การแปลงตัวเลขที่เก็บเป็นข้อความเป็นตัวเลข

ในบางโอกาส ตัวเลขอาจได้รับการจัดรูปแบบและเก็บในเซลล์เป็นข้อความ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการคำนวณภายหลัง หรือสร้างความสับสนในการเรียงลำดับได้ ตัวอย่างเช่น คุณอาจพิมพ์ตัวเลขในเซลล์ที่จัดรูปแบบเป็นข้อความ หรือข้อมูลอาจถูกนำเข้าหรือคัดลอกเป็นข้อความมาจากแหล่งข้อมูลภายนอก

ตัวเลขที่จัดรูปแบบเป็นข้อความจะอยู่ในเซลล์โดยจัดแนวชิดซ้ายแทนที่จะชิดขวา

ถ้ามีการป้อนตัวเลขในเซลล์ที่จัดรูปแบบเป็นข้อความ คุณสามารถใช้การตรวจสอบข้อผิดพลาดเพื่อแปลงข้อความเป็นตัวเลขได้ แต่ถ้าตัวเลขถูกนำเข้าเป็นข้อความ หรือถ้าตัวเลขได้รับการจัดรูปแบบเป็นข้อความหลังจากที่ป้อนตัวเลขลงในเซลล์ คุณจะไม่สามารถใช้การตรวจสอบข้อผิดพลาดในการแปลงข้อความเป็นตัวเลขได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถนำรูปแบบตัวเลขไปใช้แทนได้

คุณยังสามารถแปลงตัวเลขที่จัดรูปแบบเป็นข้อความ ซึ่งมีอยู่ในเซลล์หรือช่วงต่างๆ ที่ไม่ติดกัน ให้เป็นตัวเลขได้อย่างรวดเร็วด้วย

คุณต้องการทำสิ่งใด


ใช้การตรวจสอบข้อผิดพลาดเพื่อแปลงตัวเลขที่เก็บเป็นข้อความให้เป็นตัวเลข

เมื่อมีการเปิดใช้งานการตรวจสอบข้อผิดพลาด ตัวเลขที่ใส่ในเซลล์ที่จัดรูปแบบเป็นข้อความจะถูกทำเครื่องหมายด้วยตัวบ่งชี้ข้อผิดพลาดเซลล์ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสูตร

  1. เมื่อต้องการเปิดใช้งานการตรวจสอบข้อผิดพลาด ให้ทำดังต่อไปนี้
    1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปปุ่ม จากนั้นคลิก ตัวเลือกของ Excel
  1. คลิกประเภท สูตร
  2. ภายใต้ การตรวจสอบข้อผิดพลาด ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้งานการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่ทำงานเบื้องหลัง
  3. ภายใต้ กฎการตรวจสอบข้อผิดพลาด ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ตัวเลขที่จัดรูปแบบเป็นข้อความหรือนำหน้าด้วยเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว
  4. คลิก ตกลง
  1. บนแผ่นงาน ให้เลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์ที่อยู่ติดกันใดๆ ที่มีตัวบ่งชี้ข้อผิดพลาดตรงมุมบนซ้าย เซลล์ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสูตร

 หมายเหตุ   เซลล์ทั้งหมดที่เลือกจะต้องอยู่ติดกัน

แสดงวิธีเลือกเซลล์ ช่วง แถว หรือคอลัมน์

เมื่อต้องการเลือก ให้ทำสิ่งนี้
เซลล์เดียว คลิกเซลล์หรือกดแป้นลูกศรเพื่อย้ายไปยังเซลล์นั้น
ช่วงเซลล์

คลิกเซลล์แรกในช่วง แล้วลากไปยังเซลล์สุดท้าย หรือกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณกดแป้นลูกศรเพื่อขยายส่วนที่เลือก

คุณยังสามารถเลือกเซลล์แรกในช่วงของเซลล์ แล้วจึงกด F8 เพื่อขยายส่วนที่เลือกโดยใช้ปุ่มลูกศรได้ เมื่อต้องการหยุดการขยายส่วนที่เลือก ให้กด F8 อีกครั้ง

ช่วงเซลล์ขนาดใหญ่ ให้คลิกที่เซลล์แรกในช่วง แล้วกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายในช่วง คุณสามารถเลื่อนดูเพื่อทำให้มองเห็นเซลล์สุดท้ายได้
เซลล์ทั้งหมดในแผ่นงาน

