การสร้างดัชนีชี้วัดโดยใช้ PerformancePoint Dashboard Designer

คุณสามารถใช้ PerformancePoint Dashboard Designer ในการสร้างดัชนีชี้วัดให้กับแดชบอร์ดของคุณได้ ดัชนีชี้วัดเปรียบได้กับรายงานชนิดหนึ่งที่ได้รับการออกแบบเพื่อแสดงข้อมูลสรุปเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือต่ำกว่าเป้าหมายสำหรับตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI) หนึ่งหรือหลายรายการ

อ่านบทความนี้เพื่อดูภาพรวมดัชนีชี้วัดของ PerformancePoint และวิธีการสร้างดัชนีชี้วัดสำหรับองค์กรของคุณ

ในบทความนี้


ดัชนีชี้วัดคืออะไร

ดัชนีชี้วัดคือภาพสรุปที่แสดงถึงประสิทธิภาพขององค์กร ดัชนีชี้วัดจะแสดงตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI) ชุดหนึ่ง และเป้าหมายประสิทธิภาพของ KPI เหล่านั้น โดยทั่วไป เมื่อสร้างดัชนีชี้วัดคุณจะสร้างกลุ่มของวัตถุประสงค์ระดับบนที่แสดงถึงเป้าหมายต่างๆ ในด้านประสิทธิภาพสำหรับกลุ่มหรือองค์กร จากนั้น คุณจะสามารถรวมวัตถุประสงค์เหล่านั้นเข้ากับ KPI อื่นๆ ที่เป็นวัตถุประสงค์ย่อยสำหรับแต่ละ KPI ได้

ดัชนีชี้วัดที่คุณสร้างโดยใช้ Dashboard Designer อาจมีลักษณะคล้ายกับรูปต่อไปนี้

ดัชนีชี้วัดที่สร้างขึ้นโดยใช้ PerformancePoint Dashboard Designer

ดัชนีชี้วัดมีความหลากหลายเท่าๆ กับองค์กรที่ดัชนีชี้วัดนั้นแสดงข้อมูลอยู่ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจค้าปลีกอาจวัดประสิทธิภาพการทำงานโดยการรายงานยอดขาย หรือหน่วยงานรัฐบาลของจังหวัดอาจติดตามจำนวนของราษฎรที่เข้าร่วมในการประชุมของชุมชน คุณสามารถสร้างดัชนีชี้วัดสำหรับทีมแต่ละทีม หรือสำหรับทั้งองค์กรก็ได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดให้ดูที่ ภาพรวมดัชนีชี้วัดของ PerformancePoint

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ข้อมูลที่อยู่ในดัชนีชี้วัดของ PerformancePoint คือข้อมูลใดบ้าง

ดัชนีชี้วัดของ PerformancePoint จะมีเนื้อหาและความซับซ้อนที่แตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้วจะประกอบด้วยองค์ประกอบต่อไปนี้

รายการ คำอธิบาย
แหล่งข้อมูล

แหล่งข้อมูลคือการเชื่อมต่อไปยังฐานข้อมูลต้นแบบ KPI PerformancePoint สามารถใช้แหล่งข้อมูลหลายแหล่ง รวมถึงชนิดของแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  • SQL Server Analysis Services
  • Excel Services
  • เวิร์กบุ๊กของ Excel
  • รายการ SharePoint
  • ตาราง SQL Server

คุณสามารถสร้างดัชนีชี้วัดของ PerformancePoint ที่ประกอบด้วย KPI ต่างๆ ซึ่งใช้แหล่งข้อมูลเดียวกันหรือแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณใช้ตัวช่วยสร้างในการสร้างดัชนีชี้วัดคุณเริ่มต้นด้วยการเลือกแหล่งข้อมูลเดียวสำหรับ KPI แรก จากนั้น คุณสามารถเพิ่ม KPI ซึ่งใช้แหล่งข้อมูลอื่นๆ โดยการแก้ไขดัชนีชี้วัดหลังจากที่คุณสร้างเสร็จแล้ว

ตัวบ่งชี้

ตัวบ่งชี้เป็นสัญลักษณ์กราฟิกที่คุณใช้ใน KPI เพื่อแสดงว่าประสิทธิภาพเป็นไปตามเป้าหมายหรือต่ำกว่าเป้าหมาย ตัวบ่งชี้มีหลายชนิดแตกต่างกัน รวมถึง มาตรวัด หน้ายิ้ม ไฟสัญญาณจราจร และลูกศรแนวโน้ม โดยตัวบ่งชี้จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ ตัวบ่งชี้กึ่งกลาง และตัวบ่งชี้มาตรฐาน

