การใส่ข้อมูลลงในเซลล์เวิร์กชีตด้วยตนเอง

คุณมีหลากหลายตัวเลือกเมื่อคุณต้องการใส่ข้อมูลด้วยตนเองใน Excel คุณสามารถใส่ข้อมูลได้ในเซลล์เดียว หรือหลายเซลล์ หรือในหลาย เวิร์กชีต (แผ่นงาน: เอกสารหลักที่คุณใช้ใน Excel เพื่อจัดเก็บและทำงานกับข้อมูล ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กระดาษคำนวณ แผ่นงานจะประกอบด้วยเซลล์ที่จัดระเบียบอยู่ในรูปของคอลัมน์และแถว และแผ่นงานจะถูกเก็บอยู่ในสมุดงานเสมอ)ในเวลาเดียวกันได้ ข้อมูลที่คุณใส่อาจเป็นตัวเลข ข้อความ วันที่ หรือเวลา คุณสามารถจัดรูปแบบข้อมูลได้หลากหลายวิธี และยังมีการตั้งค่าหลายๆ อย่างที่คุณสามารถปรับเพื่อช่วยให้การใส่ข้อมูลง่ายสำหรับคุณ

หัวข้อนี้ไม่ได้อธิบายถึงวิธีการใช้ฟอร์มข้อมูลเพื่อใส่ข้อมูลในเวิร์กชีต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ฟอร์มข้อมูล ให้ดูที่ การเพิ่ม แก้ไข ค้นหา และลบแถวโดยใช้ฟอร์มข้อมูล

 สิ่งสำคัญ   ถ้าคุณไม่สามารถใส่หรือแก้ไขข้อมูลในเวิร์กชีต เวิร์กชีตดังกล่าวอาจมีการป้องกันโดยคุณหรือผู้อื่นเพื่อป้องกันข้อมูลจากการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ตั้งใจ ในเวิร์กชีตที่มีการป้องกันนี้ คุณสามารถเลือกเซลล์เพื่อดูข้อมูลได้ แต่คุณจะไม่สามารถพิมพ์ข้อมูลในเซลล์ที่ถูกล็อกไว้ได้ ในกรณีส่วนใหญ่ คุณไม่ควรเอาการป้องกันออกจากเวิร์กชีตนอกจากว่าคุณได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้นจากบุคคลที่สร้างเวิร์กชีตขึ้นมา เมื่อต้องการยกเลิกการป้องกันเวิร์กชีต ให้คลิก ยกเลิกการป้องกันเวิร์กชีต ในกลุ่ม การเปลี่ยนแปลง บนแท็บ รีวิว ถ้ามีการตั้งค่ารหัสผ่านไว้เมื่อมีการใช้การป้องกันเวิร์กชีต คุณต้องพิมพ์รหัสผ่านนั้นก่อนในการยกเลิกการป้องกันเวิร์กชีต

คุณต้องการทำสิ่งใด


ใส่ข้อความหรือตัวเลขในเซลล์

  1. บนเวิร์กชีต ให้คลิกที่เซลล์
  2. พิมพ์ตัวเลขหรือข้อความที่คุณต้องการ แล้วกด Enter หรือ Tab

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการใส่ข้อมูลบนบรรทัดใหม่ภายในเซลล์ ให้ใส่ตัวแบ่งบรรทัดด้วยการกด Alt+Enter

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ใส่ตัวเลขที่มีตำแหน่งทศนิยมคงที่

  1. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก ตัวเลือก
  2. คลิก ขั้นสูง แล้วเลือกกล่องกาเครื่องหมาย แทรกจุดทศนิยมโดยอัตโนมัติ ภายใต้ ตัวเลือกการแก้ไข
  3. ในกล่อง ตำแหน่ง ให้ใส่ตัวเลขที่มีค่าบวกสำหรับจำนวนหลักที่จะแสดงทางด้านขวาของเลขทศนิยม หรือใส่ตัวเลขที่มีค่าลบสำหรับจำนวนหลักที่จะแสดงทางด้านซ้ายของเลขทศนิยม

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใส่ 3 ในกล่อง ตำแหน่ง แล้วพิมพ์ 2834 ลงในเซลล์ ค่าที่ได้จะปรากฏเป็นเป็น 2.834 ถ้าคุณใส่ -3 ในกล่อง ตำแหน่ง แล้วพิมพ์ 283 ค่าที่ได้จะเท่ากับ 283000