คลิกปุ่ม เลือกทั้งหมด

ปุ่มเลือกทั้งหมด

เมื่อต้องการเลือกทั้งแผ่นงาน คุณยังสามารถกด CTRL+A ได้ด้วย

 หมายเหตุ   ถ้าแผ่นงานมีข้อมูลอยู่ การกด CTRL+A จะเลือกขอบเขตปัจจุบัน การกด CTRL+A ครั้งที่สองจะเลือกแผ่นงานทั้งแผ่น

เซลล์หรือช่วงเซลล์ที่ไม่อยู่ติดกัน

เลือกเซลล์หรือช่วงเซลล์แรก แล้วกด CTRL ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกเซลล์หรือช่วงเซลล์อื่น

นอกจากนั้น คุณยังสามารถเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์แรก แล้วกด SHIFT+F8 เพื่อเพิ่มเซลล์หรือช่วงที่ไม่ติดกันให้กับส่วนที่เลือก เมื่อต้องการหยุดการเพิ่มเซลล์หรือช่วงในส่วนที่เลือก ให้กด SHIFT+F8 อีกครั้ง

 หมายเหตุ   คุณไม่สามารถยกเลิกการเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์ในส่วนที่เลือกที่ไม่ติดกันโดยไม่ได้ยกเลิกการเลือกทั้งหมดได้

ทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์

คลิกส่วนหัวของแถวหรือส่วนหัวของคอลัมน์

ในแผ่นงานจะแสดงหัวแถวและหัวคอลัมน์ไว้

 ส่วนหัวของแถว
 ส่วนหัวของคอลัมน์

คุณยังสามารถเลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ด้วยการเลือกเซลล์แรก แล้วกด CTRL+SHIFT+แป้นลูกศร (ลูกศรขวาหรือลูกศรซ้ายสำหรับแถว และลูกศรขึ้นหรือลูกศรลงสำหรับคอลัมน์)

 หมายเหตุ   ถ้าแถวหรือคอลัมน์มีข้อมูลอยู่ การกดปุ่ม CTRL+SHIFT+แป้นลูกศรจะเลือกแถวหรือคอลัมน์ไปที่เซลล์ที่ใช้งานล่าสุด การกด CTRL+SHIFT+แป้นลูกศรครั้งที่สองจะเลือกทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์

แถวหรือคอลัมน์ที่อยู่ติดกัน ลากผ่านส่วนหัวของแถวหรือคอลัมน์ หรือเลือกแถวหรือคอลัมน์แรก แล้วกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกแถวหรือคอลัมน์สุดท้าย
แถวหรือคอลัมน์ที่ไม่อยู่ติดกัน คลิกส่วนหัวของคอลัมน์หรือแถวของแถวหรือคอลัมน์แรกในส่วนที่เลือกของคุณ แล้วกด CTRL ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกส่วนหัวของแถวหรือคอลัมน์ในแถวหรือคอลัมน์อื่นที่คุณต้องการเพิ่มให้กับส่วนที่เลือก
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในแถวหรือคอลัมน์ เลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ แล้วกด CTRL+แป้นลูกศร (ลูกศรขวาหรือซ้ายสำหรับแถว และลูกศรขึ้นหรือลงสำหรับคอลัมน์)
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในแผ่นงานหรือในตาราง Microsoft Office Excel

กด CTRL+HOME เพื่อเลือกเซลล์แรกในแผ่นงานหรือในรายการ Excel

กด CTRL+END เพื่อเลือกเซลล์สุดท้ายในแผ่นงานหรือในรายการ Excel ที่มีข้อมูลหรือการจัดรูปแบบ