  • ตัวบ่งชี้มาตรฐาน ตัวบ่งชี้มาตรฐานใช้เพื่อแสดงประสิทธิภาพของเมตริกซึ่งปริมาณตามจริงที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าเป้าหมายจะหมายถึงประสิทธิภาพดีกว่า

    ตัวอย่างเช่น สมมติว่าผู้จัดการคนหนึ่งต้องการตรวจสอบประสิทธิภาพของทีมขาย KPI หนึ่งในดัชนีชี้วัดอาจเปรียบเทียบยอดขายจริงกับจำนวนโควตา ในกรณีนี้ ค่าที่สูงกว่าค่าเป้าหมายจะหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า ในทางตรงข้าม อีก KPI หนึ่งอาจเปรียบเทียบจำนวนส่วนลดที่เกิดขึ้นจริงกับค่าเป้าหมายอีกชุดหนึ่ง ในกรณีนี้ ค่าที่เกิดขึ้นจริงที่ต่ำกว่าค่าเป้าหมายจะหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า
  • ตัวบ่งชี้กึ่งกลาง ตัวบ่งชี้กึ่งกลางใช้เพื่อแสดงประสิทธิภาพของเมตริกซึ่งปริมาณตามจริงที่ใกล้เคียงกับค่าเป้าหมายมากกว่าจะหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า

    ตัวอย่างเช่น สมมติว่าธุรกิจค้าปลีกแห่งหนึ่งต้องการตรวจสอบประสิทธิภาพในด้านการจัดการสินค้าคงคลัง จำนวนสินค้าคงคลังที่มากหรือน้อยเกินไปจะสามารถก่อให้เกิดปัญหาได้เท่าๆ กัน ดังนั้น KPI สำหรับเมตริกนี้จะได้รับการกำหนดค่าเป็น “ยิ่งใกล้กับเป้าหมายยิ่งดี”
KPI

KPI เปรียบได้กับตัววัดความสำเร็จที่คุณสามารถเห็นได้ในดัชนีชี้วัดของคุณ KPI ใช้เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ตามจริงกับค่าเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังสร้างดัชนีชี้วัดสำหรับทีมขาย คุณอาจมี KPI ที่แสดงยอดขายเปรียบเทียบกับจำนวนโควตา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูลที่คุณใช้สำหรับดัชนีชี้วัดของคุณ คุณสามารถนำเข้า KPI จากแหล่งข้อมูล หรือคุณสามารถสร้าง KPI ของคุณเองก็ได้

แถวและคอลัมน์

ดัชนีชี้วัดมีลักษณะคล้ายกับตารางที่มีแถวอย่างน้อยหนึ่งแถวและคอลัมน์อย่างน้อยหนึ่งคอลัมน์ ผู้สร้างแดชบอร์ดส่วนใหญ่จะสร้างดัชนีชี้วัดที่มีรายการอยู่ในแถว และมีช่วงเวลาหรือเมตริกอยู่ในคอลัมน์

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

วิธีการสร้างดัชนีชี้วัดของ PerformancePoint

เมื่อคุณสร้างดัชนีชี้วัดของ PerformancePoint คุณสามารถใช้ตัวช่วยสร้างเพื่อช่วยดำเนินการทีละขั้นตอน หรือคุณสามารถสร้างดัชนีชี้วัดด้วยตัวคุณเองก็ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ สร้างดัชนีชี้วัดโดยการใช้ Dashboard Designer บน TechNet

ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีใด คุณจะมีตัวเลือกในการกำหนดค่าที่คุณสามารถเลือกใช้ได้จำนวนมาก คุณสามารถสร้างดัชนีชี้วัดอย่างง่าย ที่เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับค่าเป้าหมาย หรือคุณสามารถสร้างดัชนีชี้วัดที่ซับซ้อนที่มีหน้าที่การใช้งานขั้นสูง เช่น ตัวแสดงเวลา หรือ KPI จากการคำนวณ ก็ได้เช่นกัน

เนื้อหาในส่วนนี้จะมีภาพรวมโดยสรุปเกี่ยวกับวิธีการสร้างดัชนีชี้วัดแต่จะไม่ครอบคลุมถึงตัวเลือกการกำหนดค่าทั้งหมดที่คุณสามารถใช้ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโดยละเอียด ให้ดูที่ สร้างดัชนีชี้วัดโดยการใช้ Dashboard Designer บน TechNet

สร้างดัชนีชี้วัดโดยใช้ตัวช่วยสร้าง

  1. เมื่อต้องการเปิดตัวช่วยสร้าง ให้ระบุตำแหน่ง เบราว์เซอร์เวิร์กสเปซ แล้วคลิก เนื้อหา PerformancePoint คลิกแท็บ สร้าง แล้วคลิก ดัชนีชี้วัด ตัวช่วยสร้างจะให้คำแนะนำคุณตลอดกระบวนการต่อไปนี้