  1. บนเวิร์กชีต ให้คลิกเซลล์ แล้วใส่ตัวเลขที่คุณต้องการ

ข้อมูลที่คุณพิมพ์ลงในเซลล์ก่อนเลือกตัวเลือก ตำแหน่งทศนิยมคงที่ จะไม่ได้รับผลกระทบ

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการหยุดใช้ตัวเลือก ตำแหน่งทศนิยมคงที่ ชั่วคราว ให้พิมพ์จุดทศนิยมเมื่อคุณใส่ตัวเลข

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ใส่วันที่หรือเวลาในเซลล์

  1. บนเวิร์กชีต ให้คลิกที่เซลล์
  2. พิมพ์วันที่หรือเวลาต่อไปนี้
    • สำหรับวันที่ ให้ใช้เครื่องหมายทับหรือยัติภังค์เพื่อแยกส่วนของวันที่ ตัวอย่างเช่น พิมพ์ 9/5/2545 หรือ 5-ก.ย.-2545
    • เมื่อต้องการใส่เวลาที่ยึดตามนาฬิกาแบบ 12 ชั่วโมง ให้ใส่เวลาโดยตามด้วยช่องว่างแล้วพิมพ์ a หรือ p หลังจากเวลา ตัวอย่างเช่น 9:00 p มิฉะนั้น Excel จะใส่เวลาให้เป็น AM

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการใส่วันที่และเวลาปัจจุบัน ให้กด Ctrl+Shift+; (อัฒภาค)


 บันทึกย่อ 

  • เมื่อต้องการใส่วันที่หรือเวลาที่เป็นปัจจุบันเสมอเมื่อคุณเปิดเวิร์กชีตอีกครั้ง คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน TODAY และ NOW
  • เมื่อคุณใส่วันที่หรือเวลาในที่เซลล์หนึ่งเซลล์ ค่าที่ได้จะปรากฏอยู่ในรูปของวันที่หรือเวลาเริ่มต้นสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณหรือในรูปแบบที่นำไปใช้กับเซลล์นั้นก่อนที่คุณใส่วันที่หรือเวลา รูปแบบวันที่หรือเวลาเริ่มต้นจะยึดตามการตั้งค่าวันที่และเวลาในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกภูมิภาคและภาษา (แผงควบคุม วันที่ เวลา ภาษา และภูมิภาค) ถ้าการตั้งค่าเหล่านี้บนคอมพิวเตอร์ของคุณถูกเปลี่ยนแปลง วันที่และเวลาในเวิร์กบุ๊กของคุณที่ไม่ได้ถูกจัดรูปแบบโดยใช้คำสั่ง จัดรูปแบบเซลล์ จะถูกแสดงตามการตั้งค่าเหล่านั้น
  • ถ้าคุณต้องการนำรูปแบบวันที่หรือเวลาเริ่มต้นไปใช้ ให้คลิกเซลล์ที่มีค่าวันที่หรือเวลา แล้วกด Ctrl+Shift+# หรือ Ctrl+Shift+@

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ใส่ข้อมูลเดียวกันในหลายเซลล์พร้อมกัน

  1. เลือกเซลล์ที่คุณต้องการใส่ข้อมูลเดียวกัน โดยเซลล์เหล่านั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน

แสดงวิธีการเลือกเซลล์

เมื่อต้องการเลือก ให้ทำแบบนี้
เซลล์เดียว คลิกเซลล์ หรือกดคีย์ลูกศรเพื่อย้ายไปยังเซลล์นั้น
ช่วงเซลล์

คลิกเซลล์แรกในช่วง แล้วลากไปยังเซลล์สุดท้าย หรือกด Shift ค้างไว้ขณะที่คุณกดคีย์ลูกศรเพื่อขยายส่วนที่เลือก

คุณยังอาจเลือกเซลล์แรกในช่วง แล้วกด F8 เพื่อขยายส่วนที่เลือกโดยใช้คีย์ลูกศรก็ได้ เมื่อต้องการหยุดการขยายส่วนที่เลือก ให้กด F8 อีกครั้ง