เซลล์ที่เลือกจนถึงเซลล์สุดท้ายที่มีการใช้งานในแผ่นงาน (มุมขวาล่าง) เลือกเซลล์แรกแล้วกด CTRL+SHIFT+END เพื่อขยายส่วนที่เลือกไปยังเซลล์สุดท้ายที่ถูกใช้ในแผ่นงาน (มุมล่างขวา)
ไปที่เซลล์เริ่มต้นของแผ่นงาน เลือกเซลล์แรก แล้วกด CTRL+SHIFT+HOME เพื่อขยายส่วนของเซลล์ที่เลือกไปยังจุดเริ่มต้นของแผ่นงาน
เลือกเซลล์มากหรือน้อยกว่าส่วนที่เลือกที่ใช้งานอยู่ กด SHIFT ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายที่คุณต้องการรวมในส่วนที่เลือกใหม่ ช่วงสี่เหลี่ยมระหว่าง เซลล์ที่ใช้งานอยู่ (เซลล์ที่ใช้งานอยู่: เซลล์ที่ถูกเลือกซึ่งข้อมูลจะถูกป้อนเข้าไปเมื่อคุณเริ่มพิมพ์ โดยในแต่ละครั้ง และจะมีเพียงเซลล์เดียวเท่านั้นที่เป็นเซลล์ที่ใช้งานอยู่ หรือคือเซลล์ที่มีเส้นขอบหนาล้อมรอบ) และเซลล์ที่คุณคลิกกลายเป็นส่วนที่เลือกใหม่

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการยกเลิกการเลือกเซลล์ ให้คลิกเซลล์ใดๆ บนแผ่นงาน


  1. ให้คลิกปุ่มข้อผิดพลาดที่ปรากฏขึ้นถัดจากเซลล์หรือช่วงของเซลล์ที่เลือก รูปปุ่ม แล้วคลิก แปลงเป็นตัวเลข

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

นำรูปแบบตัวเลขไปใช้กับตัวเลขที่เก็บเป็นข้อความ

เพื่อให้กระบวนการนี้เสร็จสมบูรณ์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวเลขที่เก็บเป็นข้อความไม่มีช่องว่างส่วนเกินอยู่ในหรือล้อมรอบตัวเลข

เมื่อต้องการเอาช่องว่างส่วนเกินออกจากตัวเลขหลายตัวที่เก็บเป็นข้อความ คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน TRIM

  1. เลือกเซลล์ที่มีตัวเลขที่เก็บเป็นข้อความ

แสดงวิธีเลือกเซลล์ ช่วง แถว หรือคอลัมน์

เมื่อต้องการเลือก ให้ทำสิ่งนี้
เซลล์เดียว คลิกเซลล์หรือกดแป้นลูกศรเพื่อย้ายไปยังเซลล์นั้น
ช่วงเซลล์

คลิกเซลล์แรกในช่วง แล้วลากไปยังเซลล์สุดท้าย หรือกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณกดแป้นลูกศรเพื่อขยายส่วนที่เลือก

คุณยังสามารถเลือกเซลล์แรกในช่วงของเซลล์ แล้วจึงกด F8 เพื่อขยายส่วนที่เลือกโดยใช้ปุ่มลูกศรได้ เมื่อต้องการหยุดการขยายส่วนที่เลือก ให้กด F8 อีกครั้ง

ช่วงเซลล์ขนาดใหญ่ ให้คลิกที่เซลล์แรกในช่วง แล้วกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายในช่วง คุณสามารถเลื่อนดูเพื่อทำให้มองเห็นเซลล์สุดท้ายได้
เซลล์ทั้งหมดในแผ่นงาน

คลิกปุ่ม เลือกทั้งหมด

ปุ่มเลือกทั้งหมด

เมื่อต้องการเลือกทั้งแผ่นงาน คุณยังสามารถกด CTRL+A ได้ด้วย

 หมายเหตุ   ถ้าแผ่นงานมีข้อมูลอยู่ การกด CTRL+A จะเลือกขอบเขตปัจจุบัน การกด CTRL+A ครั้งที่สองจะเลือกแผ่นงานทั้งแผ่น

เซลล์หรือช่วงเซลล์ที่ไม่อยู่ติดกัน

เลือกเซลล์หรือช่วงเซลล์แรก แล้วกด CTRL ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกเซลล์หรือช่วงเซลล์อื่น

นอกจากนั้น คุณยังสามารถเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์แรก แล้วกด SHIFT+F8 เพื่อเพิ่มเซลล์หรือช่วงที่ไม่ติดกันให้กับส่วนที่เลือก เมื่อต้องการหยุดการเพิ่มเซลล์หรือช่วงในส่วนที่เลือก ให้กด SHIFT+F8 อีกครั้ง

 หมายเหตุ   คุณไม่สามารถยกเลิกการเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์ในส่วนที่เลือกที่ไม่ติดกันโดยไม่ได้ยกเลิกการเลือกทั้งหมดได้

ทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์

คลิกส่วนหัวของแถวหรือส่วนหัวของคอลัมน์

ในแผ่นงานจะแสดงหัวแถวและหัวคอลัมน์ไว้

 ส่วนหัวของแถว
 ส่วนหัวของคอลัมน์

คุณยังสามารถเลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ด้วยการเลือกเซลล์แรก แล้วกด CTRL+SHIFT+แป้นลูกศร (ลูกศรขวาหรือลูกศรซ้ายสำหรับแถว และลูกศรขึ้นหรือลูกศรลงสำหรับคอลัมน์)

 หมายเหตุ   ถ้าแถวหรือคอลัมน์มีข้อมูลอยู่ การกดปุ่ม CTRL+SHIFT+แป้นลูกศรจะเลือกแถวหรือคอลัมน์ไปที่เซลล์ที่ใช้งานล่าสุด การกด CTRL+SHIFT+แป้นลูกศรครั้งที่สองจะเลือกทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์

แถวหรือคอลัมน์ที่อยู่ติดกัน ลากผ่านส่วนหัวของแถวหรือคอลัมน์ หรือเลือกแถวหรือคอลัมน์แรก แล้วกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกแถวหรือคอลัมน์สุดท้าย
แถวหรือคอลัมน์ที่ไม่อยู่ติดกัน คลิกส่วนหัวของคอลัมน์หรือแถวของแถวหรือคอลัมน์แรกในส่วนที่เลือกของคุณ แล้วกด CTRL ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกส่วนหัวของแถวหรือคอลัมน์ในแถวหรือคอลัมน์อื่นที่คุณต้องการเพิ่มให้กับส่วนที่เลือก
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในแถวหรือคอลัมน์ เลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ แล้วกด CTRL+แป้นลูกศร (ลูกศรขวาหรือซ้ายสำหรับแถว และลูกศรขึ้นหรือลงสำหรับคอลัมน์)
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในแผ่นงานหรือในตาราง Microsoft Office Excel

กด CTRL+HOME เพื่อเลือกเซลล์แรกในแผ่นงานหรือในรายการ Excel

กด CTRL+END เพื่อเลือกเซลล์สุดท้ายในแผ่นงานหรือในรายการ Excel ที่มีข้อมูลหรือการจัดรูปแบบ

เซลล์ที่เลือกจนถึงเซลล์สุดท้ายที่มีการใช้งานในแผ่นงาน (มุมขวาล่าง) เลือกเซลล์แรกแล้วกด CTRL+SHIFT+END เพื่อขยายส่วนที่เลือกไปยังเซลล์สุดท้ายที่ถูกใช้ในแผ่นงาน (มุมล่างขวา)
ไปที่เซลล์เริ่มต้นของแผ่นงาน เลือกเซลล์แรก แล้วกด CTRL+SHIFT+HOME เพื่อขยายส่วนของเซลล์ที่เลือกไปยังจุดเริ่มต้นของแผ่นงาน
เลือกเซลล์มากหรือน้อยกว่าส่วนที่เลือกที่ใช้งานอยู่ กด SHIFT ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายที่คุณต้องการรวมในส่วนที่เลือกใหม่ ช่วงสี่เหลี่ยมระหว่าง เซลล์ที่ใช้งานอยู่ (เซลล์ที่ใช้งานอยู่: เซลล์ที่ถูกเลือกซึ่งข้อมูลจะถูกป้อนเข้าไปเมื่อคุณเริ่มพิมพ์ โดยในแต่ละครั้ง และจะมีเพียงเซลล์เดียวเท่านั้นที่เป็นเซลล์ที่ใช้งานอยู่ หรือคือเซลล์ที่มีเส้นขอบหนาล้อมรอบ) และเซลล์ที่คุณคลิกกลายเป็นส่วนที่เลือกใหม่

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการยกเลิกการเลือกเซลล์ ให้คลิกเซลล์ใดๆ บนแผ่นงาน


  1. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ตัวเลข ให้คลิก ตัวเปิดใช้กล่องโต้ตอบ รูปปุ่ม ที่อยู่ถัดจาก ตัวเลข

รูป Ribbon ของ Excel

  1. ในกล่อง ประเภท ให้คลิกรูปแบบตัวเลขที่คุณต้องการใช้

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

แปลงตัวเลขในหลายๆ เซลล์หรือช่วงของเซลล์ที่ไม่ได้อยู่ติดกัน

  1. เลือกเซลล์ว่าง และตรวจสอบว่ารูปแบบตัวเลขของเซลล์คือ ทั่วไป

แสดงวิธีตรวจสอบรูปแบบตัวเลข

  • บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ตัเวลข ให้คลิก ลูกศรที่อยู่ถัดจากกล่อง รูปแบบตัวเลข แล้วคลิก ทั่วไป