 เคล็ดลับ    ถ้าตัวช่วยสร้างไม่เปิด ดังนั้น Dashboard Designer อาจไม่ได้รับการกำหนดค่าให้ใช้ตัวช่วยสร้างได้ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้ได้อย่างง่ายดาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ เปิดหรือปิดตัวช่วยสร้างดัชนีชี้วัดใน Dashboard Designer บน TechNet

  1. เลือกเทมเพลตดัชนีชี้วัด เทมเพลตที่คุณเลือกจะตรงกับแหล่งข้อมูลที่คุณต้องการใช้กับดัชนีชี้วัดของคุณ เทมเพลตใน Dashboard Designer ที่คุณสามารถเลือกใช้ได้มีดังต่อไปนี้
  • ในประเภท Microsoft คุณสามารถเลือก บริการการวิเคราะห์
  • ในประเภท มาตรฐาน คุณสามารถเลือก ดัชนีชี้วัดเปล่า หรือ ดัชนีชี้วัดค่าคงที่
  • ในประเภท แบบตาราง คุณสามารถเลือก Excel Services, เวิร์กบุ๊ก Excel, รายการ SharePoint หรือ ตาราง SQL Server

 บันทึกย่อ    ถ้าคุณเลือกเทมเพลต ค่าคงที่ ให้ข้ามขั้นตอนที่ 2 และดำเนินการต่อในขั้นตอนที่ 3 ถ้าคุณเลือกเทมเพลต ดัชนีชี้วัดเปล่า คุณไม่ต้องดำเนินการขั้นตอนที่ 2 โดยตัวช่วยสร้างจะสิ้นสุดที่ขั้นตอนนี้ และดัชนีชี้วัดของคุณจะเปิดขึ้นเพื่อให้ทำการแก้ไขในบานหน้าต่างกลางของเวิร์กสเปซ จากนั้น คุณสามารถดำเนินการต่อเพื่อสร้างและกำหนดค่าดัชนีชี้วัดด้วยตัวคุณเองได้

  1. เลือกแหล่งข้อมูล แหล่งข้อมูลที่คุณเลือกจะต้องตรงกับเทมเพลตดัชนีชี้วัดที่คุณเลือก ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเลือกเทมเพลตบริการการวิเคราะห์ คุณจะต้องเลือกแหล่งข้อมูลบริการการวิเคราะห์ให้กับดัชนีชี้วัดของคุณ

 เคล็ดลับ    ถ้าคุณไม่มีแหล่งข้อมูลใดๆ ที่พร้อมใช้งาน คุณอาจจำเป็นต้องสร้างแหล่งข้อมูลเหล่านั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโดยละเอียด ให้ดูที่ สร้างการเชื่อมต่อข้อมูล (PerformancePoint Services) TechNet

