้วยตัวดำเนินการ (ตัวดำเนินการ: เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ระบุชนิดของการคำนวณที่จะทำภายในนิพจน์ ซึ่งตัวดำเนินการที่มีใช้ ได้แก่ ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ ตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์ และตัวดำเนินการอ้างอิง)และค่าคงที่ (ค่าคงที่: ค่าที่ไม่ได้มาจากการคำนวณ ดังนั้นจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น ตัวเลข 210 และข้อความ "รายได้ต่อไตรมาส" เป็นค่าคงที่ ส่วนนิพจน์หรือค่าใดๆ ที่เป็นผลลัพธ์จากนิพจน์จะไม่ใช่ค่าคงที่)
ตัวอย่างสูตร หน้าที่
=128+345 128 บวก 345
=5^2 5 ยกกำลังสอง
  1. คลิกเซลล์ซึ่งคุณต้องการป้อนสูตร
  2. พิมพ์ = (เครื่องหมายเท่ากับ)
  3. ป้อนสูตร
  4. กด ENTER

แสดงการสร้างสูตรที่ประกอบด้วยการอ้างอิง หรือชื่อ =A1+23

สูตรต่อไปนี้ประกอบด้วยการอ้างอิงสัมพัทธ์ (การอ้างอิงสัมพัทธ์: ที่อยู่ของเซลล์ในสูตรซึ่งยึดตามตำแหน่งสัมพัทธ์ของเซลล์ที่มีสูตรนั้นและมีเซลล์ที่ถูกอ้างถึงอยู่ ถ้าคุณคัดลอกสูตรนั้น การอ้างอิงจะปรับเองโดยอัตโนมัติ โดยการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์จะใช้รูปแบบ A1) และชื่อ (ชื่อ: คำหรือสายอักขระที่ใช้แสดงแทนเซลล์ ช่วงของเซลล์ สูตร หรือค่าคงที่ ให้ใช้ชื่อที่ง่ายต่อการเข้าใจ เช่น Products เพื่ออ้างถึงช่วงซึ่งยากที่จะเข้าใจ เช่น Sales!C20:C30)ของเซลล์อื่น เซลล์ที่ประกอบด้วยสูตรจะรู้จักในนามของเซลล์ที่อ้างถึงเมื่อค่าของมันขึ้นอยู่กับค่าของเซลล์อื่น ตัวอย่างเช่น เซลล์ B2 เป็นเซลล์ที่อ้างถึงถ้ามันประกอบด้วยสูตร =C2

ตัวอย่างสูตร หน้าที่
=C2 ใช้ค่าในเซลล์ C2
=Sheet2!B2 ใช้ค่าในเซลล์ B2 บน Sheet2
=Asset-Liability ลบเซลล์ชื่อ Liability ออกจากเซลล์ชื่อ Asset
  1. คลิกเซลล์ๆ หนึ่งซึ่งคุณต้องการใช้ใส่สูตรไว้
  2. ในแถบสูตร (แถบสูตร: แถบที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าต่าง Excel ที่คุณใช้ป้อนหรือแก้ไขค่าหรือสูตรที่อยู่ในเซลล์หรือในแผนภูมิ โดยแถบสูตรจะแสดงค่าคงที่หรือสูตรที่เก็บอยู่ในเซลล์ที่ใช้งานอยู่ด้วย) แถบสูตร พิมพ์ = (เครื่องหมายเท่ากับ)
  3. ปฏิบัติตามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งต่อไปนี้
    • สร้างการอ้างอิง เลือกเซลล์ ช่วงของเซลล์ ตำแหน่งในแผ่นงานอีกแผ่นหนึ่ง หรือตำแหน่งในสมุดงานอีกเล่มหนึ่ง คุณสามารถลากเส้นขอบของเซลล์ที่เลือกเพื่อย้ายส่วนที่เลือก หรือลากที่มุมของเส้นขอบเพื่อขยายส่วนที่เลือก

      ตัวค้นหาช่วงจะใช้เซลล์ที่ถูกอ้างที่ถูกให้สี

    • สร้างการอ้างอิงไปยังช่วงที่ระบุชื่อ ให้กด F3 เลือกชื่อในกล่อง วางชื่อ และคลิก ตกลง
  4. กด ENTER

แสดงการสร้างสูตรที่ประกอบด้วยฟังก์ชัน =AVERAGE(A1:B4)

