การสร้าง เปลี่ยน หรือเอารหัสผ่านออก (MDB)

 หมายเหตุ   ข้อมูลในหัวข้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Microsoft Access database (.mdb)

แสดงการตั้งค่ารหัสผ่านในฐานข้อมูล Access (.mdb)

คุณสามารถเตรียมการป้องกันที่จำกัดสำหรับฐานข้อมูลของคุณโดยการเพิ่มรหัสผ่านเพื่อจำกัดว่าผู้ใช้ใดสามารถเปิดฐานข้อมูลได้ Microsoft Access จะจัดเก็บรหัสผ่านสำหรับฐานข้อมูลในรูปแบบที่ไม่สามารถถอดรหัสได้ คุณควรใช้การรักษาความปลอดภัยระดับผู้ใช้ (การรักษาความปลอดภัยระดับผู้ใช้: เมื่อใช้การรักษาความปลอดภัยระดับผู้ใช้ในฐานข้อมูล Access แล้ว ผู้ดูแลฐานข้อมูลหรือเจ้าของวัตถุสามารถให้สิทธิ์ที่เฉพาะเจาะจงในการเข้าถึงตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม รายงาน และแมโครแก่ผู้ใช้แต่ละคนหรือกลุ่มของผู้ใช้แต่ละกลุ่มได้)แทนการใช้รหัสผ่านฐานข้อมูล ถ้าวิธีนี้เหมาะสมกับความปลอดภัยของข้อมูลที่สำคัญในฐานข้อมูล

  1. ปิดฐานข้อมูล ถ้าเป็นฐานข้อมูลที่ใช้ร่วมกัน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้ทั้งหมดได้ปิดฐานข้อมูลนั้นแล้ว
  2. สร้างสำเนาสำรองของฐานข้อมูล และจัดเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย
  3. บนเมนู แฟ้ม แล้วคลิก เปิด
  4. ให้คลิกลูกศรที่ด้านขวาของกล่อง มองหาใน ให้เลือกไดรฟ์และโฟลเดอร์ที่เก็บฐานข้อมูล Microsoft Access (.mdb) (ฐานข้อมูล Microsoft Access: ชุดของข้อมูลและวัตถุ (เช่น ตาราง แบบสอบถาม หรือฟอร์ม) ที่สัมพันธ์กับแต่ละหัวข้อหรือแต่ละจุดประสงค์) นั้น แล้วคลิกที่ไอคอนของฐานข้อมูลนั้น
  5. คลิกลูกศรที่ด้านขวาของปุ่ม เปิด แล้วคลิก เปิดแบบเอกสิทธิ์เฉพาะบุคคล
  6. บนเมนู เครื่องมือ ให้ชี้ไปที่ ความปลอดภัย จากนั้น คลิก ตั้งรหัสผ่านฐานข้อมูล
  7. ในกล่อง รหัสผ่าน ให้พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

แสดงแนวทางสำหรับรหัสผ่าน

ใช้รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา ซึ่งรวมตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ รหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดาจะไม่รวมองค์ประกอบเหล่านี้ รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา: Y6dh!et5 รหัสผ่านแบบไม่เข้มงวด: House27 รหัสผ่านควรมีความยาวอย่างน้อย 8 อักขระ วลีรหัสผ่านที่ใช้อักขระ 14 ตัวขึ้นไปจะดีกว่า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ ช่วยป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยรหัสผ่านแบบเข้มงวด (แสดงเป็นภาษาอังกฤษ)

เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องจดจำรหัสผ่านของคุณ หากคุณลืมรหัสผ่าน Microsoft จะไม่สามารถเรียกคืนรหัสผ่านให้ โปรดเก็บรหัสผ่านที่คุณจดบันทึกไว้ในที่ปลอดภัย และห่างจากข้อมูลที่ใช้รหัสผ่านนั้นเพื่อป้องกัน

ชื่อผู้ใช้สามารถอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 20 อักขระ และมีตัวอักษร ตัวอักขระเน้นเสียง ตัวเลข ช่องว่าง และสัญลักษณ์ต่างๆ โดยมีข้อยกเว้นดังนี้

  • อักขระ " \ [ ] : | < > + = ; , . ? *
  • มีช่องว่างนำหน้า
  • อักขระควบคุม (ตั้งแต่ ASCII 10 ถึง ASCII 31)

 หมายเหตุ   รหัสผ่านเป็นแบบเทียบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก: ความสามารถในการแยกระหว่างตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก การค้นหาแบบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กจะพบเฉพาะข้อความมีอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กตรงกันทั้งหมดเท่านั้น)

  1. ในกล่อง ยืนยัน ให้ยืนยันรหัสผ่านของคุณด้วยการพิมพ์รหัสผ่านอีกครั้ง จากนั้นคลิก ตกลง

ตอนนี้รหัสผ่านถูกตั้งค่าไว้แล้ว ครั้งต่อไปที่คุณหรือผู้ใช้อื่นเปิดฐานข้อมูล จะปรากฏกล่องโต้ตอบเพื่อขอรับรหัสผ่าน

 หมายเหตุ 

แสดงการตั้งค่ารหัสผ่านในโครงการ Access (.adp)