รูป Ribbon ของ Excel


  1. ในเซลล์ ให้พิมพ์ 1 แล้วกด ENTER
  2. เลือกเซลล์ จากนั้นบนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิก คัดลอก

รูป Ribbon ของ Excel

แป้นพิมพ์ลัด  นอกจากนี้ คุณยังสามารถกด CTRL+C ได้อีกด้วย

  1. เลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์ที่ไม่ได้อยู่ติดกันซึ่งมีตัวเลขที่ถูกเก็บเป็นข้อความที่คุณต้องการจะแปลง

แสดงวิธีเลือกเซลล์ ช่วง แถว หรือคอลัมน์

เมื่อต้องการเลือก ให้ทำสิ่งนี้
เซลล์เดียว คลิกเซลล์หรือกดแป้นลูกศรเพื่อย้ายไปยังเซลล์นั้น
ช่วงเซลล์

คลิกเซลล์แรกในช่วง แล้วลากไปยังเซลล์สุดท้าย หรือกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณกดแป้นลูกศรเพื่อขยายส่วนที่เลือก

คุณยังสามารถเลือกเซลล์แรกในช่วงของเซลล์ แล้วจึงกด F8 เพื่อขยายส่วนที่เลือกโดยใช้ปุ่มลูกศรได้ เมื่อต้องการหยุดการขยายส่วนที่เลือก ให้กด F8 อีกครั้ง

ช่วงเซลล์ขนาดใหญ่ ให้คลิกที่เซลล์แรกในช่วง แล้วกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายในช่วง คุณสามารถเลื่อนดูเพื่อทำให้มองเห็นเซลล์สุดท้ายได้
เซลล์ทั้งหมดในแผ่นงาน

คลิกปุ่ม เลือกทั้งหมด

ปุ่มเลือกทั้งหมด

เมื่อต้องการเลือกทั้งแผ่นงาน คุณยังสามารถกด CTRL+A ได้ด้วย

 หมายเหตุ   ถ้าแผ่นงานมีข้อมูลอยู่ การกด CTRL+A จะเลือกขอบเขตปัจจุบัน การกด CTRL+A ครั้งที่สองจะเลือกแผ่นงานทั้งแผ่น

เซลล์หรือช่วงเซลล์ที่ไม่อยู่ติดกัน

เลือกเซลล์หรือช่วงเซลล์แรก แล้วกด CTRL ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกเซลล์หรือช่วงเซลล์อื่น

นอกจากนั้น คุณยังสามารถเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์แรก แล้วกด SHIFT+F8 เพื่อเพิ่มเซลล์หรือช่วงที่ไม่ติดกันให้กับส่วนที่เลือก เมื่อต้องการหยุดการเพิ่มเซลล์หรือช่วงในส่วนที่เลือก ให้กด SHIFT+F8 อีกครั้ง

 หมายเหตุ   คุณไม่สามารถยกเลิกการเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์ในส่วนที่เลือกที่ไม่ติดกันโดยไม่ได้ยกเลิกการเลือกทั้งหมดได้

ทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์

คลิกส่วนหัวของแถวหรือส่วนหัวของคอลัมน์

ในแผ่นงานจะแสดงหัวแถวและหัวคอลัมน์ไว้

 ส่วนหัวของแถว
 ส่วนหัวของคอลัมน์

คุณยังสามารถเลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ด้วยการเลือกเซลล์แรก แล้วกด CTRL+SHIFT+แป้นลูกศร (ลูกศรขวาหรือลูกศรซ้ายสำหรับแถว และลูกศรขึ้นหรือลูกศรลงสำหรับคอลัมน์)

 หมายเหตุ   ถ้าแถวหรือคอลัมน์มีข้อมูลอยู่ การกดปุ่ม CTRL+SHIFT+แป้นลูกศรจะเลือกแถวหรือคอลัมน์ไปที่เซลล์ที่ใช้งานล่าสุด การกด CTRL+SHIFT+แป้นลูกศรครั้งที่สองจะเลือกทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์