ช่วงของเซลล์ขนาดใหญ่ ให้คลิกที่เซลล์แรกในช่วง แล้วกด Shift ค้างไว้ขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายในช่วง คุณสามารถเลื่อนดูเพื่อทำให้มองเห็นเซลล์สุดท้ายได้
เซลล์ทั้งหมดในเวิร์กชีต

คลิกปุ่ม เลือกทั้งหมด

ปุ่ม เลือกทั้งหมด

เมื่อต้องการเลือกทั้งเวิร์กชีต คุณยังสามารถกด Ctrl+A ได้ด้วย

ถ้าเวิร์กชีตนั้นมีข้อมูลอยู่ Ctrl+A จะเลือกขอบเขตปัจจุบัน การกด Ctrl+A ครั้งที่สองจะเลือกทั้งเวิร์กชีต
เซลล์หรือช่วงเซลล์ที่ไม่อยู่ติดกัน

เลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์แรก แล้วกด Ctrl ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกเซลล์หรือช่วงเซลล์อื่น

นอกจากนั้น คุณยังสามารถเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์แรก แล้วกด Shift+F8 เพื่อเพิ่มเซลล์หรือช่วงที่ไม่ติดกันให้กับส่วนที่เลือก เมื่อต้องการหยุดการเพิ่มเซลล์หรือช่วงในส่วนที่เลือก ให้กด Shift+F8 อีกครั้ง

 บันทึกย่อ   คุณไม่สามารถยกเลิกการเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์ในส่วนที่เลือกที่ไม่ติดกันโดยไม่ต้องยกเลิกการเลือกทั้งหมดได้

ทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์

คลิกส่วนหัวของแถวหรือส่วนหัวของคอลัมน์

เวิร์กชีตที่แสดงส่วนหัวของแถวและส่วนหัวของคอลัมน์

คำบรรยายภาพ 1 ส่วนหัวของแถว
คำบรรยายภาพ 2 ส่วนหัวของคอลัมน์

คุณยังสามารถเลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ได้ด้วยการเลือกเซลล์แรก แล้วกด Ctrl+Shift+คีย์ลูกศร (ลูกศรขวาหรือลูกศรซ้ายสำหรับแถว ลูกศรขึ้นหรือลูกศรลงสำหรับคอลัมน์)

ถ้าแถวหรือคอลัมน์มีข้อมูลอยู่ การกด Ctrl+Shift+ลูกศร จะเลือกแถวหรือคอลัมน์ไปจนถึงเซลล์สุดท้ายที่ใช้งาน การกด Ctrl+Shift+คีย์ลูกศร ครั้งที่สองจะเลือกทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์
แถวหรือคอลัมน์ที่อยู่ติดกัน ลากผ่านส่วนหัวของแถวหรือคอลัมน์ หรือเลือกแถวหรือคอลัมน์แรก แล้วกด Shift ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกแถวหรือคอลัมน์สุดท้าย
แถวหรือคอลัมน์ที่ไม่อยู่ติดกัน คลิกส่วนหัวคอลัมน์หรือส่วนหัวแถวของแถวแรกหรือคอลัมน์แรกในการเลือกของคุณ แล้วกด Ctrl ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกส่วนหัวคอลัมน์หรือส่วนหัวแถวของแถวอื่นหรือคอลัมน์อื่นที่คุณต้องการเพิ่มให้กับส่วนที่เลือก
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในแถวหรือคอลัมน์ เลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ แล้วกด Ctrl+คีย์ลูกศร (ลูกศรขวาหรือซ้ายสำหรับแถว ลูกศรขึ้นหรือลงสำหรับคอลัมน์)
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในเวิร์กชีตหรือในตาราง Microsoft Office Excel

กด Ctrl+Home เพื่อเลือกเซลล์แรกในเวิร์กชีตหรือในรายการ Excel

กด Ctrl+End เพื่อเลือกเซลล์สุดท้ายในเวิร์กชีตหรือในรายการ Excel ที่มีข้อมูลหรือการจัดรูปแบบอยู่