คุณจะไม่สามารถป้องกันฟอร์ม รายงาน หรือแมโครในโครงการ Access ได้โดยใช้การรักษาความปลอดภัยระดับผู้ใช้ (การรักษาความปลอดภัยระดับผู้ใช้: เมื่อใช้การรักษาความปลอดภัยระดับผู้ใช้ในฐานข้อมูล Access แล้ว ผู้ดูแลฐานข้อมูลหรือเจ้าของวัตถุสามารถให้สิทธิ์ที่เฉพาะเจาะจงในการเข้าถึงตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม รายงาน และแมโครแก่ผู้ใช้แต่ละคนหรือกลุ่มของผู้ใช้แต่ละกลุ่มได้) และคุณจะไม่สามารถตั้งค่ารหัสผ่านบนแฟ้มโครงการ Microsoft Access (.adp) (โครงการ Microsoft Access: แฟ้ม Access ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และใช้ในการสร้างโปรแกรมประยุกต์แบบไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ แฟ้มโครงการจะไม่มีวัตถุข้อมูลหรือวัตถุที่ยึดตามข้อกำหนดของข้อมูล เช่น ตาราง และ มุมมอง) ได้ ซึ่งแตกต่างจากฐานข้อมูล Microsoft Access (ฐานข้อมูล: กลุ่มของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องหรือวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งภายในฐานข้อมูล ข้อมูลที่เกี่ยวกับเอนทิตีเฉพาะ เช่น พนักงานหรือใบสั่งซื้อจะถูกจัดประเภทเข้าไปในตาราง ระเบียน และเขตข้อมูล) เมื่อคุณต้องการป้องกันวัตถุฟอร์มและวัตถุรายงาน คุณสามารถซ่อนวัตถุในหน้าต่างฐานข้อมูลหรือตั้งค่าตัวเลือกการเริ่มต้นได้ เมื่อคุณต้องการป้องกันการเข้าถึงการออกแบบของฟอร์ม รายงาน และแมโครในแฟ้มโครงการ Access คุณสามารถตั้งค่าตัวเลือกการเริ่มต้นได้ คุณสามารถป้องกัน Data Access Page ได้โดยใช้การรักษาความปลอดภัยของแฟ้มหรือโฟลเดอร์สำหรับระบบปฏิบัติการของคุณ นอกจากนี้ คุณยังสามารถป้องกันโค้ด Visual Basic for Applications ของคุณได้ด้วยการแปลงแฟ้มโครงการ Access ของคุณให้เป็นแฟ้ม .ade หรือด้วยการตั้งค่ารหัสผ่าน

แสดงการแสดงหรือซ่อนวัตถุฐานข้อมูลในหน้าต่างฐานข้อมูล

แสดงการระบุว่าวัตถุฐานข้อมูลถูกซ่อนอยู่หรือสามารถมองเห็นได้

  1. ภายใต้ วัตถุ ในหน้าต่างฐานข้อมูล (หน้าต่างฐานข้อมูล: หน้าต่างใน Access 2003 และรุ่นก่อนหน้าที่ปรากฏขึ้นเมื่อมีการเปิดฐานข้อมูลหรือโครงการ หน้าต่างฐานข้อมูลจะแสดงทางลัดสำหรับการสร้างวัตถุฐานข้อมูลใหม่และการเปิดวัตถุที่มีอยู่แล้ว ใน Access รุ่นหลังๆ หน้าต่างฐานข้อมูลจะถูกแทนที่ด้วยบานหน้าต่างนำทาง) ให้คลิกชนิดของวัตถุฐานข้อมูลที่คุณต้องการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ
  2. คลิก คุณสมบัติ รูปปุ่ม บนแถบเครื่องมือ ฐานข้อมูล
  3. เลือกหรือล้างกล่องกาเครื่องหมาย ซ่อน

 หมายเหตุ   ในโครงการ Microsoft Access (โครงการ Microsoft Access: แฟ้ม Access ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และใช้ในการสร้างโปรแกรมประยุกต์แบบไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ แฟ้มโครงการจะไม่มีวัตถุข้อมูลหรือวัตถุที่ยึดตามข้อกำหนดของข้อมูล เช่น ตาราง และ มุมมอง) คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของตาราง แบบสอบถาม หรือไดอะแกรมฐานข้อมูล (ไดอะแกรมฐานข้อมูล: การแสดงแบบกราฟิกของส่วนต่างๆ ของ schema ของฐานข้อมูล ซึ่งการแสดงแบบกราฟิกนี้สามารถแสดงเป็นรูปภาพทั้งหมด หรือรูปภาพเพียงบางส่วนของโครงสร้างของฐานข้อมูล การแสดงแบบกราฟิกประกอบด้วย ตาราง คอลัมน์ และความสัมพันธ์ระหว่างตาราง)ได้ เนื่องจากวัตถุเหล่านี้เก็บอยู่ในฐานข้อมูล Microsoft SQL Server อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของฟอร์ม รายงาน แมโคร หรือโมดูลได้ เนื่องจากวัตถุเหล่านี้เก็บอยู่ในโครงการ Access เอง ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูล SQL Server นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของ Data Access Page (Data Access Page: เว็บเพจที่ประกาศจาก Access ซึ่งจะเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล ใน Data Access Page นี้ คุณจะสามารถดู เพิ่ม แก้ไข และจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บในฐานข้อมูลได้ นอกจากนี้ เพจนี้ยังรวมข้อมูลจากหลายๆ แหล่งข้อมูลได้ด้วย เช่น Excel) ได้เช่นกัน

แสดงการแสดงหรือซ่อนวัตถุที่ได้กำหนดไว้เป็นแบบซ่อนโดยค่าเริ่มต้น

ถ้าคุณต้องการทำงานกับวัตถุที่ถูกกำหนดเป็นแบบซ่อนโดยไม่เปลี่ยนแปลงสถานะการซ่อน คุณสามารถแสดงวัตถุเหล่านั้นในหน้าต่างฐานข้อมูล (หน้าต่างฐานข้อมูล: หน้าต่างใน Access 2003 และรุ่นก่อนหน้าที่ปรากฏขึ้นเมื่อมีการเปิดฐานข้อมูลหรือโครงการ หน้าต่างฐานข้อมูลจะแสดงทางลัดสำหรับการสร้างวัตถุฐานข้อมูลใหม่และการเปิดวัตถุที่มีอยู่แล้ว ใน Access รุ่นหลังๆ หน้าต่างฐานข้อมูลจะถูกแทนที่ด้วยบานหน้าต่างนำทาง)ได้