แถวหรือคอลัมน์ที่อยู่ติดกัน ลากผ่านส่วนหัวของแถวหรือคอลัมน์ หรือเลือกแถวหรือคอลัมน์แรก แล้วกด SHIFT ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกแถวหรือคอลัมน์สุดท้าย
แถวหรือคอลัมน์ที่ไม่อยู่ติดกัน คลิกส่วนหัวของคอลัมน์หรือแถวของแถวหรือคอลัมน์แรกในส่วนที่เลือกของคุณ แล้วกด CTRL ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกส่วนหัวของแถวหรือคอลัมน์ในแถวหรือคอลัมน์อื่นที่คุณต้องการเพิ่มให้กับส่วนที่เลือก
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในแถวหรือคอลัมน์ เลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ แล้วกด CTRL+แป้นลูกศร (ลูกศรขวาหรือซ้ายสำหรับแถว และลูกศรขึ้นหรือลงสำหรับคอลัมน์)
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในแผ่นงานหรือในตาราง Microsoft Office Excel

กด CTRL+HOME เพื่อเลือกเซลล์แรกในแผ่นงานหรือในรายการ Excel

กด CTRL+END เพื่อเลือกเซลล์สุดท้ายในแผ่นงานหรือในรายการ Excel ที่มีข้อมูลหรือการจัดรูปแบบ

เซลล์ที่เลือกจนถึงเซลล์สุดท้ายที่มีการใช้งานในแผ่นงาน (มุมขวาล่าง) เลือกเซลล์แรกแล้วกด CTRL+SHIFT+END เพื่อขยายส่วนที่เลือกไปยังเซลล์สุดท้ายที่ถูกใช้ในแผ่นงาน (มุมล่างขวา)
ไปที่เซลล์เริ่มต้นของแผ่นงาน เลือกเซลล์แรก แล้วกด CTRL+SHIFT+HOME เพื่อขยายส่วนของเซลล์ที่เลือกไปยังจุดเริ่มต้นของแผ่นงาน
เลือกเซลล์มากหรือน้อยกว่าส่วนที่เลือกที่ใช้งานอยู่ กด SHIFT ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายที่คุณต้องการรวมในส่วนที่เลือกใหม่ ช่วงสี่เหลี่ยมระหว่าง เซลล์ที่ใช้งานอยู่ (เซลล์ที่ใช้งานอยู่: เซลล์ที่ถูกเลือกซึ่งข้อมูลจะถูกป้อนเข้าไปเมื่อคุณเริ่มพิมพ์ โดยในแต่ละครั้ง และจะมีเพียงเซลล์เดียวเท่านั้นที่เป็นเซลล์ที่ใช้งานอยู่ หรือคือเซลล์ที่มีเส้นขอบหนาล้อมรอบ) และเซลล์ที่คุณคลิกกลายเป็นส่วนที่เลือกใหม่

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการยกเลิกการเลือกเซลล์ ให้คลิกเซลล์ใดๆ บนแผ่นงาน


  1. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม คลิปบอร์ด ให้คลิกลูกศรภายใต้ วาง แล้วคลิก วางแบบพิเศษ
  2. ภายใต้ การดำเนินการ ให้เลือก คูณ แล้วคลิก ตกลง
  3. เมื่อต้องการลบเนื้อหาของเซลล์ที่คุณพิมพ์ในขั้นตอนที่ 2 หลังจากที่แปลงตัวเลขทั้งหมดเสร็จแล้ว ให้เลือกเซลล์นั้น แล้วกด DELETE

 หมายเหตุ   โปรแกรมบัญชีบางโปรแกรมจะแสดงค่าลบเป็นข้อความโดยใส่เครื่องหมายลบ () ทางด้านขวาของค่า เมื่อต้องการแปลงสตริงข้อความให้เป็นค่า คุณต้องใช้สูตรเพื่อส่งกลับอักขระทั้งหมดของสตริงข้อความ ยกเว้นอักขระที่อยู่ด้านขวาสุด (เครื่องหมายลบ) แล้วคูณผลลัพธ์ด้วย –1

ตัวอย่างเช่น ถ้าค่าในเซลล์ A2 คือ "156–" สูตรต่อไปนี้จะแปลงข้อความเป็นค่า –156

ข้อมูล สูตร
156- =LEFT(A2,LEN(A2)-1)*-1

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

 
 
นำไปใช้กับ:
Excel 2007