เกี่ยวกับการอ้างอิงเซลล์ และช่วง

การอ้างอิงเป็นตัวบ่งชี้เซลล์หรือช่วงเซลล์บนแผ่นงาน และบอกให้ Microsoft Excel ทราบตำแหน่งที่จะค้นหาค่าหรือข้อมูลที่ต้องการใช้ในสูตร โดยสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บอยู่ในส่วนอื่นๆ ของแผ่นงานในสูตรใดสูตรหนึ่ง หรือใช้ค่าจากเซลล์ใดเซลล์หนึ่งในหลากหลายสูตร อีกทั้งสามารถอ้างถึงเซลล์บนแผ่นงานอื่นๆ ในสมุดงานเดียวกัน รวมทั้งอ้างถึงสมุดงานอื่นๆ ซึ่งจะเรียกการอ้างอิงที่ไปยังเซลล์ต่างๆ ในสมุดงานอื่นว่า การเชื่อมโยง

แสดงลักษณะการอ้างอิงแบบ A1

โดยค่าเริ่มต้นแล้ว Excel ใช้ลักษณะการอ้างอิงแบบ A1 ซึ่งอ้างถึงคอลัมน์ด้วยตัวอักษร (A ถึง IV ของคอลัมน์ทั้งหมด 256 คอลัมน์) และอ้างถึงแถวด้วยตัวเลข (1 ถึง 65536) โดยตัวอักษรและตัวเลขเหล่านี้เรียกว่า หัวแถว และหัวคอลัมน์ เมื่อต้องการอ้างถึงเซลล์ใดเซลล์หนึ่ง ให้ใส่อักษรคอลัมน์ตามด้วยหมายเลขแถว ตัวอย่างเช่น B2 อ้างถึงเซลล์ที่เป็นจุดตัดของคอลัมน์ B กับแถวที่ 2

เมื่อต้องการอ้างอิง ใช้
เซลล์ในคอลัมน์ A และแถวที่ 10 A10
ช่วงเซลล์ในคอลัมน์ A และแถวที่ 10 ถึง 20 A10:A20
ช่วงเซลล์ในแถวที่ 15 และคอลัมน์ B ถึง E B15:E15
เซลล์ทั้งหมดในแถวที่ 5 5:5
เซลล์ทั้งหมดในแถวที่ 5 ถึง 10 5:10
เซลล์ทั้งหมดในคอลัมน์ H H:H
เซลล์ทั้งหมดในคอลัมน์ H ถึง J H:J
ช่วงเซลล์ในคอลัมน์ A ถึง E และแถวที่ 10 ถึง 20 A10:E20

การอ้างอิงไปยังแผ่นงานอื่น      ในตัวอย่างต่อไปนี้ ฟังก์ชันแผ่นงาน AVERAGE คำนวณหาค่าเฉลี่ยของช่วงเซลล์ B1:B10 บนแผ่นงานที่ชื่อว่า Marketing ภายในสมุดงานเดียวกัน

การเชื่อมโยงไปยังแผ่นงานอื่นในสมุดงานเดียวกัน

การเชื่อมโยงไปยังแผ่นงานอื่นในสมุดงานเดียวกัน

โปรดสังเกตว่าชื่อของแผ่นงาน และเครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) จะอยู่หน้าการอ้างอิงช่วง

แสดงความแตกต่างระหว่างการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ และการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์

การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์      การอ้างอิงเซลล์แบบสัมพัทธ์ในสูตร เช่น A1 หมายถึงตำแหน่งสัมพัทธ์ของเซลล์ที่มีสูตร และเซลล์ที่มีการอ้างถึง ถ้าตำแหน่งของเซลล์ที่มีสูตรเกิดการเปลี่ยนแปลง ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงการอ้างอิงด้วย ถ้าคุณคัดลอกสูตรไปตามแนวแถว หรือลงตามแนวคอลัมน์ การอ้างอิงก็จะปรับเปลี่ยนค่าโดยอัตโนมัติ โดยค่าเริ่มต้นแล้ว สูตรจะใช้การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ ตัวอย่างเช่น กรณีที่คุณคัดลอกการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ในเซลล์ B2 ไปไว้ในเซลล์ B3 การอ้างอิงนี้จะปรับเปลี่ยนค่าจาก =A1 เป็น =A2 โดยอัตโนมัติ