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก
  2. คลิกแท็บ มุมมอง
  3. ภายใต้ แสดง ให้เลือกหรือล้างกล่องกาเครื่องหมาย วัตถุที่ซ่อน โดยไอคอนสำหรับวัตถุที่ซ่อนจะปรากฏแบบจางลง เพื่อให้แตกต่างจากวัตถุที่ไม่ได้กำหนดให้เป็นแบบซ่อน

แสดงการแสดงหรือซ่อนวัตถุของระบบโดยค่าเริ่มต้น

Microsoft Access จะสร้างวัตถุของระบบ (วัตถุระบบ: วัตถุฐานข้อมูลที่กำหนดขึ้นโดยระบบ เช่น ตาราง MSysIndexes หรือกำหนดโดยผู้ใช้ คุณสามารถสร้างวัตถุระบบได้โดยตั้งชื่อวัตถุด้วย USys เป็นอักขระสี่อักขระแรกในชื่อวัตถุนั้น)โดยอัตโนมัติ เมื่อคุณสร้างฐานข้อมูลใหม่

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก
  2. คลิกแท็บ มุมมอง
  3. ภายใต้ แสดง ให้เลือกหรือล้างกล่องกาเครื่องหมาย วัตถุของระบบ

แสดงการใช้ตัวเลือกการเริ่มต้น

คุณสามารถใช้ตัวเลือกการเริ่มต้นเพื่อระบุว่า ตัวอย่างเช่น ให้แสดงฟอร์มใด แถบเครื่องมือนั้นสามารถถูกกำหนดเองได้หรือไม่ และเมนูทางลัด (เมนูทางลัด : เมนูที่แสดงชุดรายการของคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับรายการเฉพาะ ในการแสดงเมนูทางลัด ให้คลิกขวาที่รายการนั้นหรือกด SHIFT+F10)นั้นพร้อมใช้งานได้หรือไม่ในแฟ้มโครงการ Microsoft Access (แฟ้ม Microsoft Access: คือแฟ้มฐานข้อมูลหรือแฟ้มโครงการ ใน Access 2007 วัตถุฐานข้อมูลและข้อมูลจะเก็บอยู่ในแฟ้ม .accdb ในขณะที่รุ่นก่อนหน้าจะใช้แฟ้ม .mdb ส่วนแฟ้มโครงการ Access จะไม่มีข้อมูลและจะใช้เพื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล SQL Server) ของคุณ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้แมโคร (แมโคร: แอคชันหรือชุดของแอคชันที่คุณสามารถใช้เพื่อทำให้เป็นงานแบบอัตโนมัติ)พิเศษที่ชื่อ AutoExec เพื่อเรียกใช้แอคชัน (แอคชัน: กลุ่มของแมโครที่สร้างขึ้นเป็นพื้นฐาน เป็นคำสั่งที่บรรจุภายในตัวที่สามารถถูกรวมด้วยแอคชันอื่นเพื่อทำงานให้เป็นแบบอัตโนมัติ ซึ่งบางครั้งเรียกว่าคำสั่งในภาษาแมโครอื่น)หรือชุดของแอคชันเมื่อเปิดฐานข้อมูลของคุณในครั้งแรก เมื่อคุณเปิดฐานข้อมูล Microsoft Access จะมองหาแมโครที่ชื่อนี้ และถ้าหาเจอแมโครนี้แล้ว จะเรียกใช้แมโครนี้โดยอัตโนมัติ

การตั้งค่าตัวเลือกการเริ่มต้น

  1. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก เริ่มต้น
  2. เลือกตัวเลือก หรือใส่การตั้งค่าที่คุณต้องการใช้

แสดงการสร้างแมโครที่เรียกใช้เมื่อเปิดแฟ้ม Access

  1. สร้างแมโคร (แมโคร: แอคชันหรือชุดของแอคชันที่คุณสามารถใช้เพื่อทำให้เป็นงานแบบอัตโนมัติ)ที่มีแอคชันที่คุณต้องการเรียกใช้เมื่อคุณเปิดฐานข้อมูล
  2. บันทึกแมโครด้วยชื่อ AutoExec

ในครั้งต่อไปที่คุณเปิดฐานข้อมูล Microsoft Access จะเรียกใช้แมโครนี้โดยอัตโนมัติ

 หมายเหตุ   ถ้าคุณไม่ต้องการเรียกใช้แมโคร AutoExec เมื่อคุณเปิดฐานข้อมูล ให้กดแป้น SHIFT ค้างไว้เมื่อเปิดฐานข้อมูล

แสดงการป้องกัน Data Access Page

Data Access Page คือแฟ้ม Hypertext Markup Language (HTML) (HTML: ภาษามาร์กอัปมาตรฐานใช้สำหรับเอกสารในเวิลด์ไวด์เว็บ HTML จะใช้แท็กเพื่อระบุวิธีที่เว็บเบราว์เซอร์จะแสดงองค์ประกอบเพจต่างๆ เช่น ข้อความหรือกราฟิก และวิธีการตอบสนองแอคชันของผู้ใช้) ที่อ้างอิงถึงข้อมูลในฐานข้อมูล ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Data Access Page จะไม่ถูกเก็บไว้ในแฟ้ม Microsoft Access (แฟ้ม Microsoft Access: คือแฟ้มฐานข้อมูลหรือแฟ้มโครงการ ใน Access 2007 วัตถุฐานข้อมูลและข้อมูลจะเก็บอยู่ในแฟ้ม .accdb ในขณะที่รุ่นก่อนหน้าจะใช้แฟ้ม .mdb ส่วนแฟ้มโครงการ Access จะไม่มีข้อมูลและจะใช้เพื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล SQL Server) และด้วยเหตุผลนี้ Access จึงไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยของแฟ้ม Data Access Page ได้ เมื่อต้องการป้องกัน Data Access Page ที่เก็บอยู่ในระบบแฟ้มภายในเครื่องของคุณหรือบนเครือข่าย โดยสมมติว่าคุณได้รับสิทธิ์ (สิทธิ์: ชุดของคุณลักษณะที่ระบุชนิดของการเข้าถึงข้อมูลหรือวัตถุต่างๆ ในฐานข้อมูลที่ผู้ใช้มี)ที่เหมาะสมแล้ว คุณจะสามารถใช้กระบวนงานต่อไปนี้ได้