สูตรต่อไปนี้ประกอบด้วยฟังก์ชัน (ฟังก์ชัน: สูตรที่เขียนไว้ล่วงหน้าที่จะใช้ค่าหนึ่งหรือหลายค่า ดำเนินการต่างๆ และส่งกลับค่าหนึ่งหรือหลายค่า ใช้ฟังก์ชันเพื่อทำให้สูตรบนแผ่นงานสั้นลงและไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสูตรที่ใช้ในการคำนวณที่ยาวหรือซับซ้อน)
ตัวอย่างสูตร หน้าที่
=SUM(A:A) บวกตัวเลขทั้งหมดในคอลัมน์ A
=AVERAGE(A1:B4) เฉลี่ยตัวเลขทั้งหมดในช่วงข้อมูล
  1. คลิกเซลล์ซึ่งคุณต้องการป้อนสูตร
  2. เมื่อต้องการเริ่มต้นสูตรด้วยฟังก์ชัน ให้คลิก แทรกฟังก์ชัน รูปปุ่ม บนแถบสูตร (แถบสูตร: แถบที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าต่าง Excel ที่คุณใช้ป้อนหรือแก้ไขค่าหรือสูตรที่อยู่ในเซลล์หรือในแผนภูมิ โดยแถบสูตรจะแสดงค่าคงที่หรือสูตรที่เก็บอยู่ในเซลล์ที่ใช้งานอยู่ด้วย) แถบสูตร
  3. เลือกฟังก์ชันที่คุณต้องการใช้ คุณสามารถป้อนคำถามอธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องการทำในกล่อง ค้นหาฟังก์ชัน ตัวอย่างเช่น "บวกตัวเลข" จะคำตอบกลับมาว่าฟังก์ชัน SUM) หรือเรียกดูจากประเภทในกล่องเลือกประเภท หรือเลือกประเภท
  4. ใส่ อาร์กิวเมนต์ (อาร์กิวเมนต์: ค่าที่ฟังก์ชันใช้ในการดำเนินการหรือทำการคำนวณ ชนิดของอาร์กิวเมนต์ที่ฟังก์ชันใช้จะถูกกำหนดไว้เฉพาะสำหรับฟังก์ชันนั้นๆ อาร์กิวเมนต์ทั่วไปที่ใช้ภายในฟังก์ชันได้แก่ ตัวเลข ข้อความ การอ้างอิงเซลล์ และชื่อ) เมื่อต้องการใส่การอ้างอิงเซลล์เป็นอาร์กิวเมนต์ ให้คลิก ยุบกล่องโต้ตอบ รูปปุ่ม เพื่อซ่อนกล่องโต้ตอบชั่วคราว เลือกเซลล์บนแผ่นงานแล้วกด ขยายกล่องโต้ตอบ รูปปุ่ม
  5. เมื่อคุณทำสูตรเสร็จ ให้กด ENTER

แสดงสร้างสูตรด้วยฟังก์ชัน nested =IF(AVERAGE(F2:F5)>50, SUM(G2:G5),0)

ฟังก์ชัน Nested ใช้ฟังก์ชันเป็นส่วนหนึ่งของอาร์กิวเมนต์ของอีกฟังก์ชันหนึ่ง สูตรต่อไปนี้รวมกลุ่มของตัวเลข (G2:G5) เพียงถ้าค่าเฉลี่ยของอีกกลุ่มตัวเลข (F2:F5) มากกว่า 50 ถ้ามิฉะนั้นกลับไปที่ 0

ฟังก์ชัน Nested

  1. คลิกเซลล์ซึ่งคุณต้องการป้อนสูตร
  2. เมื่อต้องการเริ่มต้นสูตรด้วยฟังก์ชัน ให้คลิก แทรกฟังก์ชัน รูปปุ่ม บนแถบสูตร (แถบสูตร: แถบที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าต่าง Excel ที่คุณใช้ป้อนหรือแก้ไขค่าหรือสูตรที่อยู่ในเซลล์หรือในแผนภูมิ โดยแถบสูตรจะแสดงค่าคงที่หรือสูตรที่เก็บอยู่ในเซลล์ที่ใช้งานอยู่ด้วย) แถบสูตร
  3. เลือกฟังก์ชันที่คุณต้องการใช้ คุณสามารถป้อนคำถามอธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องการทำในกล่อง ค้นหาฟังก์ชัน ตัวอย่างเช่น "บวกตัวเลข" จะคำตอบกลับมาว่าฟังก์ชัน SUM) หรือเรียกดูจากประเภทในกล่องเลือกประเภท หรือเลือกประเภท
  4. ป้อนอาร์กิวเมนต์ (อาร์กิวเมนต์: ค่าที่ฟังก์ชันใช้ในการดำเนินการหรือทำการคำนวณ ชนิดของอาร์กิวเมนต์ที่ฟังก์ชันใช้จะถูกกำหนดไว้เฉพาะสำหรับฟังก์ชันนั้นๆ อาร์กิวเมนต์ทั่วไปที่ใช้ภายในฟังก์ชันได้แก่ ตัวเลข ข้อความ การอ้างอิงเซลล์ และชื่อ)
    • เมื่อต้องการใส่การอ้างอิงเซลล์เป็นอาร์กิวเมนต์ ให้คลิก ยุบกล่องโต้ตอบ รูปปุ่ม ที่อยู่ติดกับอาร์กิวเมนต์ที่คุณต้องการซ่อนกล่องโต้ตอบเป็นการชั่วคราว เลือกเซลล์บนแผ่นงาน แล้วกด ขยายกล่องโต้ตอบ รูปปุ่ม
    • เมื่อต้องการป้อนฟังก์ชันอีกฟังก์ชันหนึ่งเป็นอาร์กิวเมนต์ ให้ป้อนฟังก์ชันในกล่องอาร์กิวเมนต์ที่คุณต้องการ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถบวก SUM(G2:G5) ในกล่องแก้ไข Value_if_true
    • เมื่อต้องการสลับไปยังส่วนของสูตรที่แสดงในกล่องโต้ตอบ อาร์กิวเมนต์ของฟังก์ชัน ให้คลิกชื่อฟังก์ชันในแถบสูตร ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณคลิก IF อาร์กิวเมนต์สำหรับฟังชัน IF จะปรากฏ

แสดงเคล็ดลับ

 
 
นำไปใช้กับ:
Excel 2003, Office 2003, Excel