  1. เลือก KPI คุณสามารถสร้างหรือนำเข้า KPI ที่คุณต้องการใช้กับดัชนีชี้วัดของคุณได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทมเพลตและแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก จากนั้น คุณสามารถกำหนดค่า KPI แต่ละรายการได้ด้วยการเปลี่ยนชื่อ วิธีการสร้างกลุ่ม และค่าตามจริงหรือค่าเป้าหมายได้
  2. เพิ่มตัวกรองการวัด (เพิ่มหรือไม่ก็ได้) คุณอาจมีตัวเลือกในการเพิ่มตัวกรองการวัด แล้วจึงเพิ่มคอลัมน์สมาชิกได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทมเพลตและแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก คุณสามารถใช้ตัวกรองการวัดเพื่อจำกัดข้อมูลที่แสดงในดัชนีชี้วัดของคุณได้ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณกำลังสร้างดัชนีชี้วัดเพื่อแสดงยอดขายเฉพาะบางภูมิภาคในองค์กรของคุณ คุณสามารถใช้ตัวกรองการวัดเพื่อเลือกเฉพาะภูมิภาคที่คุณสนใจได้
  3. เพิ่มคอลัมน์สมาชิก (เพิ่มหรือไม่ก็ได้) คุณอาจมีตัวเลือกในการเพิ่มคอลัมน์สมาชิกลงในดัชนีชี้วัดของคุณได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้เลือกเพิ่มตัวกรองการวัดหรือไม่ คุณอาจทราบจากชื่อแล้วว่า คอลัมน์สมาชิก ก็คือ สิ่งที่คุณเพิ่มให้กับคอลัมน์ในดัชนีชี้วัดของคุณ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณกำลังสร้างดัชนีชี้วัดเพื่อแสดงยอดขาย และคุณได้เลือกบางภูมิภาคไว้สำหรับตัวกรองการวัด คุณสามารถเพิ่มสมาชิกอื่นๆ เช่น ช่วงเวลาหนึ่งช่วงหรือหลายช่วง เป็นคอลัมน์ในดัชนีชี้วัดของคุณได้
  4. เลือกตำแหน่งที่ตั้ง KPI ตำแหน่งที่ตั้งที่คุณระบุ คือ โฟลเดอร์ที่แสดงผลสำหรับ KPI ที่คุณใช้ในดัชนีชี้วัดของคุณ เมื่อคุณสร้างดัชนีชี้วัดขึ้น KPI ทั้งหมดที่คุณใช้ในดัชนีชี้วัดนั้นจะปรากฏเป็นรายการที่สร้างขึ้นใหม่ในเบราว์เซอร์เวิร์กสเปซ กรณีนี้จะเกิดขึ้นถึงแม้ว่าคุณจะนำเข้า KPI ที่มีอยู่จากแหล่งข้อมูลที่คุณใช้สำหรับดัชนีชี้วัดของคุณก็ตาม
  5. กำหนดค่าดัชนีชี้วัดของคุณให้เสร็จสิ้น เมื่อคุณทำตามขั้นตอนต่างๆ ในตัวช่วยสร้างสำหรับเทมเพลตดัชนีชี้วัดที่คุณเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้วดัชนีชี้วัดจะเปิดขึ้นในบานหน้าต่างกลางของเวิร์กสเปซ ในบานหน้าต่างนี้ คุณจะสามารถกำหนดค่าดัชนีชี้วัดเพิ่มเติมได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเพิ่มหรือเอาสมาชิกต่างๆ ออกจากแถวหรือคอลัมน์ได้ หรือคุณอาจปรับเปลี่ยน KPI ของคุณด้วยการเปลี่ยนชื่อ ค่าตามจริงหรือค่าเป้าหมาย แหล่งข้อมูล และการตั้งค่าตัวบ่งชี้ก็ได้เช่นกัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโดยละเอียด ให้ดูที่ แก้ไขดัชนีชี้วัดโดยการใช้ Dashboard Designer บน TechNet

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

สร้างดัชนีชี้วัดด้วยตนเอง

เมื่อคุณสร้างดัชนีชี้วัดด้วยตนเอง คุณจะเริ่มจากดัชนีชี้วัดที่ไม่มีแหล่งข้อมูลหรือเนื้อหาใดๆ อยู่ภายใน เมื่อต้องการเรียกข้อมูลมาแสดงในดัชนีชี้วัดให้ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ระบุตำแหน่งหรือสร้าง KPI ที่คุณต้องการใช้ในดัชนีชี้วัดของคุณ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการสร้าง KPI ให้ดูที่ สร้างและกำหนดค่า KPI โดยใช้ Dashboard Designer
  2. เพิ่มรายการลงในดัชนีชี้วัดของคุณ ในบานหน้าต่าง รายละเอียด ให้ระบุตำแหน่ง KPI, เมตริก และรายการอื่นๆ ที่คุณต้องการใช้ แล้วเพิ่มรายการเหล่านั้นลงในดัชนีชี้วัดในส่วนแถวและคอลัมน์ คุณสามารถเพิ่ม KPI ที่ใช้แหล่งข้อมูลอื่นๆ ลงในดัชนีชี้วัดของคุณได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถรวม KPI บางรายการที่ใช้แหล่งข้อมูลบริการการวิเคราะห์ และ KPI อื่นๆ ที่ใช้ Excel Services หรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ ไว้ในดัชนีชี้วัดเดียวกันได้
  3. กำหนดค่าดัชนีชี้วัดของคุณให้เสร็จสิ้น คลิกแท็บ แก้ไข แล้วใช้คำสั่งบนแถบเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดของคุณ ในขณะที่คุณทำการเปลี่ยนแปลง ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้คลิก อัปเดต เพื่อรีเฟรชดัชนีชี้วัดของคุณในบานหน้าต่างกลางแล้ว

ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

ขั้นตอนถัดไป

ดูบทความและทรัพยากรต่อไปนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสร้างเนื้อหาแดชบอร์ดของ PerformancePoint

แก้ไขดัชนีชี้วัดโดยใช้ Dashboard Designer

สร้างรายงาน PerformancePoint โดยใช้ Dashboard Designer

สร้างหน้าแดชบอร์ด โดยใช้ Dashboard Designer

 
 
นำไปใช้กับ:
SharePoint Server 2013 Enterprise, PerformancePoint Dashboard Designer, SharePoint Server 2010