 หมายเหตุ   เมื่อต้องการป้องกันแฟ้ม Data Access Page ที่เก็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ HTTP (HTTP: โพรโทคอลสำหรับอินเทอร์เน็ตที่ส่งข้อมูลในเวิลด์ไวด์เว็บ โดยจะทำให้ผู้ใช้ที่มีโปรแกรมไคลเอ็นต์สามารถใส่ URL (หรือคลิกที่การเชื่อมโยงหลายมิติ) เพื่อรับข้อความ กราฟิก เสียง และข้อมูลดิจิทัลอื่นๆ จากเว็บเซิร์ฟเวอร์) คุณจะต้องใช้คุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยที่สามารถใช้งานได้บนเซิร์ฟเวอร์นั้น

  1. เปิด Windows Explorer รูปปุ่ม หรือ My Computer
  2. ไปที่โฟลเดอร์ที่เก็บแฟ้ม HTML ของ Data Access Page ซึ่งโดยค่าเริ่มต้นแล้ว แฟ้มจะถูกเก็บไว้ในไดเรกทอรีเดียวกับฐานข้อมูล Access ของคุณ
  3. คลิกขวาที่แฟ้ม Data Access Page (.htm) หรือที่โฟลเดอร์ที่มีแฟ้มนั้น และคลิก Properties บน เมนูทางลัด แล้วเลือกกล่องกาเครื่องหมาย Read-only

แสดงการป้องกันโค้ด Visual Basic for Applications

คุณสามารถป้องกันโค้ด Visual Basic for Applications (VBA) ในโครงการ Microsoft Access (.adp) (โครงการ Microsoft Access: แฟ้ม Access ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และใช้ในการสร้างโปรแกรมประยุกต์แบบไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ แฟ้มโครงการจะไม่มีวัตถุข้อมูลหรือวัตถุที่ยึดตามข้อกำหนดของข้อมูล เช่น ตาราง และ มุมมอง) ของคุณได้โดยใช้รหัสผ่าน หรือด้วยการบันทึกสำเนาของแฟ้มของคุณให้เป็นแฟ้ม .ade (แฟ้ม ADE: โครงการ Microsoft Access (แฟ้ม .adp สำหรับ Access 2003 และรุ่นก่อนหน้า หรือแฟ้ม .accdp สำหรับ Access 2007 และรุ่นที่ใหม่กว่า) ที่มีการคอมไพล์โมดูลทั้งหมด และเอาโค้ดต้นฉบับที่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมดออก การบันทึกแฟ้ม .adp ของคุณให้เป็นแฟ้ม .ade จะทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าการใช้รหัสผ่านป้องกันโค้ดของคุณ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อจำกัดบ้างในการใช้แฟ้ม .ade

แสดงการป้องกันโค้ด Visual Basic for Applications ด้วยรหัสผ่าน

เมื่อต้องการป้องกันไม่ให้ใครดูหรือเปลี่ยนแปลงโค้ด Microsoft Visual Basic for Applications (VBA) (Microsoft Visual Basic สำหรับ Applications (VBA): รุ่นที่เป็นภาษาแมโครของ Microsoft Visual Basic ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์บน Windows และใช้ประกอบกับโปรแกรมประยุกต์ Microsoft หลายโปรแกรม) ของคุณ คุณสามารถป้องกันโค้ด VBA ได้ด้วยการใช้รหัสผ่าน

  1. เปิดแฟ้มโครงการ Microsoft Access (.adp) (โครงการ Microsoft Access: แฟ้ม Access ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และใช้ในการสร้างโปรแกรมประยุกต์แบบไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ แฟ้มโครงการจะไม่มีวัตถุข้อมูลหรือวัตถุที่ยึดตามข้อกำหนดของข้อมูล เช่น ตาราง และ มุมมอง) หรือแฟ้มฐานข้อมูล Microsoft Access (.mdb) (ฐานข้อมูล: กลุ่มของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องหรือวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งภายในฐานข้อมูล ข้อมูลที่เกี่ยวกับเอนทิตีเฉพาะ เช่น พนักงานหรือใบสั่งซื้อจะถูกจัดประเภทเข้าไปในตาราง ระเบียน และเขตข้อมูล) ที่มีโค้ด VBA ที่คุณต้องการป้องกัน
  2. ในหน้าต่างฐานข้อมูล ให้ชี้ไปที่ แมโคร บนเมนู เครื่องมือ แล้วคลิก Visual Basic Editor

แสดงเคล็ดลับ

นอกจากนี้ คุณยังสามารถกด ALT+F11 เพื่อเปิด Visual Basic Editor ได้

  1. ใน Microsoft Visual Basic Editor ให้คลิก Project Properties <ชื่อฐานข้อมูล Access หรือชื่อโครงการ Access> บนเมนู Tools
  2. บนแท็บ การป้องกัน ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ล็อกโครงการจากการเปิดดู ถ้าคุณตั้งค่ารหัสผ่านแต่ไม่ได้เลือก ล็อกโครงการจากการเปิดดู ไม่ว่าใครก็จะสามารถดูและแก้ไขโค้ดนั้นได้ แต่กล่องโต้ตอบ คุณสมบัติโครงการ จะยังคงใช้คุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยของโครงการเอง
  3. ในกล่อง Password ให้พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

แสดงแนวทางสำหรับรหัสผ่าน

ใช้รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา ซึ่งรวมตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ รหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดาจะไม่รวมองค์ประกอบเหล่านี้ รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา: Y6dh!et5 รหัสผ่านแบบไม่เข้มงวด: House27 รหัสผ่านควรมีความยาวอย่างน้อย 8 อักขระ วลีรหัสผ่านที่ใช้อักขระ 14 ตัวขึ้นไปจะดีกว่า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ ช่วยป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยรหัสผ่านแบบเข้มงวด (แสดงเป็นภาษาอังกฤษ)

เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องจดจำรหัสผ่านของคุณ หากคุณลืมรหัสผ่าน Microsoft จะไม่สามารถเรียกคืนรหัสผ่านให้ โปรดเก็บรหัสผ่านที่คุณจดบันทึกไว้ในที่ปลอดภัย และห่างจากข้อมูลที่ใช้รหัสผ่านนั้นเพื่อป้องกัน

ชื่อผู้ใช้สามารถอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 20 อักขระ และสามารถมีตัวอักขระพยัญชนะ ตัวอักขระเน้นเสียง ตัวเลข ช่องว่าง และสัญลักษณ์ต่างๆ โดยมีข้อยกเว้นดังนี้

  • อักขระ " \ [ ] : | < > + = ; , . ? *
  • มีช่องว่างนำหน้า
  • อักขระควบคุม (ตั้งแต่ ASCII 10 ถึง ASCII 31)

 หมายเหตุ   รหัสผ่านเป็นแบบเทียบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก: ความสามารถในการแยกระหว่างตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก การค้นหาแบบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กจะพบเฉพาะข้อความมีอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กตรงกันทั้งหมดเท่านั้น)

  1. ในกล่อง Confirm password ให้ยืนยันรหัสผ่านของคุณด้วยการพิมพ์รหัสผ่านนั้นอีกครั้ง จากนั้นคลิก OK

ตอนนี้รหัสผ่านได้ถูกกำหนดแล้ว ครั้งต่อไปที่คุณหรือผู้ใช้อื่นเปิดฐานข้อมูล จะปรากฏกล่องโต้ตอบเพื่อขอรับรหัสผ่าน

 สิ่งสำคัญ   ถ้าคุณลืมรหัสผ่านของคุณ คุณจะไม่สามารถกู้คืนรหัสผ่านนั้นได้ และคุณจะไม่สามารถดูหรือแก้ไขรหัส VBA ได้

แสดงการสร้างแฟ้ม ADE

ข้อควรระวัง

โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้บันทึกสำเนาของแฟ้มโครงการ Microsoft Access (.adp) (โครงการ Microsoft Access: แฟ้ม Access ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และใช้ในการสร้างโปรแกรมประยุกต์แบบไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ แฟ้มโครงการจะไม่มีวัตถุข้อมูลหรือวัตถุที่ยึดตามข้อกำหนดของข้อมูล เช่น ตาราง และ มุมมอง) เดิมของคุณไว้แล้ว

  • ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงการออกแบบของวัตถุเหล่านั้น คุณต้องเปลี่ยนแปลงในแฟ้มโครงการ Access ต้นฉบับ แล้วจึงบันทึกแฟ้มโครงการ Access ให้เป็นแฟ้ม .ade อีกครั้ง
  • คุณไม่สามารถสร้างแฟ้ม .ade ใน Access 2002 หรือรุ่นที่ใหม่กว่าจากแฟ้มโครงการ Access ที่สร้างขึ้นในรุ่นก่อนหน้านี้ได้ แต่คุณสามารถบันทึกแฟ้ม .ade จากแฟ้มโครงการ Access ที่ได้จาก Access ในรุ่นเดียวกันเท่านั้น
  • คุณไม่สามารถแปลงแฟ้มโครงการ Access ที่ถูกบันทึกเป็นแฟ้ม .ade ในรุ่นที่ใหม่กว่าของ Microsoft Access ได้ แต่คุณสามารถเรียกใช้แฟ้ม .ade ใน Access รุ่นที่ใหม่กว่าได้
  1. ให้ปิดแฟ้มโครงการ Access ถ้าคุณกำลังทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคน (ฐานข้อมูลสำหรับผู้ใช้หลายคน (ใช้ร่วมกัน): ฐานข้อมูลที่อนุญาตให้มีผู้ใช้มากกว่าหนึ่งคนเข้าถึงและปรับเปลี่ยนชุดของข้อมูลเดียวกันในเวลาเดียวกันได้) โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้รายอื่นทั้งหมดได้ปิดแฟ้มโครงการ Access แล้ว
  2. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก อรรถประโยชน์ของฐานข้อมูล แล้วคลิก สร้างแฟ้ม ADE
  3. ในกล่องโต้ตอบ ฐานข้อมูลที่จะบันทึกเป็น ADE ให้ระบุแฟ้มโครงการ Access ที่คุณต้องการบันทึกเป็นแฟ้ม .ade แล้วคลิก สร้าง ADE
  4. ในกล่องโต้ตอบ บันทึก ADE เป็น ให้ระบุชื่อไดรฟ์ และโฟลเดอร์สำหรับโครงการ Access

แสดงการเอารหัสผ่านฐานข้อมูลในฐานข้อมูล Access ออก

  1. บนเมนู แฟ้ม ให้คลิก เปิด
  2. คลิกลูกศรที่ด้านขวาของปุ่ม เปิด แล้วคลิก เปิดแบบเอกสิทธิ์เฉพาะบุคคล แล้วจึงเปิดฐานข้อมูล
  3. ในกล่องโต้ตอบ ต้องการรหัสผ่าน ให้พิมพ์รหัสผ่านฐานข้อมูล แล้วคลิก ตกลง โดยรหัสผ่านเป็นแบบเทียบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก: ความสามารถในการแยกระหว่างตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก การค้นหาแบบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กจะพบเฉพาะข้อความมีอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กตรงกันทั้งหมดเท่านั้น)
  4. บนเมนู เครื่องมือ ให้ชี้ไปที่ ความปลอดภัย จากนั้นคลิก ไม่ตั้งรหัสผ่านฐานข้อมูล คำสั่งนี้จะพร้อมใช้งานเฉพาะเมื่อได้มีการตั้งรหัสผ่านฐานข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้แล้วเท่านั้น
  5. ในกล่องโต้ตอบ ไม่ตั้งรหัสผ่านฐานข้อมูล ให้พิมพ์รหัสผ่านปัจจุบันของคุณ