เซลล์ต่างๆ ไปจนถึงเซลล์สุดท้ายที่ถูกใช้ในเวิร์กชีต (มุมล่างขวา) เลือกเซลล์แรก แล้วกด Ctrl+Shift+End เพื่อขยายส่วนที่เลือกไปยังเซลล์สุดท้ายที่ถูกใช้ในเวิร์กชีต (มุมล่างขวา)
เซลล์ต่างๆ ไปจนถึงจุดเริ่มต้นของเวิร์กชีต เลือกเซลล์แรก แล้วกด Ctrl+Shift+Home เพื่อขยายส่วนของเซลล์ที่เลือกไปยังจุดเริ่มต้นของเวิร์กชีต
เลือกเซลล์มากขึ้นหรือน้อยลงกว่าส่วนที่เลือกอยู่ กด Shift ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายที่คุณต้องการรวม ให้เป็นส่วนที่เลือกใหม่ ช่วงสี่เหลี่ยมผืนผ้าระหว่าง เซลล์ที่ใช้งานอยู่ กับเซลล์ที่คุณคลิกจะกลายเป็นส่วนที่เลือกใหม่

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการยกเลิกการเลือกเซลล์ ให้คลิกเซลล์ใดก็ได้บนเวิร์กชีต

  1. ในเซลล์ที่ใช้งานอยู่ ให้พิมพ์ข้อมูล แล้วกด Ctrl+Enter

 เคล็ดลับ   คุณสามารถใส่ข้อมูลเดียวกันลงในเซลล์หลายๆ เซลล์ได้โดยใช้ จุดจับเติม (จุดจับเติม: สี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำขนาดเล็กซึ่งอยู่ที่มุมล่างขวาของสิ่งที่เลือก เมื่อคุณชี้ไปที่จุดจับเติม ตัวชี้จะเปลี่ยนเป็นกากบาทสีดำ) เซลล์ที่เลือกพร้อมจุดจับเติม เพื่อใส่ข้อมูลลงในเซลล์เวิร์กชีตโดยอัตโนมัติ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่บทความ เติมข้อมูลในเซลล์เวิร์กชีตโดยอัตโนมัติ

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ใส่ข้อมูลเดียวกันในหลายเวิร์กชีตพร้อมกัน

ด้วยการทำให้หลาย เวิร์กชีต (แผ่นงาน: เอกสารหลักที่คุณใช้ใน Excel เพื่อจัดเก็บและทำงานกับข้อมูล ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กระดาษคำนวณ แผ่นงานจะประกอบด้วยเซลล์ที่จัดระเบียบอยู่ในรูปของคอลัมน์และแถว และแผ่นงานจะถูกเก็บอยู่ในสมุดงานเสมอ) ใช้งานอยู่พร้อมกัน คุณสามารถใส่ข้อมูลใหม่หรือเปลี่ยนข้อมูลบนเวิร์กชีตหนึ่ง แล้วการเปลี่ยนแปลงนั้นจะถูกนำไปใช้กับเซลล์ในตำแหน่งเดียวกันที่อยู่ในเวิร์กชีตทั้งหมดที่เลือกไว้

  1. คลิกแท็บของเวิร์กชีตแรกที่มีข้อมูลที่คุณต้องการแก้ไข แล้วกด Ctrl ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกแท็บของเวิร์กชีตอื่นๆ ที่คุณต้องการซิงค์โครไนซ์ข้อมูล

ปุ่มเลื่อนเวิร์กชีต

 บันทึกย่อ   ถ้าคุณไม่เห็นแท็บของเวิร์กชีตที่คุณต้องการ ให้คลิกปุ่มเลื่อนแท็บเพื่อค้นหาเวิร์กชีต แล้วคลิกที่แท็บ ถ้าคุณยังไม่พบแท็บเวิร์กชีตที่คุณต้องการ คุณอาจต้องขยายหน้าต่างเอกสารให้ใหญ่สุด

  1. บน เวิร์กชีตที่ใช้งานอยู่ (แผ่นงานที่ใช้งานอยู่: แผ่นงานที่คุณกำลังทำงานอยู่ในสมุดงาน โดยชื่อบนแท็บของแผ่นงานที่ใช้งานอยู่จะเป็นตัวหนา) ให้เลือกเซลล์หรือ ช่วง (ช่วง: เซลล์อย่างน้อยสองเซลล์ขึ้นไปบนแผ่นงาน โดยเซลล์ที่อยู่ในช่วงเดียวกันอาจจะอยู่ติดกันหรือไม่ติดกันก็ได้) ที่คุณต้องการแก้ไขข้อมูลที่มีอยู่หรือใส่ข้อมูลใหม่

