การใช้การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ

เมื่อต้องการทำให้การสร้างและแก้ไขสูตรง่ายขึ้น และลดข้อผิดพลาดในการพิมพ์และข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ให้น้อยที่สุด ให้ใช้การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ หลังจากที่คุณพิมพ์ = (เครื่องหมายเท่ากับ) และอักษรเริ่มต้น หรือทริกเกอร์ที่ใช้แสดง Microsoft Office Excel จะแสดงรายการแบบหล่นลงแบบไดนามิกของฟังก์ชัน ชื่อ และสตริงข้อความที่ถูกต้อง ที่ตรงกันกับอักษรหรือทริกเกอร์ที่ด้านล่างเซลล์ จากนั้นคุณสามารถแทรกรายการในรายการแบบหล่นลงให้กับสูตรโดยใช้ทริกเกอร์แทรก


การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ

บรรยายภาพ 1 พิมพ์ = (เครื่องหมายเท่ากับ) และอักษรเริ่มต้น หรือทริกเกอร์ที่ใช้แสดงเพื่อเริ่มการทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ
บรรยายภาพ 2 ขณะที่คุณพิมพ์ รายการที่สามารถเลื่อนได้ของรายการที่ถูกต้องจะแสดงโดยเน้นรายการที่ใกล้เคียงที่สุด
บรรยายภาพ 3 ไอคอนจะแสดงชนิดของรายการ เช่นฟังก์ชันหรือการอ้างอิงตาราง
บรรยายภาพ 4 คำแนะนำบนหน้าจอโดยละเอียดช่วยให้คุณเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด

คุณต้องการทำสิ่งใด


ควบคุมรายการแบบหล่นลงโดยใช้ทริกเกอร์ที่ใช้แสดง

ตารางต่อไปนี้สรุปวิธีควบคุมการแสดงรายการในรายการแบบหล่นลงของการทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติแบบไดนามิก

เพื่อแสดง ให้พิมพ์ดังนี้
ชื่อฟังก์ชัน Excel และชื่อฟังก์ชันต่างๆ ที่ผู้ใช้กำหนดเอง

อักษรหรืออักษรเริ่มต้นที่ใดก็ได้ที่สามารถป้อนฟังก์ชันได้

ตัวอย่าง Su

อาร์กิวเมนต์ของฟังก์ชัน

(ไม่มีทริกเกอร์ที่ใช้แสดง)

พิมพ์อาร์กิวเมนต์ เช่นตัวเลขหรือการอ้างอิงเซลล์ หรือใช้ทริกเกอร์ที่ใช้แสดง เช่น อักษรเริ่มต้น หรือ [ (เครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยมเปิด)

ตัวอย่าง SUM(5, A2, [

สำหรับอาร์กิวเมนต์ที่ตามมาแต่ละอาร์กิวเมนต์ ให้พิมพ์จุลภาคตามด้วยอาร์กิวเมนต์ หรือทริกเกอร์ที่ใช้แสดงอื่น

 หมายเหตุ   ฟังก์ชันต่อไปนี้มีอาร์กิวเมนต์กับค่าคงที่ที่ระบุซึ่งแสดงในรายการแบบหล่นลงโดยอัตโนมัติ ได้แก่ CELL, FV, HLOOKUP, MATCH, PMT, PV, RANK, SUBTOTAL และ VLOOKUP

ชื่อและชื่อตารางที่กำหนด

อักษรตัวหนึ่งหรืออักษรเริ่มต้นที่สามารถป้อนชื่อได้

ตัวอย่าง อัญชนา

ตัวระบุคอลัมน์และตัวระบุรายการพิเศษของตาราง ([#All], [#Data], [#Headers], [#Totals], [#ThisRow])

อย่างน้อยหนึ่งอย่างต่อไปนี้

  • [ (เครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยมเปิด) ต่อจากชื่อตาราง

ตัวอย่าง สรุปผลประจำปี[

  • , (จุลภาค) ต่อจากรายการพิเศษ

ตัวอย่าง: =AnnualSummary[#All],

  • : (เครื่องหมายจุดคู่) ต่อท้ายชื่อคอลัมน์

ตัวอย่าง สรุปผลประจำปี[การขาย:

 หมายเหตุ   ถ้าเซลล์นั้นอยู่ในตาราง จะพิมพ์ชื่อตารางก็ได้ ตัวอย่างเช่น สูตรต่อไปนี้จะเหมือนกัน

=[การขาย][ราคา]

=สรุปผลประจำปี[การขาย]/สรุปผลประจำปี[ราคา]

ชื่อการเชื่อมต่อในฟังก์ชันของคิวบ์

" (เครื่องหมายอัญประกาศเปิด) ต่อจากวงเล็บเปิดของชื่อฟังก์ชันของคิวบ์

ตัวอย่าง CUBEMEMBER("

 หมายเหตุ   จะแสดงเฉพาะการเชื่อมต่อ OLAP ที่เก็บในสมุดงานปัจจุบันเท่านั้น

สตริงข้อความนิพจน์หลายมิติ (MDX) ในฟังก์ชันของคิวบ์

อย่างน้อยหนึ่งอย่างต่อไปนี้

  • " (เครื่องหมายอัญประกาศเปิด) ต่อจากจุลภาคคั่นอาร์กิวเมนต์

ตัวอย่าง CUBEMEMBER("ข้อมูลคิวบ์ของการขาย","

  • . (จุด) ต่อจากวงเล็บเหลี่ยมปิด

ตัวอย่าง: CUBEMEMBER("ข้อมูลคิวบ์ของการขาย","[ลูกค้า].

ตัวอย่าง CUBEMEMBER("ข้อมูลคิวบ์ของการขาย","[ลูกค้า].[เม็กซิโก].