แสดงการสร้างหรือเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านสำหรับบัญชีความปลอดภัยในฐานข้อมูล Access

รหัสผ่านสำหรับบัญชีความปลอดภัยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ใช้ใดสามารถเข้าสู่ระบบได้ด้วยการใช้ชื่อผู้ใช้อื่น โดยค่าเริ่มต้นแล้ว Microsoft Access จะกำหนดรหัสผ่านเป็นค่าว่างให้กับบัญชีผู้ใช้ Admin (บัญชีผู้ใช้ Admin: บัญชีผู้ใช้เริ่มต้น เมื่อคุณติดตั้ง Access โปรแกรมติดตั้งจะรวมบัญชีผู้ใช้ Admin ให้โดยอัตโนมัติในแฟ้มข้อมูล Workgroup ที่โปรแกรมสร้างขึ้น) และบัญชีผู้ใช้ (บัญชีผู้ใช้: บัญชีที่ระบุโดยชื่อผู้ใช้และรหัสประจำตัว (PID) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้ในการเข้าถึงวัตถุฐานข้อมูลใน Workgroup ของ Access)รายใหม่ที่คุณสร้างไว้ใน Workgroup (Workgroup: กลุ่มของผู้ใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนซึ่งใช้ข้อมูลร่วมกันและใช้แฟ้มข้อมูล Workgroup เดียวกัน) ของคุณ

คุณจะไม่สามารถกู้คืนรหัสผ่านของคุณได้ถ้าคุณลืมรหัสผ่านนั้น ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เก็บรหัสผ่านนั้นไว้ในที่ที่ปลอดภัย ถ้าคุณลืมรหัสผ่านของคุณแล้ว ผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ (สมาชิกของกลุ่ม Admins (กลุ่ม Admins: บัญชีกลุ่มของผู้ดูแลระบบซึ่งมีสิทธิ์แบบเต็มบนฐานข้อมูลทั้งหมดที่ Workgroup ใช้ โดยโปรแกรมติดตั้งจะเพิ่มบัญชีผู้ใช้ Admin เริ่มต้นโดยอัตโนมัติไปที่กลุ่ม Admins) ใน Workgroup ที่สร้างบัญชีและรหัสผ่านนั้น) จะต้องล้างรหัสผ่านเสียก่อนคุณจึงจะสามารถเข้าสู่ระบบได้

  1. เริ่มการทำงาน Microsoft Access ด้วยการใช้ Workgroup ที่บัญชีผู้ใช้ถูกจัดเก็บอยู่ และเข้าสู่ระบบโดยใช้ชื่อของบัญชีที่คุณต้องการสร้าง หรือเปลี่ยนแปลงรหัสผ่าน

คุณสามารถค้นหาว่า Workgroup ใดที่ใช้อยู่ในขณะนั้น หรือเปลี่ยน Workgroup ด้วยการทำสิ่งต่อไปนี้

  1. การเปิดฐานข้อมูล
  2. บนเมนู เครื่องมือ ให้ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก บัญชีผู้ใช้และกลุ่ม
  3. บนแท็บ การเปลี่ยนรหัสผ่านการเข้าสู่ระบบ ให้ปล่อยกล่อง รหัสผ่านเดิม ให้ว่างไว้ ถ้ารหัสผ่านสำหรับบัญชีนั้นไม่ได้ถูกกำหนดมาก่อนหน้านี้ แต่ถ้าได้กำหนดรหัสผ่านไว้แล้ว ให้พิมพ์รหัสผ่านปัจจุบันในกล่อง รหัสผ่านเดิม
  4. พิมพ์รหัสผ่านใหม่ในกล่อง รหัสผ่านใหม่

แสดงแนวทางสำหรับรหัสผ่าน

ใช้รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา ซึ่งรวมตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ รหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดาจะไม่รวมองค์ประกอบเหล่านี้ รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา: Y6dh!et5 รหัสผ่านแบบไม่เข้มงวด: House27 รหัสผ่านควรมีความยาวอย่างน้อย 8 อักขระ วลีรหัสผ่านที่ใช้อักขระ 14 ตัวขึ้นไปจะดีกว่า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ ช่วยป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยรหัสผ่านแบบเข้มงวด (แสดงเป็นภาษาอังกฤษ)

เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องจดจำรหัสผ่านของคุณ หากคุณลืมรหัสผ่าน Microsoft จะไม่สามารถเรียกคืนรหัสผ่านให้ โปรดเก็บรหัสผ่านที่คุณจดบันทึกไว้ในที่ปลอดภัย และห่างจากข้อมูลที่ใช้รหัสผ่านนั้นเพื่อป้องกัน

ชื่อผู้ใช้สามารถอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 20 อักขระ และสามารถมีตัวอักขระพยัญชนะ ตัวอักขระเน้นเสียง ตัวเลข ช่องว่าง และสัญลักษณ์ต่างๆ โดยมีข้อยกเว้นดังนี้

  • อักขระ " \ [ ] : | < > + = ; , . ? *
  • มีช่องว่างนำหน้า
  • อักขระควบคุม (ตั้งแต่ ASCII 10 ถึง ASCII 31

 หมายเหตุ   รหัสผ่านเป็นแบบเทียบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก: ความสามารถในการแยกระหว่างตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก การค้นหาแบบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กจะพบเฉพาะข้อความมีอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กตรงกันทั้งหมดเท่านั้น)