แสดงวิธีการเลือกเซลล์

เมื่อต้องการเลือก ให้ทำแบบนี้
เซลล์เดียว คลิกเซลล์ หรือกดคีย์ลูกศรเพื่อย้ายไปยังเซลล์นั้น
ช่วงเซลล์

คลิกเซลล์แรกในช่วง แล้วลากไปยังเซลล์สุดท้าย หรือกด Shift ค้างไว้ขณะที่คุณกดคีย์ลูกศรเพื่อขยายส่วนที่เลือก

คุณยังอาจเลือกเซลล์แรกในช่วง แล้วกด F8 เพื่อขยายส่วนที่เลือกโดยใช้คีย์ลูกศรก็ได้ เมื่อต้องการหยุดการขยายส่วนที่เลือก ให้กด F8 อีกครั้ง

ช่วงของเซลล์ขนาดใหญ่ ให้คลิกที่เซลล์แรกในช่วง แล้วกด Shift ค้างไว้ขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายในช่วง คุณสามารถเลื่อนดูเพื่อทำให้มองเห็นเซลล์สุดท้ายได้
เซลล์ทั้งหมดในเวิร์กชีต

คลิกปุ่ม เลือกทั้งหมด

ปุ่ม เลือกทั้งหมด

เมื่อต้องการเลือกทั้งเวิร์กชีต คุณยังสามารถกด Ctrl+A ได้ด้วย

ถ้าเวิร์กชีตนั้นมีข้อมูลอยู่ Ctrl+A จะเลือกขอบเขตปัจจุบัน การกด Ctrl+A ครั้งที่สองจะเลือกทั้งเวิร์กชีต
เซลล์หรือช่วงเซลล์ที่ไม่อยู่ติดกัน

เลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์แรก แล้วกด Ctrl ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกเซลล์หรือช่วงเซลล์อื่น

นอกจากนั้น คุณยังสามารถเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์แรก แล้วกด Shift+F8 เพื่อเพิ่มเซลล์หรือช่วงที่ไม่ติดกันให้กับส่วนที่เลือก เมื่อต้องการหยุดการเพิ่มเซลล์หรือช่วงในส่วนที่เลือก ให้กด Shift+F8 อีกครั้ง

 บันทึกย่อ   คุณไม่สามารถยกเลิกการเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์ในส่วนที่เลือกที่ไม่ติดกันโดยไม่ต้องยกเลิกการเลือกทั้งหมดได้

ทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์

คลิกส่วนหัวของแถวหรือส่วนหัวของคอลัมน์

เวิร์กชีตที่แสดงส่วนหัวของแถวและส่วนหัวของคอลัมน์

คำบรรยายภาพ 1 ส่วนหัวของแถว
คำบรรยายภาพ 2 ส่วนหัวของคอลัมน์

คุณยังสามารถเลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ได้ด้วยการเลือกเซลล์แรก แล้วกด Ctrl+Shift+คีย์ลูกศร (ลูกศรขวาหรือลูกศรซ้ายสำหรับแถว ลูกศรขึ้นหรือลูกศรลงสำหรับคอลัมน์)

ถ้าแถวหรือคอลัมน์มีข้อมูลอยู่ การกด Ctrl+Shift+ลูกศร จะเลือกแถวหรือคอลัมน์ไปจนถึงเซลล์สุดท้ายที่ใช้งาน การกด Ctrl+Shift+คีย์ลูกศร ครั้งที่สองจะเลือกทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์
แถวหรือคอลัมน์ที่อยู่ติดกัน ลากผ่านส่วนหัวของแถวหรือคอลัมน์ หรือเลือกแถวหรือคอลัมน์แรก แล้วกด Shift ค้างไว้ขณะที่คุณเลือกแถวหรือคอลัมน์สุดท้าย
แถวหรือคอลัมน์ที่ไม่อยู่ติดกัน คลิกส่วนหัวคอลัมน์หรือส่วนหัวแถวของแถวแรกหรือคอลัมน์แรกในการเลือกของคุณ แล้วกด Ctrl ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกส่วนหัวคอลัมน์หรือส่วนหัวแถวของแถวอื่นหรือคอลัมน์อื่นที่คุณต้องการเพิ่มให้กับส่วนที่เลือก
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในแถวหรือคอลัมน์ เลือกเซลล์ในแถวหรือคอลัมน์ แล้วกด Ctrl+คีย์ลูกศร (ลูกศรขวาหรือซ้ายสำหรับแถว ลูกศรขึ้นหรือลงสำหรับคอลัมน์)
เซลล์แรกหรือเซลล์สุดท้ายในเวิร์กชีตหรือในตาราง Microsoft Office Excel