  • ( (วงเล็บเปิด) ต่อจากเครื่องหมายอัญประกาศเปิดของสตริงข้อความ MDX เพื่อระบุจุดเริ่มต้นของทูเปิล

ตัวอย่าง CUBEVALUE("ข้อมูลคิวบ์ของการขาย","(

  • ,  (จุลภาค) ต่อจากวงเล็บเหลี่ยมเหลี่ยมปิดในสตริงข้อความ MDX เพื่อระบุส่วนที่สองของทูเปิล

ตัวอย่าง CUBEVALUE("ข้อมูลคิวบ์ของการขาย","([ลูกค้า].[เม็กซิโก],

  • { (วงเล็บปีกกาเปิด) ต่อจากเครื่องหมายอัญประกาศเปิดของสตริงข้อความ MDX เพื่อระบุจุดเริ่มต้นของนิพจน์ชุด

ตัวอย่าง CUBEVALUE("ข้อมูลคิวบ์ของการขาย","{

 หมายเหตุ 

  • คุณต้องเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูล OLAP ในการป้อนสตริงข้อความ MDX โดยใช้การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ
  • ถ้ามีการระบุคำอธิบายจะแสดงอยู่ในเคล็ดลับบนหน้าจอเพื่อช่วยในการยืนยันตัวเลือก
  • ถ้าสตริงข้อความ MDX ไม่ชัดเจน ชื่อสมาชิกที่ไม่ซ้ำจะยังได้รับการป้อน แต่คุณต้องตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีสตริงข้อความ MDX สองค่าต่อไปนี้

CUBEMEMBER("ข้อมูลคิวบ์ของการขาย","[ลูกค้า].[เม็กซิโก].[ฮิลดาโก].[โดรา บูทส์]

หนึ่งในค่าต่อไปนี้จะถูกป้อน

[ลูกค้า].[ชื่อ].&[54342]

[ลูกค้า].[ชื่อ].&[34297]

ถ้าค่าชุดที่ป้อนไม่ใช่ค่าที่คุณต้องการ คุณสามารถลบแล้วเลือกอีกค่าหนึ่งได้

  • ชื่อฟังก์ชัน Microsoft SQL Server Analysis Services เช่น "Children", "Parent" หรือ "Crossjoin" จะไม่แสดงอยู่ในรายการแบบหล่นลง แต่คุณสามารถพิมพ์เข้าไปเองได้

 หมายเหตุ 

  • เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ คุณสามารถพิมพ์สิ่งที่คุณต้องการเพื่อป้อนสูตรให้สมบูรณ์
  • คุณสามารถใช้การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติระหว่างฟังก์ชันหรือสูตรที่ซ้อนกันอยู่ได้ ข้อความที่อยู่ต่อจากจุดแทรกจะถูกนำไปใช้ในการแสดงค่าในรายการแบบหล่นลง และข้อความทั้งหมดที่อยู่ต่อจากจุดแทรกจะไม่เปลี่ยนแปลง
  • กำหนดชื่อที่คุณสร้างให้กับค่าคงที่ที่ระบุ เช่น ชื่อที่ใช้ในฟังก์ชัน SUBTOTAL และการเชื่อมต่อฟังก์ชัน Cube จะไม่แสดงในรายการแบบหล่นลงของการทำให้สมบูรณ์อัตโนมัติ แต่คุณสามารถพิมพ์เข้าไปเองได้

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

นำทางรายการแบบหล่นลงของการทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติโดยใช้แป้นพิมพ์

ตารางต่อไปนี้สรุปแป้นพิมพ์ที่คุณสามารถใช้เพื่อนำทางรายการแบบหล่นลงของการทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ

เมื่อต้องการ ให้กด
ย้ายจุดแทรกไปทางซ้ายหนึ่งอักขระ ลูกศรซ้าย
ย้ายจุดแทรกไปทางขวาหนึ่งอักขระ ลูกศรขวา
ย้ายส่วนที่เลือกขึ้นไปหนึ่งรายการ ลูกศรขึ้น
ย้ายส่วนที่เลือกลงมาหนึ่งรายการ ลูกศรลง
เลือกรายการสุดท้าย END
เลือกรายการแรก HOME
ย้ายลงมาหนึ่งหน้าและเลือกรายการใหม่ PAGE DOWN
เลื่อนขึ้นหนึ่งหน้าและเลือกรายการใหม่ PAGE UP
ปิดรายการแบบหล่นลง ESCAPE (หรือคลิกเซลล์อื่น)
เปิดหรือปิดการทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ ALT+ลูกศรลง

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ป้อนรายการจากรายการแบบหล่นลงโดยใช้ทริกเกอร์แทรก

 สิ่งสำคัญ   ขณะที่คุณพิมพ์สูตร แม้แต่หลังจากใช้ทริกเกอร์แทรก อย่าลืมพิมพ์วงเล็บปิดของฟังก์ชัน วงเล็บเหลี่ยมปิดของการอ้างอิงตาราง หรือเครื่องหมายอัญประกาศปิดของสตริงข้อความ MDX

  • เมื่อต้องการแทรกรายการที่เลือกลงในสูตร และใส่จุดแทรกต่อจากรายการโดยตรง ให้กด TAB หรือคลิกสองครั้งที่รายการนั้น

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

เปิดหรือปิดการทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ

  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office รูปภาพปุ่มกด คลิก ตัวเลือกของ Excel แล้วคลิกประเภท สูตร
  1. ภายใต้ การทำงานกับสูตร ให้เลือกหรือล้าง การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ

 เคล็ดลับ   คุณสามารถกด ALT+ลูกศรลงก็ได้

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

 
 
นำไปใช้กับ:
Excel 2007