สูตรที่คัดลอกมาที่มีการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์

สูตรที่คัดลอกมาที่มีการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์

การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์      การอ้างอิงเซลล์แบบสัมบูรณ์ในสูตร เช่น $A$1 อ้างถึงเซลล์ในตำแหน่งที่ระบุเสมอ ถ้าตำแหน่งของเซลล์ที่มีสูตรเกิดการเปลี่ยนแปลง การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ยังคงมีค่าตำแหน่งเหมือนเดิม ถ้าคุณคัดลอกสูตรไปตามแนวแถว หรือลงตามแนวคอลัมน์ การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์จะไม่มีการปรับเปลี่ยนค่า โดยค่าเริ่มต้นแล้ว สูตรใหม่จะใช้การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ คุณจึงต้องเปลี่ยนสูตรนั้นเป็นการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น การคัดลอกการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ในเซลล์ B2 ไปไว้ในเซลล์ B3 นั้น การอ้างอิงจะมีค่าเหมือนเดิมในทั้งสองเซลล์คือ =$A$1

สูตรที่ถูกคัดลอกที่มีการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์

สูตรที่คัดลอกมาที่มีการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์

การอ้างอิงแบบผสม      การอ้างอิงแบบผสมประกอบด้วยคอลัมน์แบบสัมบูรณ์ และแถวแบบสัมพัทธ์ หรือแถวแบบสัมบูรณ์และคอลัมน์แบบสัมพัทธ์ โดยการอ้างอิงคอลัมน์แบบสัมบูรณ์ใช้รูปแบบการอ้างอิงเป็น $A1, $B1 และต่อๆไป ส่วนการอ้างอิงแถวแบบสัมบูรณ์ใช้รูปแบบการอ้างอิงเป็น A$1, B$1 และต่อๆ ไป หากตำแหน่งของเซลล์ที่มีสูตรเกิดการเปลี่ยนแปลง การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ก็จะถูกเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ถ้าคุณคัดลอกสูตรไปตามแนวแถว หรือลงตามแนวคอลัมน์ การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์จะปรับเปลี่ยนค่าตำแหน่งโดยอัตโนมัติ แต่การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงค่าตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณคัดลอกการอ้างอิงแบบผสมจากเซลล์ A2 ไปไว้ในเซลล์ B3 ค่าตำแหน่งการอ้างอิงจะปรับเปลี่ยนจาก =A$1 เป็น =B$1

สูตรที่ถูกคัดลอกที่มีการอ้างอิงแบบผสม

สูตรที่คัดลอกมาที่มีการอ้างอิงแบบผสม

แสดงลักษณะการอ้างอิงแบบ 3 มิติ

ถ้าคุณต้องการวิเคราะห์ข้อมูลในเซลล์เดียวกัน หรือช่วงเซลล์เดียวกันบนแผ่นงานหลายๆ แผ่นงานภายในสมุดงานอันใดอันหนึ่ง ให้ใช้การอ้างอิงแบบ 3 มิติ ซึ่งการอ้างอิงแบบ 3 มิติประกอบด้วยการอ้างอิงเซลล์หรือการอ้างอิงช่วงเซลล์ที่นำหน้าด้วยช่วงของชื่อแผ่นงาน โดย Excel จะใช้แผ่นงานใดก็ตามที่เก็บอยู่ระหว่างชื่อแรกของการอ้างอิงและชื่อสุดท้ายของการอ้างอิง ตัวอย่างเช่น =SUM(Sheet2:Sheet13!B5) ทำหน้าที่บวกค่าทั้งหมดที่มีอยู่ในเซลล์ B5 บนทุกแผ่นงานตั้งแต่ Sheet 2 ถึง Sheet 13

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของการอ้างอิงแบบ 3 มิติเมื่อคุณย้าย คัดลอก แทรก หรือลบแผ่นงาน

ตัวอย่างต่อไปนี้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณย้าย คัดลอก แทรก หรือลบแผ่นงานที่มีการระบุไว้ในการอ้างอิงแบบ 3 มิติ โดยในตัวอย่างนี้ใช้สูตร =SUM(Sheet2:Sheet6!A2:A5) เพื่อบวกค่าของเซลล์ A2 ถึง A5 บนแผ่นงานที่ 2 ถึง 6

แทรกหรือคัดลอก      ถ้าคุณแทรกหรือคัดลอกแผ่นงานระหว่างแผ่นงานที่ 2 และแผ่นงานที่ 6 (จุดสิ้นสุดในตัวอย่างนี้) Microsoft Excel จะรวมค่าทั้งหมดในเซลล์ A2 ถึง A5 จากแผ่นงานที่เพิ่มจากการคำนวณ