กด Ctrl+Home เพื่อเลือกเซลล์แรกในเวิร์กชีตหรือในรายการ Excel

กด Ctrl+End เพื่อเลือกเซลล์สุดท้ายในเวิร์กชีตหรือในรายการ Excel ที่มีข้อมูลหรือการจัดรูปแบบอยู่

เซลล์ต่างๆ ไปจนถึงเซลล์สุดท้ายที่ถูกใช้ในเวิร์กชีต (มุมล่างขวา) เลือกเซลล์แรก แล้วกด Ctrl+Shift+End เพื่อขยายส่วนที่เลือกไปยังเซลล์สุดท้ายที่ถูกใช้ในเวิร์กชีต (มุมล่างขวา)
เซลล์ต่างๆ ไปจนถึงจุดเริ่มต้นของเวิร์กชีต เลือกเซลล์แรก แล้วกด Ctrl+Shift+Home เพื่อขยายส่วนของเซลล์ที่เลือกไปยังจุดเริ่มต้นของเวิร์กชีต
เลือกเซลล์มากขึ้นหรือน้อยลงกว่าส่วนที่เลือกอยู่ กด Shift ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกเซลล์สุดท้ายที่คุณต้องการรวม ให้เป็นส่วนที่เลือกใหม่ ช่วงสี่เหลี่ยมผืนผ้าระหว่าง เซลล์ที่ใช้งานอยู่ กับเซลล์ที่คุณคลิกจะกลายเป็นส่วนที่เลือกใหม่

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการยกเลิกการเลือกเซลล์ ให้คลิกเซลล์ใดก็ได้บนเวิร์กชีต

  1. ในเซลล์ที่เลือกไว้ ให้พิมพ์ข้อมูลใหม่หรือแก้ไขข้อมูลที่มีอยู่ และกด Enter หรือ Tab เพื่อย้ายการเลือกไปที่เซลล์ถัดไป

การเปลี่ยนแปลงนั้นจะถูกนำไปใช้กับเวิร์กชีตทั้งหมดที่คุณเลือก

  1. ทำตามขั้นตอนก่อนหน้านี้ซ้ำจนกว่าคุณจะใส่หรือแก้ไขข้อมูลเสร็จเรียบร้อย


 บันทึกย่อ 

  • เมื่อต้องการยกเลิกการเลือกหลายเวิร์กชีต ให้คลิกเวิร์กชีตที่ไม่ได้เลือกใดๆ ถ้าเวิร์กชีตที่ไม่ได้เลือกไม่ปรากฏให้เห็น คุณสามารถคลิกขวาที่แท็บของเวิร์กชีตที่เลือกแล้วคลิก ยกเลิกการจัดกลุ่มเวิร์กชีต
  • เมื่อคุณใส่หรือแก้ไขข้อมูล การเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อเวิร์กชีตทั้งหมดที่เลือกไว้และอาจไปแทนที่ข้อมูลที่คุณไม่มีเจตนาจะเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงปัญหานี้ คุณสามารถดูเวิร์กชีตทั้งหมดพร้อมกันได้เพื่อมองหาข้อขัดแย้งของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น
    1. บนแท็บ มุมมอง ในกลุ่ม หน้าต่าง ให้คลิก หน้าต่างใหม่
    2. สลับไปที่หน้าต่างใหม่ และคลิกที่เวิร์กชีตหนึ่งที่คุณต้องการดู
    3. ทำขั้นตอนที่ 1 และ 2 ซ้ำสำหรับแต่ละเวิร์กชีตที่คุณต้องการดู
    4. บนแท็บ มุมมอง ในกลุ่ม หน้าต่าง ให้คลิก จัดเรียงทั้งหมด จากนั้นจึงคลิกตัวเลือกที่คุณต้องการ
    5. เมื่อต้องการดูเวิร์กชีตในเวิร์กบุ๊กที่ใช้งานอยู่เท่านั้น ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย หน้าต่างของเวิร์กบุ๊กที่ใช้งานอยู่ ในกล่องโต้ตอบ จัดเรียงหน้าต่าง