  1. ให้พิมพ์รหัสผ่านซ้ำอีกครั้งในกล่อง ยืนยัน แล้วคลิก ตกลง

แสดงการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านในโครงการ Access

ถ้าโครงการ Microsoft Access (.adp) (โครงการ Microsoft Access: แฟ้ม Access ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และใช้ในการสร้างโปรแกรมประยุกต์แบบไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ แฟ้มโครงการจะไม่มีวัตถุข้อมูลหรือวัตถุที่ยึดตามข้อกำหนดของข้อมูล เช่น ตาราง และ มุมมอง) ของคุณเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 6.5 (หรือรุ่นที่ใหม่กว่า) ที่นำการรักษาความปลอดภัย SQL Server มาใช้ คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านการเข้าสู่ระบบได้จากภายใน Access

  1. ให้เปิดแฟ้มโครงการ Access หรือสลับไปยังหน้าต่างฐานข้อมูล (หน้าต่างฐานข้อมูล: หน้าต่างใน Access 2003 และรุ่นก่อนหน้าที่ปรากฏขึ้นเมื่อมีการเปิดฐานข้อมูลหรือโครงการ หน้าต่างฐานข้อมูลจะแสดงทางลัดสำหรับการสร้างวัตถุฐานข้อมูลใหม่และการเปิดวัตถุที่มีอยู่แล้ว ใน Access รุ่นหลังๆ หน้าต่างฐานข้อมูลจะถูกแทนที่ด้วยบานหน้าต่างนำทาง)เพื่อเปิดโครงการ
  2. บนเมนู เครื่องมือ ให้ชี้ไปที่ ความปลอดภัย จากนั้นคลิก ตั้งรหัสผ่านฐานข้อมูล
  3. ในกล่อง รหัสผ่านเดิม ให้พิมพ์รหัสผ่านปัจจุบัน
  4. ในกล่อง รหัสผ่านใหม่ ให้พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

แสดงแนวทางสำหรับรหัสผ่าน

ใช้รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา ซึ่งรวมตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ รหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดาจะไม่รวมองค์ประกอบเหล่านี้ รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา: Y6dh!et5 รหัสผ่านแบบไม่เข้มงวด: House27 รหัสผ่านควรมีความยาวอย่างน้อย 8 อักขระ วลีรหัสผ่านที่ใช้อักขระ 14 ตัวขึ้นไปจะดีกว่า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ ช่วยป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยรหัสผ่านแบบเข้มงวด (แสดงเป็นภาษาอังกฤษ)

เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องจดจำรหัสผ่านของคุณ หากคุณลืมรหัสผ่าน Microsoft จะไม่สามารถเรียกคืนรหัสผ่านให้ โปรดเก็บรหัสผ่านที่คุณจดบันทึกไว้ในที่ปลอดภัย และห่างจากข้อมูลที่ใช้รหัสผ่านนั้นเพื่อป้องกัน

ชื่อผู้ใช้สามารถอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 20 อักขระ และสามารถมีตัวอักขระพยัญชนะ ตัวอักขระเน้นเสียง ตัวเลข ช่องว่าง และสัญลักษณ์ต่างๆ โดยมีข้อยกเว้นดังนี้

  • อักขระ " \ [ ] : | < > + = ; , . ? *
  • มีช่องว่างนำหน้า
  • อักขระควบคุม (ตั้งแต่ ASCII 10 ถึง ASCII 31)

 หมายเหตุ   รหัสผ่านเป็นแบบเทียบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก: ความสามารถในการแยกระหว่างตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก การค้นหาแบบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กจะพบเฉพาะข้อความมีอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กตรงกันทั้งหมดเท่านั้น)

  1. ในกล่อง ยืนยัน ให้ยืนยันรหัสผ่านของคุณด้วยการพิมพ์รหัสผ่านอีกครั้ง จากนั้นคลิก ตกลง

ขณะนี้รหัสผ่านได้ถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว และ Access จะตั้งค่าการเชื่อมต่อกับ .adp ด้วยข้อมูลรหัสผ่านใหม่อีกครั้ง ในครั้งต่อไปที่คุณหรือผู้ใช้อื่นเปิดโครงการนั้น กล่องโต้ตอบจะปรากฏขึ้นเพื่อขอรับรหัสผ่านใหม่

 สิ่งสำคัญ   ถ้าคุณลืมหรือทำรหัสผ่านหาย คุณจะไม่สามารถกู้คืนรหัสผ่านนั้นได้ และคุณจะไม่สามารถเปิดฐานข้อมูลคุณได้

แสดงการล้างรหัสผ่านสำหรับบัญชีความปลอดภัย

เมื่อต้องการทำการดำเนินการนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ คุณต้องเข้าสู่ระบบในฐานะเป็นสมาชิกของกลุ่ม Admins (กลุ่ม Admins: บัญชีกลุ่มของผู้ดูแลระบบซึ่งมีสิทธิ์แบบเต็มบนฐานข้อมูลทั้งหมดที่ Workgroup ใช้ โดยโปรแกรมติดตั้งจะเพิ่มบัญชีผู้ใช้ Admin เริ่มต้นโดยอัตโนมัติไปที่กลุ่ม Admins)

  1. เริ่มต้น Microsoft Access โดยใช้แฟ้มข้อมูล Workgroup (แฟ้มข้อมูล Workgroup: แฟ้มที่ Access อ่านเมื่อเริ่มต้นโปรแกรมซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ใน Workgroup ข้อมูลนี้ประกอบด้วยชื่อบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้ และกลุ่มที่บัญชีผู้ใช้เป็นสมาชิก) ซึ่งจัดเก็บบัญชีผู้ใช้ (บัญชีผู้ใช้: บัญชีที่ระบุโดยชื่อผู้ใช้และรหัสประจำตัว (PID) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้ในการเข้าถึงวัตถุฐานข้อมูลใน Workgroup ของ Access)ไว้

คุณสามารถค้นหาว่าแฟ้มข้อมูล Workgroup ใดที่ใช้อยู่ในขณะนั้น หรือเปลี่ยน Workgroup (Workgroup: กลุ่มของผู้ใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนซึ่งใช้ข้อมูลร่วมกันและใช้แฟ้มข้อมูล Workgroup เดียวกัน) ด้วยการทำสิ่งต่อไปนี้