ลบ      ถ้าคุณต้องการลบแผ่นงานระหว่างแผ่นงานที่ 2 และแผ่นงานที่ 6 Excel จะย้ายค่าทั้งหมดออกจากการคำนวณ

ย้าย      ถ้าคุณย้ายแผ่นงานจากระหว่างแผ่นงานที่ 2 และแผ่นงานที่ 6 ไปยังตำแหน่งที่อยู่ด้านนอกของช่วงของแผ่นงานที่อ้างอิงถึง Excel จะย้ายค่าจากการคำนวณ

ย้ายจุดสิ้นสุด      ถ้าย้ายแผ่นงานที่ 2 หรือแผ่นงานที่ 6 ไปตำแหน่งอื่นภายในสมุดงานเล่มเดียวกัน Excel จะปรับการคำนวณให้เข้ากับช่วงใหม่ของแผ่นงานที่อยู่ระหว่างแผ่นงานทั้งสอง

ลบจุดสิ้นสุด      ถ้าคุณลบแผ่นงานที่ 2 หรือแผ่นงานที่ 6 Excel จะปรับการคำนวณให้เข้ากับช่วงของแผ่นงานที่อยู่ระหว่างแผ่นงานทั้งสอง

แสดงลักษณะการอ้างอิงแบบ R1C1

คุณสามารถใช้ลักษณะการอ้างอิงที่มีการใส่หมายเลขให้กับแถวและคอลัมน์บนแผ่นงานได้เช่นกัน ซึ่งลักษณะการอ้างอิงแบบ R1C1 เหมาะสมที่จะใช้ในการคำนวณหาตำแหน่งแถวและคอลัมน์ในแมโคร (แมโคร: การกระทำหรือชุดของการกระทำที่คุณสามารถใช้งานอัตโนมัติ แมโครจะถูกเก็บไว้ใน Visual Basic สำหรับภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์) โดย Excel ใช้อักษร "R" ตามด้วยหมายเลขแถว และอักษร "C" ตามด้วยหมายเลขคอลัมน์เพื่อบ่งชี้ตำแหน่งของเซลล์

การอ้างอิง ความหมาย
R[-2]C การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ (การอ้างอิงสัมพัทธ์: ที่อยู่ของเซลล์ในสูตรซึ่งยึดตามตำแหน่งสัมพัทธ์ของเซลล์ที่มีสูตรนั้นและมีเซลล์ที่ถูกอ้างถึงอยู่ ถ้าคุณคัดลอกสูตรนั้น การอ้างอิงจะปรับเองโดยอัตโนมัติ โดยการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์จะใช้รูปแบบ A1)ที่ไปยังเซลล์ที่อยู่เหนือขึ้นไปสองแถวภายในคอลัมน์เดียวกัน
R[2]C[2] การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ไปที่เซลล์ที่ห่างไปสองแถวล่าง และสองคอลัมน์ทางขวา
R2C2 การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ (การอ้างอิงเซลล์แบบสัมบูรณ์: ในสูตรคำนวณ ตำแหน่งแน่นอนของเซลล์โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งของเซลล์ที่ประกอบด้วยสูตรคำนวณ การอ้างอิงเซลล์แบบสัมบูรณ์มีรูปแบบ $A$1)ที่ไปยังเซลล์ที่อยู่ในแถวที่สองและในคอลัมน์ที่สอง
R[-1] การอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ไปที่แถวทั้งหมดเหนือเซลล์ที่ใช้งานอยู่
รัศมี การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์อ้างอิงไปที่แถวปัจจุบัน

เมื่อมีการเก็บบันทึกแมโคร Excel จะเก็บบันทึกคำสั่งบางคำสั่งด้วยการใช้ลักษณะการอ้างอิงแบบ R1C1 ตัวอย่างเช่น กรณีที่เก็บบันทึกคำสั่ง อย่างเช่นการคลิกปุ่ม ผลรวมอัตโนมัติ เพื่อแทรกสูตรสำหรับหาผลรวมของช่วงเซลล์ Excel ก็จะเก็บบันทึกสูตรด้วยการใช้การอ้างอิงแบบ R1C1 ไม่ใช่แบบ A1

เมื่อต้องการเปิด หรือปิดใช้งานลักษณะการอ้างอิงแบบ R1C1

  1. คลิก ตัวเลือก บนเมนู เครื่องมือ จากนั้นคลิกแท็บ ทั่วไป

  2. ภายใต้ การตั้งค่า ให้เลือกหรือล้างกล่องกาเครื่องหมาย ลักษณะการอ้างอิงเซลล์แบบ R1C1

 
 
นำไปใช้กับ:
Excel 2003, Office 2003, Excel