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ปรับการตั้งค่าเวิร์กชีตและรูปแบบเซลล์

Excel มีการตั้งค่าหลายๆ อย่างที่คุณสามารถเปลี่ยนได้เพื่อช่วยให้การใส่ข้อมูลด้วยตนเองทำได้ง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงบางตัวเลือกมีผลต่อเวิร์กบุ๊กทั้งหมด บางตัวเลือกมีผลต่อทั้งเวิร์กชีต และบางตัวเลือกมีผลเฉพาะเซลล์ที่คุณระบุ

เปลี่ยนแปลงทิศทางสำหรับคีย์ Enter

เมื่อคุณกด Tab เพื่อใส่ข้อมูลในเซลล์ต่างๆ ในหนึ่งแถว แล้วกด Enter เมื่อสุดแถวนั้น ตามค่าเริ่มต้น ส่วนที่เลือกจะย้ายไปยังจุดเริ่มต้นของแถวถัดไป

การกด Enter จะเป็นการย้ายการเลือกลงมาหนึ่งเซลล์ และการกด Tab จะเป็นการย้ายการเลือกไปด้านขวาหนึ่งเซลล์ คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการย้ายทิศทางของคีย์ Tab ได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนทิศทางสำหรับคีย์ Enter ได้ การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่านี้มีผลกระทบต่อทั้งเวิร์กชีต เวิร์กชีตอื่นที่เปิดอยู่ เวิร์กบุ๊กอื่นที่เปิดอยู่ และเวิร์กบุ๊กใหม่ทั้งหมด

  1. บนแท็บ ไฟล์ ให้คลิก ตัวเลือก
  2. ในประเภท ขั้นสูง ภายใต้ ตัวเลือกการแก้ไข ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย หลังจากกด Enter ให้ย้ายส่วนที่เลือก แล้วคลิกทิศทางที่คุณต้องการในกล่อง ทิศทาง

เปลี่ยนความกว้างของคอลัมน์

บางครั้งเซลล์อาจแสดง ##### ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเซลล์มีตัวเลขหรือวันที่อยู่ แต่ความกว้างของคอลัมน์ไม่สามารถแสดงอักขระทั้งหมดตามรูปแบบที่กำหนดไว้ได้ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเซลล์ที่มีรูปแบบวันที่ "mm/dd/yyyy" มีการใส่วันที่เป็น 12/31/2550 อย่างไรก็ตาม คอลัมน์นี้มีความกว้างพอแค่การแสดงอักขระได้เพียงหกตัวเท่านั้น เซลล์นั้นจะแสดง ##### เมื่อต้องการดูเนื้อหาทั้งหมดของเซลล์ด้วยรูปแบบปัจจุบัน คุณต้องเพิ่มขนาดความกว้างของคอลัมน์

  1. คลิกเซลล์ที่คุณต้องการเปลี่ยนความกว้างคอลัมน์
  2. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม เซลล์ ให้คลิก รูปแบบ

กลุ่ม เซลล์ บนแท็บ หน้าแรก

  1. ภายใต้ ขนาดเซลล์ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • เมื่อต้องการปรับข้อความทั้งหมดให้พอดีในเซลล์ ให้คลิก ปรับความกว้างของคอลัมน์พอดีอัตโนมัติ
    • เมื่อต้องการเพิ่มขนาดความกว้างคอลัมน์ ให้คลิก ความกว้างคอลัมน์ แล้วพิมพ์ความกว้างที่คุณต้องการลงในกล่อง ความกว้างคอลัมน์

 บันทึกย่อ   แทนที่จะต้องเพิ่มความกว้างของคอลัมน์ คุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบของคอลัมน์นั้นหรือแม้แต่เซลล์แต่ละเซลล์ได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบวันที่เพื่อให้วันที่แสดงเฉพาะเดือนและวันเท่านั้น (รูปแบบ "mm/dd") เช่น 12/31 หรือแสดงตัวเลขในรูปแบบเชิงวิทยาศาสตร์ (เอ็กซ์โพเนนเชียล) เช่น 4E+08