  1. เปิดฐานข้อมูล
  2. บนเมนู เครื่องมือ ให้ชี้ไปที่ ความปลอดภัย แล้วคลิก บัญชีผู้ใช้และกลุ่ม
  3. บนแท็บ ผู้ใช้ ให้ป้อนชื่อบัญชีผู้ใช้ในกล่อง ชื่อ
  4. คลิก ล้างรหัสผ่าน
  5. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 4 และ 5 เพื่อล้างรหัสผ่านอื่นเพิ่มเติม แล้วคลิก ตกลง เมื่อคุณทำงานเสร็จสิ้นแล้ว

แสดงการป้องกันโค้ด Microsoft Visual Basic for Applications (VBA) ด้วยรหัสผ่าน

เมื่อต้องการป้องกันไม่ให้ใครดูหรือเปลี่ยนแปลงโค้ด Microsoft Visual Basic for Applications (VBA) (Microsoft Visual Basic สำหรับ Applications (VBA): รุ่นที่เป็นภาษาแมโครของ Microsoft Visual Basic ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประยุกต์บน Windows และใช้ประกอบกับโปรแกรมประยุกต์ Microsoft หลายโปรแกรม) ของคุณ คุณสามารถป้องกันโค้ด VBA ได้ด้วยการใช้รหัสผ่าน

  1. เปิดแฟ้มโครงการ Microsoft Access (.adp) (โครงการ Microsoft Access: แฟ้ม Access ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และใช้ในการสร้างโปรแกรมประยุกต์แบบไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ แฟ้มโครงการจะไม่มีวัตถุข้อมูลหรือวัตถุที่ยึดตามข้อกำหนดของข้อมูล เช่น ตาราง และ มุมมอง) หรือแฟ้มฐานข้อมูล Microsoft Access (.mdb) (ฐานข้อมูล: กลุ่มของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องหรือวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งภายในฐานข้อมูล ข้อมูลที่เกี่ยวกับเอนทิตีเฉพาะ เช่น พนักงานหรือใบสั่งซื้อจะถูกจัดประเภทเข้าไปในตาราง ระเบียน และเขตข้อมูล) ที่มีโค้ด VBA ที่คุณต้องการป้องกัน
  2. ในหน้าต่างฐานข้อมูล ให้ชี้ไปที่เมนู แมโคร บนเมนู เครื่องมือ แล้วคลิก Visual Basic Editor

แสดงเคล็ดลับ

นอกจากนี้ คุณยังสามารถกด ALT+F11 เพื่อเปิด Visual Basic Editor ได้

  1. ใน Visual Basic Editor ให้คลิก Project Properties <ชื่อฐานข้อมูล Access หรือชื่อโครงการ Access> บนเมนู Tools
  2. บนแท็บ การป้องกัน ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ล็อกโครงการจากการเปิดดู ถ้าคุณตั้งค่ารหัสผ่านแต่ไม่ได้เลือก ล็อกโครงการจากการเปิดดู ไม่ว่าใครก็จะสามารถดูและแก้ไขโค้ดนั้นได้ แต่กล่องโต้ตอบ คุณสมบัติโครงการ จะยังคงใช้คุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยของโครงการเอง
  3. ในกล่อง รหัสผ่าน ให้พิมพ์รหัสผ่านของคุณ

แสดงแนวทางสำหรับรหัสผ่าน

ใช้รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา ซึ่งรวมตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ รหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดาจะไม่รวมองค์ประกอบเหล่านี้ รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา: Y6dh!et5 รหัสผ่านแบบไม่เข้มงวด: House27 รหัสผ่านควรมีความยาวอย่างน้อย 8 อักขระ วลีรหัสผ่านที่ใช้อักขระ 14 ตัวขึ้นไปจะดีกว่า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ ช่วยป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยรหัสผ่านแบบเข้มงวด (แสดงเป็นภาษาอังกฤษ)

เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องจดจำรหัสผ่านของคุณ หากคุณลืมรหัสผ่าน Microsoft จะไม่สามารถเรียกคืนรหัสผ่านให้ โปรดเก็บรหัสผ่านที่คุณจดบันทึกไว้ในที่ปลอดภัย และห่างจากข้อมูลที่ใช้รหัสผ่านนั้นเพื่อป้องกัน

ชื่อผู้ใช้สามารถอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 20 อักขระ และสามารถมีตัวอักขระพยัญชนะ ตัวอักขระเน้นเสียง ตัวเลข ช่องว่าง และสัญลักษณ์ต่างๆ โดยมีข้อยกเว้นดังนี้

  • อักขระ " \ [ ] : | < > + = ; , . ? *
  • มีช่องว่างนำหน้า
  • อักขระควบคุม (ตั้งแต่ ASCII 10 ถึง ASCII 31)

 หมายเหตุ   รหัสผ่านเป็นแบบเทียบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก: ความสามารถในการแยกระหว่างตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก การค้นหาแบบตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กจะพบเฉพาะข้อความมีอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กตรงกันทั้งหมดเท่านั้น)

  1. ในกล่อง Confirm password ให้ยืนยันรหัสผ่านของคุณด้วยการพิมพ์รหัสผ่านนั้นอีกครั้ง จากนั้นคลิก OK

ตอนนี้รหัสผ่านได้ถูกกำหนดแล้ว ครั้งต่อไปที่คุณหรือผู้ใช้อื่นเปิดฐานข้อมูล จะปรากฏกล่องโต้ตอบเพื่อขอรับรหัสผ่าน

 สิ่งสำคัญ   ถ้าคุณลืมรหัสผ่านของคุณ คุณจะไม่สามารถกู้คืนรหัสผ่านนั้นได้ และคุณจะไม่สามารถแสดงหรือแก้ไขรหัส VBA ได้

 
 
นำไปใช้กับ:
Access 2003