ตัดข้อความในเซลล์

คุณสามารถแสดงข้อความหลายบรรทัดภายในหนึ่งเซลล์ได้ด้วยการตัดข้อความ การตัดข้อความในเซลล์จะไม่มีผลต่อเซลล์อื่น

  1. คลิกเซลล์ที่คุณต้องการตัดข้อความ
  2. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม การจัดแนว ให้คลิก ตัดข้อความ

กลุ่ม การจัดแนว บนแท็บ หน้าแรก

 บันทึกย่อ   ถ้าข้อความคือคำยาวๆ อักขระจะไม่ถูกตัด (คำจะไม่แยกกัน) แต่คุณสามารถขยายความกว้างคอลัมน์หรือลดขนาดฟอนต์เพื่อให้สามารถมองเห็นข้อความทั้งหมดได้ ถ้าคุณไม่เห็นข้อความทั้งหมดหลังจากตัดข้อความแล้ว คุณอาจต้องปรับความสูงของแถว บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม เซลล์ ให้คลิก รูปแบบและใต้ ขนาดเซลล์ คลิก แถวพอดีอัตโนมัติ

 เคล็ดลับ    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดข้อความ ให้ดูบทความ การตัดข้อความในเซลล์

เปลี่ยนรูปแบบของตัวเลข

ใน Excel รูปแบบของเซลล์จะแยกจากข้อมูลที่เก็บไว้ในเซลล์ ความแตกต่างของข้อมูลที่แสดงอยู่นี้จะส่งผลอย่างมากเมื่อข้อมูลเป็นตัวเลข ตัวอย่างเช่น เมื่อตัวเลขที่คุณใส่มีการปัดเศษ โดยปกติแล้วเฉพาะตัวเลขที่แสดงเท่านั้นที่ถูกปัดเศษ การคำนวณจะใช้ตัวเลขจริงที่เก็บไว้ในเซลล์นี้ ไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกจัดรูปแบบที่แสดงอยู่ ดังนั้น การคำนวณอาจปรากฏขึ้นไม่ถูกต้องเนื่องจากการปัดเศษในเซลล์หนึ่งหรือหลายเซลล์

หลังจากที่คุณพิมพ์ตัวเลขลงในเซลล์ คุณสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแสดงตัวเลขได้

  1. คลิกเซลล์ที่มีตัวเลขที่คุณต้องการจัดรูปแบบ
  2. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ตัวเลข ให้คลิกลูกศรถัดจากกล่อง รูปแบบตัวเลข แล้วคลิกรูปแบบที่คุณต้องการ

กล่อง จัดรูปแบบตัวเลข บนแท็บ หน้าแรก

 เคล็ดลับ   เมื่อต้องการเลือกรูปแบบตัวเลขจากรายการรูปแบบที่พร้อมใช้งาน ให้คลิก รูปแบบตัวเลขเพิ่มเติม แล้วคลิกรูปแบบที่คุณต้องการใช้ในรายการ ประเภท

จัดรูปแบบตัวเลขเป็นข้อความ

สำหรับตัวเลขที่ไม่ควรจะถูกคำนวณใน Excel เช่น หมายเลขโทรศัพท์ คุณสามารถตั้งค่าให้เป็นข้อความได้โดยนำรูปแบบข้อความไปใช้กับเซลล์ว่างก่อนที่จะพิมพ์ตัวเลข

  1. เลือกเซลล์ว่าง
  2. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ตัวเลข ให้คลิกลูกศรถัดจากกล่อง รูปแบบตัวเลข แล้วคลิก ข้อความ

กล่อง จัดรูปแบบตัวเลข บนแท็บ หน้าแรก

  1. พิมพ์ตัวเลขที่คุณต้องการลงในเซลล์ที่จัดรูปแบบแล้ว

 บันทึกย่อ    ตัวเลขที่คุณใส่ก่อนที่คุณจะนำการจัดรูปแบบข้อความไปใช้กับเซลล์จะต้องถูกใส่อีกครั้งในเซลล์ที่จัดรูปแบบแล้ว เมื่อต้องการใส่ตัวเลขอีกครั้งเพื่อให้เป็นข้อความอย่างรวดเร็ว ให้เลือกเซลล์แต่ละเซลล์ กด F2 แล้วกด Enter

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

 
 
นำไปใช้กับ:
Excel 2013